เหรียญสองด้าน
ดอกกระเจียวบานที่ป่าหินงาน…ตอนจบ



ดอกกระเจียวบานที่ป่าหินงาม…ตอนแรก
ไปแล้วไปอีก…แก่งกระจาน
ง่ายๆ สบายๆ อย่างพวกเรา ผูกเปล กางเต็นท์นอนมันตรงใกล้ๆ ลานจอดรถนี่แหละสบายที่สุด
ก่อนตาย
ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน อยากทำอะไรต้องรีบทำ เพราะไม่แน่ว่าวันนี้พรุ่งนี้เราหรือคนที่เรารักอาจจะตายจากกันไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้
2-3 เดือนก่อนลูกสาวแสนสวยของอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการลื่นล้มหัวฟาดพื้นขณะเดินช้อบปิ้งในห้างดังย่านพระรามสอง…
เมื่อวานนี้น้องนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยขับรถมอเตอร์ไซด์ โดนแทกซี่เฉี่ยวล้มลง แล้วโดนรถเมล์ที่ขับตามมาทับจนเสียชีวิตคาที่
มัจจุราชที่มองไม่เห็นอยู่รายรอบตัวเราตลอดเวลา
เพียงแต่เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเป็นคิวของเรา หรือคนที่เรารัก
ด้วยเหตุปัจจัยที่จะพรากเราจากกันมีมากมาย ไหนจะอุบัติเหตุ ไหนจะโรคร้าย ไหนจะอาชญากรรม
ฉะนั้น อยากทำอะไรต้องรีบทำ อยากไปไหนต้องรีบไป อย่าไปคิดว่ารอไว้ไปตอนแก่
มีเงินต้องรีบใช้ เพราะตายไปก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี
รักใครชอบใครก็ต้องบอก อย่ามัวแต่เก็บไว้ เพราะเราอาจเสียใจไปตลอดชีวิตเมื่อไม่เหลือโอกาสใดๆ ให้บอก
เพราะชีวิตคนเราก็เท่านี้..จะใหญ่โตมั่งมี หรือยากจนแค่ไหนยังไงก็หนีไม่พ้น
ที่สำคัญคือ…ก่อนตาย…คุณได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่าบ้างแล้วหรือยัง
First Summer Visitor (I)
Part I
หลังจากที่ถูกลุงมือเก่าเกลี้ยกล่อม(และขู่เข็ญ)มาเป็นเวลา 2 ปี ในที่สุดหนูก็ใจอ่อนยอมพลาดท่าเสียทีให้ลุงแกพาไปโกอินเตอร์จนได้ (ก่อนที่ลุงแกจะแก่จนหมดแรงพาพวกหนูไปดูนกไกลๆซะก่อน)
สถานตากอากาศบูกิตเฟรเซอร์ รัฐปาหัง ประเทศมาเลเซีย คืออินเตอร์ของหนูค่ะ งานนี้ไม่มีการประกาศเปิดทริปในเวบบอร์ดเพื่อนกันวันดูนกของทีเคทีค่ะ เนื่องจากหนูไปป่าวประกาศเชิญชวนให้พี่ๆ น้องๆ มาร่วมชะตากรรมจนได้เกือบเต็มคันรถตู้ตั้งกะปลายปีที่แล้วนู่นนนน
หลังจากสมคบคิดกะลุงมือเก่าและพรรคพวกจนกำหนดวันเดินทางได้ เจ้าการเวกเสียงหวานก็แจ้งข่าวดีให้พวกเราดีใจว่า เราสามารถซื้อตั๋วของแอร์เอเชียไปกลับกรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ได้ในราคา 0 บาท จ่ายแค่ค่าภาษีสนามบินเพียง 1,630 บาท โอ้วววว พุทโธ ธัมโม สังโฆ แล้วเหตุไฉนไยเราจะละเลยโอกาสพิเศษๆ แบบนี้ไปได้
สมาชิกทริปเราที่สามารถจองตั๋วพิเศษแบบนี้ได้ก็มีหนู นาย Black-capped ลุง Pamm คนดูนก เจ้าการเวกเสียงหวาน นกแว่นสีทอง แล้วก็หัวหน้าทริปอย่างลุงมือเก๊าเก่า ที่ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ต้องรับผิดชอบพาพวกหนูไปดูนกต่างแดน และก็มีพี่ๆ ที่ยินยอมซื้อตั๋วราคาปกติมาร่วมวงไพบูลย์กับพวกหนูอีก 4 คน คือ พี่เอื้อ พี่เปลมุ้ง พี่เด๋ม และพี่ใจ ขอบคุณพี่ๆ ที่ทำให้รถตู้เรานั่งได้เต็มคันพอดิบพอดี (read more » )
First Summer Visitor (II)
Go inter Part II
เช้าตรู่วันที่สองบนเฟรเซอร์ฮิลล์พวกเราถูกปลุกตั้งแต่หกโมงเช้าไทย เจ็ดโมงเช้ามาเลย์ เพื่อเตรียมตัวออกดูนก ซึ่งกว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็แปดโมงเช้ามาเลย์ เจ็ดโมงเช้าไทย
ตอนเช้าๆ ที่นี่อากาศค่อนข้างเย็น มีหมอกสลัวๆ เล็กน้อยพอให้ถ่ายรูปออกมามืดๆ มัวๆ นกตัวแรกของวันนี้ที่ออกมาต้อนรับเราถึงหน้าอพาร์ตเมนท์คือฝูงนกหางรำหางยาว Long-tailed Sebia ที่แรกเห็นหนูหลงตื่นเต้นไปกะมันที่เห็นตัวได้ง๊ายง่าย และกลายเป็นเบื่อในเวลาต่อมาไม่นาน เนื่องจากพวกมันจะติดตามเราไปทุกหนทุกแห่งในเฟรเซอร์ฮิลล์ อีกตัวก็คือเจ้ากะรองทองแก้มขาว Silver-eared Mesia ซึ่งตัวโต อวบอ้วน และสีสันจัดจ้านกว่าที่อินทนนท์เป็นไหนๆ พนักงานต้อนรับตัวอื่นๆ ก็มีนกขี้เถ้า Malaysian Cuckooshrike กะ ปลีกล้วยลาย Streaked Spiderhunter ดูนกหน้าอพาร์ตเมนท์ได้สักพักคุณลุงหมิงซันและคุณป้าลินดาเพื่อนวัยเดียวเอ๊ย เพื่อนต่างวัยของลุงมือเก่าก็ลงมาต้อนรับและบอกลายแทงตรงโน้นตรงนี้ที่จะเจอน้องคูให้เรา ซึ่งเช้าวันนี้เราตกลงกันว่าจะไปตามล่าหาน้องคูที่เทเลคอมลูปกัน (read more » )
First Summer Visitor (III)
Part III
เช้าวันนี้จุดหมายของพวกเรายังคงเป็นที่เดิมกับนกตัวเดิม เทเลคอมลูปกับนกขัตติยา Cutia แต่คราวนี้เราจะเดินย้อนกลับสวนทางกับเมื่อวาน เช้าวันนี้พวกเราโชคดีหน่อยได้เจอกับเจ้าดุ๊กดิ๊ก ไต่ไม้สีน้ำเงิน Blue Nuthatch ที่มาไต่ดุ๊กดิ๊กอยู่บนยอดไม้สูงลิบลิ่ว จนพวกเราต้องแหงนคอตั้งบ่า แถมยังรกมากๆ และย้อนแสงอีกต่างหาก ได้เห็นแป๊บเดียวไม่จุใจเลย บริเวณเดียวกันยังมีเจ้าพญาปากกว้างหางยาว Long-tailed Broadbill บินไปบินมาอยู่ในหุบรกๆ ข้างทางด้วย ที่หาดูได้ไม่ยากอีกตัวคือเจ้า Black-and-crimson Oriole แล้วก็นกเขาลายเล็ก Little Cuckoo Dove
เดินย้อนขึ้นไปได้ระยะหนึ่งนาย Black-capped ก็ชี้ให้ดูก้อนกลมๆ แปะอยู่ปลายกิ่งไม้ ลองส่องกล้องขึ้นไปก็จ๊ะเอ๋กะเจ้าเค้าแคระ Collared Owlet ที่คงหลบมาหามุมสงบแอบงีบ แต่ก็น่าสงสารที่ไม่ได้งีบสมใจ เพราะดันมีเจ้านักล่าแมงมุม ปลีกล้วยลาย Streaked Spiderhunter มายืนจ้องหน้าและด่าฉอดๆๆๆ และเล่นทีเผลอด้วยการอยู่ๆ ก็บินมาตบหน้าเจ้าเค้าแคระ (เอาปากจิกนั่นแหละ) แล้วก็บินจากไปอย่างรวดเร็ว สร้างความงงงวยให้กับเจ้าเค้าแคระเป็นที่สุด และของแถมก็คือทำให้นักดูนก 4-5 คนที่เฝ้าดูอยู่ด้านล่างมีหน้าตาเอ๋อๆ ไปเลย (read more » )
First Summer Visitor (IV)
Part IV
ล่วงเข้าสู่วันที่สี่ของการร่อนเร่พเนจรมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองต่างวัฒนธรรม
อรุณรุ่งวันนี้ยังคงเริ่มต้นด้วยความสนุกสนานรื่นเริงตามประสาคนคอเดียวกัน เราเริ่มต้นอาหารเช้าด้วยกาแฟคนละแก้ว บางคนกินมาม่า บางคนกินโจ๊ก บางคนกินขนมปัง บางคนยังกินข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโพดอย่างดี ข้าวเจ้าก็มีมากมาย เจ้ยยยยย ต๊องอีกแล้วเรา
รองท้องกันเรียบร้อยเหล่าพลพรรคเพื่อนกันวันดูนก(ที่พักหลังเริ่มชวนกันไปดูอย่างอื่นบ้างแล้ว)ก็เริ่มออกตะลุยดูนกกันต่อทันที เช้าวันนี้พวกเรายังคงมุ่งไปยังจุดหมายเดิม กับความหวังเดิม และคนนำทางคนเดิม ที่ต้องขับรถไปตามเส้นทางเดิมๆ วันนี้พี่ๆ รุ่นใหญ่สี่คนคือ พี่ใจ พี่เอื้อ พี่เปลมุ้ง และพี่เด๋ม ขอลงที่ปากทางแยกเข้าถนนเทเลคอมลูปเพื่อเดินย้อนเข้าไปตรงทางออก ส่วนพวกรุ่นเล็กที่เหลือสมัครใจที่จะนั่งรถต่อเข้าไปตรงทางเข้าเพื่อไปเฝ้ายังจุดที่ป้าลินดาบอกว่ามีสิทธิ์ได้เจอนกขัติยา เจ้านกที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราต้องข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามเส้นแบ่งเขตแดนประเทศมา
พวกเราลงจากรถตรงบริเวณใกล้ๆ กับบ้านพักที่แหว่งหายไปครึ่งหลัง และเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านพักหลังงามสไตล์บาหลีที่สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง ที่บ้านหลังนี้มีฝรั่งชาวอังกฤษมาพักผ่อนอยู่ โดยมีเจ้าลาบราดอร์ 2 ตัวเป็นเพื่อน พูดก็พูดเหอะหมาฝรั่งเนี่ยทำไมถึงมีกลิ่นที่ไม่รื่นรมย์รูตะหมูกเลยนะแถมยังดูไฮเปอร์ๆ อยู่นิ่งๆ ไม่เป็นอีกด้วย ลุงฝรั่งพุงพลุ้ยกะเพื่อนชาวมาเลย์หรือสิงคโปร์ก็ไม่รู้หน้าออกจีนๆ พาหมาฝรั่งออกมาเดินเล่นสวนกันไปสวนกันมากะพวกเราที่เดินดูนกป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นตลอดเช้าวันนั้น และหนูที่มัวแต่เดินแหงนหน้าดูนกก็เหยียบเข้ากับกับระเบิดของเจ้าลาบราดอร์นั่นเข้าจนได้ อี๋….. เต็มตีนเลยค่ะคุณผู้ชม แหยะ….ป้ายๆๆๆ (read more » )
First Summer Visitor (V)
Part V Last day in Fraser
เสียงกุกกักๆ งึมงัมๆ แว่วเข้าโสตประสาทหนูเมื่อฟ้ายังไม่สางดี คว้านาฬิกามาดูก็เพิ่งจะตีห้าเอง เสียงพี่ pamm กระซิบบอกกับพี่ใจเบาๆ ว่าจะรีบอาบน้ำสระผมเพราะกลัวจะเสร็จหลังคนอื่นอีก ได้ยินเช่นนั้นหนูก็รู้ได้ทันทีว่าอีกนานกว่าจะถึงคิวอาบน้ำ นอนต่อดีกว่า
ห้องนอนของหนูมีสมาชิก 4 คนคือ พี่ใจ พี่ pamm เจ้าการเวกเสียงหวาน และตัวหนู หลังจากสามสาวอาบน้ำกันหมดแล้วในที่สุดหนูก็ได้ฤกษ์ตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่าทุกคนตื่นกันหมดแล้ว มีหนูตื่นเป็นคนสุดท้าย ว้าแย่จัง วันนี้พวกเราทำเวลากันได้เร็วมากประมาณหกโมงนิดๆ ก็เริ่มออกเดินทางกันแล้ว เมื่อไปถึงรีสอร์ทในเทเลคอมลูปเราก็สั่งกาแฟร้อนมากินแก้เขินที่มาเดินโต๋เต๋ดูนกกันในรีสอร์ทตั้งกะเช้าตรู่ วันนี้ลมพัดค่อนข้างแรง พัดเอาหมอกหนามาปะทะใบหน้าเราตลอดเวลา อากาศยามเช้าวันนี้ช่างเย็นสดชื่นดีจังเรายกไบนอคขึ้นส่องไปส่องมาหาเจ้าขัติยาตามต้นไม้ใส่เสื้อ และแน่นอนที่สุดที่พวกเราจะหยุดส่องนานอยู่ที่ต้นไม้ที่เจ้าขัติยาเคยทำรังเมื่อหลายปีก่อน แต่สงสัยจะเป็นเพราะลมพัดแรงเกินไปจึงทำให้ไม่ค่อยมีนกบินไปบินมาให้เห็นกันเลยในที่สุดแก๊งสมาธิสั้นอย่างพวกเราก็ไม่มีความสามารถที่จะอดทนอยู่ที่เดิมนานๆ ได้ เราเริ่มออกเดินกันอีกแล้วค่ะ (read more » )