เหรียญสองด้าน

12/09/2007 16:02
Posted by SeCreTaRyBird in General

  

เหรียญยังมีสองด้าน
คนเราก็ย่อมมีทั้งดีและเลว…ในคนๆ เดียว
   
ทุกคนในโลกนี้ไม่มีใครมีดีเพียงด้านเดียว  รวมทั้งเราด้วย
ทุกคนมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีในตัวเอง
อยู่ที่เราจะมองด้านไหน  ยอมรับได้แค่ไหน
และอยู่ที่ด้านไหนจะปรากฎชัดกว่ากัน
    
แม้ในโจรที่โหดร้าย ก็ต้องมีสักมุมที่อ่อนโยน ใจดี
   
คนบางคนมองเห็นเฉพาะด้านที่ดีของตัวเอง
รับฟังด้านที่ไม่ดีจากมุมมองคนอื่น…ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว
มองตัวเองเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นด้านไม่ดีของตัวเอง
   
บางทีหากลองเปิดหู เปิดตา และเปิดใจรับฟังเสียงจากคนรอบข้าง
ฟังเสียงด้านลบ ให้มากกว่าคำเยินยอหรือด้านบวก
นำไปตรึกตรองดูให้ดี
ก็จะเห็นเหตุเอง  ว่าทำไมจึงส่งผลให้คนมองเห็นด้านที่ไม่ดีของตัวเอง
ผลทุกอย่างย่อมมีเหตุที่มาเสมอ
     
ไม่ใช่ว่าคนนิสัยไม่ดีจะไม่ใช่คนดี
ใช่หรือไม่ว่าเสียงเล็กๆ เพียงเสียงเดียว สามารถทำให้เราปรับปรุงแก้ไขตัวเองได้
อยู่ที่เราจะรับฟังและนำมาคิดต่อได้แค่ไหน…..ก็เท่านั้นเอง

ดอกกระเจียวบานที่ป่าหินงาน…ตอนจบ

26/07/2007 10:42
Posted by SeCreTaRyBird in Open eyes

ทุ่งนี้มีแต่ดอกกระเจียว

o~o
อรุณรุ่งของวันใหม่  อากาศสดชื่นแจ่มใส 
สายฝนหยุดโปรยปรายแล้ว  คงเหลือทิ้งไว้แต่น้ำค้างตามใบไม้ใบหญ้า
กลิ่นกาแฟสดหอมอบอวลเร่งเร้าให้เรารีบลุกจากที่นอนอันแสนอุ่น
เช้านี้เรากินอาหารกันแบบง่ายๆ แค่กาแฟคนละแก้ว  ขนมปังคนละสองสามแผ่น
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางอีกครั้ง
              
วันนี้เราจะไปชมพลังแห่งการสร้างสรรค์ของธรรมชาติอีกแห่งซึ่งเป็นที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาติป่าหินงาม  เช้านี้เราเลือกที่จะนั่งรถสองแถวขึ้นไปแทน  ทำให้เราได้ครบทุกรสชาติของการเดินทางที่นี่  ที่สวนป่าหินงามแห่งนี้มีแผ่นหินที่ยกตัวขึ้นมาจากก้นทะเล  ถูกน้ำและลมกัดกร่อนมานานนับเป็นล้านๆ ปีจนก่อให้เกิดรูปร่างต่างๆ นานา  ตามแต่มนุษย์จะจินตนาการหรือวาดภาพให้เป็น
           
จุดแรกที่เราพบคือหินที่มีรูปร่างคล้ายกับตะปู  หรือที่คนข้างๆ บอกว่าเหมือนถ้วยฟีฟ่า  บนหินก้อนนี้มีผู้คนปีนป่ายถ่ายรูปคู่อยู่ด้วย  เราใจเย็นรอที่จะถ่ายภาพจากมุมไกลอยู่นานสองนาน  หินก้อนนั้นก็ไม่เคยว่างเว้นผู้คน
       
ภูผา
            
ออกเดินต่อไปยังจุดอื่นๆ ที่มีรูปร่างแปลกตา  ทั้งหินแม่ไก่  หินเรด้าร์  และอื่นๆ  เราเลิกหวังที่จะถ่ายรูปหินพวกนี้แล้ว  ด้วยความที่ทุกๆจุดมากล้นไปด้วยผู้คน  ทั้งปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนก้อนหินนั้น  และขึ้นไปนอนคุยโทรศัพท์บนยอดหิน(มีจริงๆ นะ)  ปิดโอกาสไม่ให้เราได้ถ่ายรูปหินที่ไม่มีคน  มาช่วงเทศกาลก็อย่างนี้แหละนะ  ต้องทำใจสถานเดียว
             
เราเดินลัดเลาะไปตามหมู่หินต่างๆ จนไปเจอกับทุ่งดอกกระเจียวทุ่งเล็กๆ  ที่ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนเดินขึ้นมาถึง  และไม่มีป้ายห้ามเดินเข้าไปถ่ายรูปเหมือนทุ่งดอกกระเจียวด้านบน  พวกเราเลยหยุดอยู่ตรงบริเวณนี้นาน  ต่างคนต่างถ่ายรูปกันอย่างจุใจ 
   
แม้ดอกกระเจียวตรงนี้จะเล็กกว่าและไม่มากมายอลังการเท่าจุดที่จัดไว้ให้ที่ด้านบน  แต่ที่นี่เราได้ถ่ายดอกกระเจียวกันอย่างใกล้ชิด  ……จนสมใจ 
               
ดอก ดอก และดอก
   
ใกล้เที่ยงแล้วท้องบางคนเริ่มส่งเสียงร้องครวญคราง
เราจึงเริ่มเงยหน้าขึ้นจากมวลดอกไม้  และเดินเลาะซอกหินกลับไปยังลานจอดรถ
    
ขากลับเรายังคงเห็นนักท่องเที่ยวปีนป่ายอยู่บนก้อนหินที่มีรูปลักษณ์ต่างๆ เหมือนเดิม
แต่คราวนี้เราไม่สนใจจะเก็บภาพชุดหินเหล่านั้นแล้ว 
ก้มหน้าก้มตาถ่ายต้นไม้เล็กๆ  และดอกไม้เล็กๆ  ดูจะมีความสุขกว่า
เราเลือกที่จะมีความสุขกับบางสิ่งเล็กๆ  ดีกว่าไปหงุดหงิดกับการแก่งแย่งกันครอบครองสิ่งใหญ่ (แม้จะชั่วคราวก็เหอะ)
    
ดอกเล็กดอกน้อย 
    
กลับมาทำกับข้าว คุยเรื่องบันเทิงเริงใจกันที่เต็นท์  แม้จะเพิ่งรู้จักกันเราก็คุยกันได้ไม่ยาก
กินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปเก็บของขึ้นรถ
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯกันอย่างปลอดภัยทุกคน

ทริปนี้เป็นทริปสบายๆ ไม่ลำบากลำบน  แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน
เพราะการเดินทางไม่ว่าจุดหมายจะเป็นที่ใด ก็สร้างความสุขให้กับชีวิตเราได้เสมอ
ไม่เพียงเท่านั้นการเดินทางยังทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกล 
    
เหมือนได้โบยบินไปยังที่ต่างๆ  แม้ไม่มีปีกเหมือนนก

Blowing in the wind, travel in my way
   

ปล. วันนี้ไม่มีใครนอกจากแพทริคที่ได้อาบน้ำ  พอจะอนุมานได้ไหมเนี่ยว่าฝรั่งรักความสะอาดมากกว่าคนไทย  ฮ่าๆๆ

ดอกกระเจียวบานที่ป่าหินงาม…ตอนแรก

26/07/2007 10:21
Posted by SeCreTaRyBird in Open eyes
ดอกกระเจียวบานเต็มทุ่ง 
      
ช่วงหน้าฝนของทุกปีใครๆ เค้าก็ไปทุ่งดอกกระเจียวกัน
ปีนี้ก็เหมือนกัน  ใครๆ ที่เรารู้จัก  ต่างก็มีแผนจะไปทุ่งดอกกระเจียว
สำหรับเรา….อยากไปเหมือนกัน…แต่ยังไม่มีแผน….
อยากไป…แต่ยังไม่คิดหาทางไป……ก็แค่อยากไปไง….
แล้วยังงี้มันจะได้ไปไหมเนี่ย
   

บทจะได้ไปมันก็ได้ไปกันง่ายๆ แฮะ
ก็ทริปเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียวสไตล์คุณนายของเจ้าป้าที่เคยคุยโม้ไว้เกิดคนไม่เต็มรถขึ้นมา
เลยต้องมาอาศัยเราสองคนไปช่วยเติมเต็ม
…จริงๆ เจ้าป้าจะหาคนไปช่วยหุงข้าวต่างหาก ฮ่าๆๆ…
เราก็เลยได้ไปทุ่งดอกกระเจียวด้วยประการะฉะนี้
    

หกโมงครึ่งนัดเจอกันที่ร้านเบอร์เกอร์คิง แถวชิดลม
ทำความรู้จักเพื่อนใหม่แล้วยกโขยงขึ้นรถตู้ทันที
ทริปนี้เรามีฝรั่งไปด้วยคนนึงชื่อ แพทริค กิ๊กของพี่โอ เพื่อนที่ทำงานพี่แป๋ม
แถมด้วยหนูน้อยวัยกำลังซน - เจ้าการ์ตูน ลูกสาวพี่โออีกหนึ่งคน
นอกจากนั้นก็เป็นน้องๆ ที่ทำงานของเจ้าป้าเค้า  ดูแล้วก็คงรุ่นราวคราวเดียวกับเรา
ทำให้เราได้เพื่อนเพิ่มอีก 3 คนคือ ตา  ยะ แล้วก็เอ็ดดี้
    

รถไปแวะรับเอ็ดดี้แถวหน้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต แล้วมุ่งตรงไปยัง อช.ป่าหินงาม
ตลอดทางเราจะได้ยินเสียงของเจ้าการ์ตูน ซึ่งติดหนึบอยู่กับยะ  คอยคุยโน่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา

ไปแล้วไปอีก…แก่งกระจาน

25/05/2007 09:48
Posted by SeCreTaRyBird in BirdMania
โดนจองคิวไว้ล่วงหน้า   ปฏิเสธไม่ได้ซะด้วย
18-21 พ.ค. 50  เราไปแก่งกระจานกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วภายในหนึ่งเดือน
  
พี่ที่ไปด้วยก็มี
Black-capped  คนคุ้นเคยเราเอง
พี่แป๋ม - พี่สาวที่น่ารัก น่าแกล้ง  ช่างคุย  รู้จักกันครั้งแรกเมื่อ 3-4 ปีก่อนตอนไปออกทริปดูนกครั้งแรกที่ภูเขียว  หลังจากนั้นก็ติดสอยห้อยตามไปดูนกด้วยกันตลอด
พี่วิทย์ - พี่ชายใจดี  หล่อ เท่  จากทริปเชียงดาว กะทริปภูสะมุย
พี่เกียรติ - พี่ชายใจดี ขี้เหล้า เอ๊ยไม่ใช่  พี่เค้าแค่ดื่มเก่งเฉยๆ  จากทริปเชียงดาว กะทริปภูสะมุยเหมือนกัน
พี่ไก่ - จากทริปมือใหม่หัดดูนก-บึงบรเพ็ดเมื่อปลายปีก่อนนู้นนนน
แค่นี้แหละ 6 คน  กะรถกะบะ 1 คัน  เราก็ไปสนุกกันได้แล้ว
กะคอนเซ็ปง่ายๆ สบายๆสไตล์ทีเคที    ดูนก + แคมปิ้ง
      
เราออกเดินทางกันตั้งแต่ประมาณสองทุ่มกว่าๆ  คืนวันศุกร์  ไปถึงริมเขื่อนก็เที่ยงคืนพอดี
ด้วยอิทธิฤทธิ์ของกรมอุตุฯ ที่ดันพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนักที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์
คืนนี้ที่เขื่อนแก่งกระจานก็เลยมีแต่พวกเราเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น  ช่างสงบเงียบดีแท้

ง่ายๆ สบายๆ อย่างพวกเรา  ผูกเปล กางเต็นท์นอนมันตรงใกล้ๆ ลานจอดรถนี่แหละสบายที่สุด

เช้าๆ ตื่นมาต้มกาแฟสดกินกันคนละแก้ว  แล้วรีบเก็บเต็นทร์เก็บของมุ่งหน้าสู่บ้านกร่างแคมป์
     
ไปถึงแทนที่จะรีบไปดูนกแบบนักดูนกคนอื่นๆ
พวกเรากลับตั้งหน้าตั้งตาหุงหาอาหารกันก่อน  ก็กองทัพต้องเดินด้วยท้องนี่นา
กว่าจะอิ่มหนำสำราญก็ปาเข้าไปบ่ายโมง
ออกดูนกตอนบ่าย…เลยไม่ค่อยมีนกให้ดู
    
วันนี้เราเดินทางไกลจากแค้มป์ไปลำธาร 1, 2, 3 
เดินดูนกไปเรื่อยๆ   ไป-กลับแค่ 6 กิโลเอ๊ง  เอิ้กๆๆๆ   (เมื่อยชะมัด)
ตอนเย็นกลับมาที่แคมป์ ก็พอดีเจอกะพี่ walker พาครอบครัวสุขสันต์มาสมทบ
มือเย็นวันนี้เรากินข้าวท่ามกลางแสงหิ่งห้อย  ที่บินขึ้นมาส่องแสงวิบวับๆ อยู่เต็มลานกางเต็นท์
ตั้งแต่เคยมาแก่งกระจานจะสิบครั้งแล้วมั้ง  ครั้งนี้เป็นครั้งที่มีคนมากางเต็นท์น้อยที่สุด 
   
เช้าวันรุ่งขึ้นเราเตรียมอาหารเช้ากินกันอย่างง่ายๆ
มีแค่กาแฟสด (อิอิ  กาแฟสดจริงๆ นะ)  กะขนมปังนึ่ง จิ้มสังขยานมสด  แค่นี้ก็หรูเริ่ดไฮโซสุดๆ แล้ว
  
ก่อนแปดโมงนิดๆ พวกเราก็ออกเดินทางเปลี่ยนสถานที่ดูนกกันอีกครั้ง
…มู่งสู่พะเนินทุ่ง…
บนพะเนินทุ่งลมพัดแรง  ม่ายค่อยมีนกให้ดูเช่นเคย
ยืนตากลมกันจนหิว  แล้วก็กลับลงมาทำกับข้าวกินกันริมลำธาร
แล้วดูนกอีกนิดหน่อย
    
เราเก็บของออกจากบ้านกร่างราวๆ 4 โมงเย็น  สองวันที่ผ่านมาม่ายมีฝนตกมาเลยสักกะหยด
ไม่สมใจคนแช่ง ที่ไม่ได้มาด้วย
แวะกินข้าวที่ร้านริมเขื่อน  แล้วตรงดิ่งกลับบ้าน
ถึงบ้านแค่ห้าทุ่มก่าๆ เอ๊งงงง  
    
เอิ้กๆๆ  ทริปนี้นกไม่เยอะ  แต่หนุกหนานดี  กินอิ่ม นอนสบาย  อากาศสดชื่น
หมดไปแค่คนละ 400 บาท  คุ้มแสนคุ้ม
    
ดูรูปและรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่จ้าhttp://www.trekkingthai.com/board/show.php?Category=trekking&forum=31&No=91339

ก่อนตาย

30/11/2006 10:37
Posted by SeCreTaRyBird in General

ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน  อยากทำอะไรต้องรีบทำ  เพราะไม่แน่ว่าวันนี้พรุ่งนี้เราหรือคนที่เรารักอาจจะตายจากกันไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้

2-3 เดือนก่อนลูกสาวแสนสวยของอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย  ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการลื่นล้มหัวฟาดพื้นขณะเดินช้อบปิ้งในห้างดังย่านพระรามสอง…

เมื่อวานนี้น้องนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยขับรถมอเตอร์ไซด์  โดนแทกซี่เฉี่ยวล้มลง  แล้วโดนรถเมล์ที่ขับตามมาทับจนเสียชีวิตคาที่

มัจจุราชที่มองไม่เห็นอยู่รายรอบตัวเราตลอดเวลา 

เพียงแต่เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเป็นคิวของเรา  หรือคนที่เรารัก

ด้วยเหตุปัจจัยที่จะพรากเราจากกันมีมากมาย  ไหนจะอุบัติเหตุ  ไหนจะโรคร้าย  ไหนจะอาชญากรรม

ฉะนั้น อยากทำอะไรต้องรีบทำ  อยากไปไหนต้องรีบไป  อย่าไปคิดว่ารอไว้ไปตอนแก่

มีเงินต้องรีบใช้  เพราะตายไปก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี

รักใครชอบใครก็ต้องบอก  อย่ามัวแต่เก็บไว้  เพราะเราอาจเสียใจไปตลอดชีวิตเมื่อไม่เหลือโอกาสใดๆ ให้บอก

 

เพราะชีวิตคนเราก็เท่านี้..จะใหญ่โตมั่งมี  หรือยากจนแค่ไหนยังไงก็หนีไม่พ้น

ที่สำคัญคือ…ก่อนตาย…คุณได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่าบ้างแล้วหรือยัง

 

 

First Summer Visitor (I)

08/11/2006 09:38
Posted by SeCreTaRyBird in BirdMania

Part I

หลังจากที่ถูกลุงมือเก่าเกลี้ยกล่อม(และขู่เข็ญ)มาเป็นเวลา 2 ปี   ในที่สุดหนูก็ใจอ่อนยอมพลาดท่าเสียทีให้ลุงแกพาไปโกอินเตอร์จนได้  (ก่อนที่ลุงแกจะแก่จนหมดแรงพาพวกหนูไปดูนกไกลๆซะก่อน)

สถานตากอากาศบูกิตเฟรเซอร์  รัฐปาหัง  ประเทศมาเลเซีย  คืออินเตอร์ของหนูค่ะ  งานนี้ไม่มีการประกาศเปิดทริปในเวบบอร์ดเพื่อนกันวันดูนกของทีเคทีค่ะ  เนื่องจากหนูไปป่าวประกาศเชิญชวนให้พี่ๆ น้องๆ มาร่วมชะตากรรมจนได้เกือบเต็มคันรถตู้ตั้งกะปลายปีที่แล้วนู่นนนน

หลังจากสมคบคิดกะลุงมือเก่าและพรรคพวกจนกำหนดวันเดินทางได้  เจ้าการเวกเสียงหวานก็แจ้งข่าวดีให้พวกเราดีใจว่า เราสามารถซื้อตั๋วของแอร์เอเชียไปกลับกรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ได้ในราคา 0 บาท  จ่ายแค่ค่าภาษีสนามบินเพียง 1,630 บาท  โอ้วววว พุทโธ ธัมโม สังโฆ  แล้วเหตุไฉนไยเราจะละเลยโอกาสพิเศษๆ แบบนี้ไปได้

สมาชิกทริปเราที่สามารถจองตั๋วพิเศษแบบนี้ได้ก็มีหนู  นาย Black-capped  ลุง Pamm  คนดูนก  เจ้าการเวกเสียงหวาน  นกแว่นสีทอง  แล้วก็หัวหน้าทริปอย่างลุงมือเก๊าเก่า  ที่ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ต้องรับผิดชอบพาพวกหนูไปดูนกต่างแดน  และก็มีพี่ๆ ที่ยินยอมซื้อตั๋วราคาปกติมาร่วมวงไพบูลย์กับพวกหนูอีก 4 คน  คือ พี่เอื้อ  พี่เปลมุ้ง  พี่เด๋ม  และพี่ใจ  ขอบคุณพี่ๆ ที่ทำให้รถตู้เรานั่งได้เต็มคันพอดิบพอดี  (read more » )

First Summer Visitor (II)

08/11/2006 09:20
Posted by SeCreTaRyBird in BirdMania

Go inter Part II

เช้าตรู่วันที่สองบนเฟรเซอร์ฮิลล์พวกเราถูกปลุกตั้งแต่หกโมงเช้าไทย  เจ็ดโมงเช้ามาเลย์  เพื่อเตรียมตัวออกดูนก  ซึ่งกว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็แปดโมงเช้ามาเลย์  เจ็ดโมงเช้าไทย

ตอนเช้าๆ ที่นี่อากาศค่อนข้างเย็น  มีหมอกสลัวๆ เล็กน้อยพอให้ถ่ายรูปออกมามืดๆ มัวๆ  นกตัวแรกของวันนี้ที่ออกมาต้อนรับเราถึงหน้าอพาร์ตเมนท์คือฝูงนกหางรำหางยาว Long-tailed Sebia  ที่แรกเห็นหนูหลงตื่นเต้นไปกะมันที่เห็นตัวได้ง๊ายง่าย   และกลายเป็นเบื่อในเวลาต่อมาไม่นาน  เนื่องจากพวกมันจะติดตามเราไปทุกหนทุกแห่งในเฟรเซอร์ฮิลล์    อีกตัวก็คือเจ้ากะรองทองแก้มขาว Silver-eared Mesia  ซึ่งตัวโต  อวบอ้วน  และสีสันจัดจ้านกว่าที่อินทนนท์เป็นไหนๆ  พนักงานต้อนรับตัวอื่นๆ ก็มีนกขี้เถ้า Malaysian Cuckooshrike  กะ ปลีกล้วยลาย Streaked Spiderhunter   ดูนกหน้าอพาร์ตเมนท์ได้สักพักคุณลุงหมิงซันและคุณป้าลินดาเพื่อนวัยเดียวเอ๊ย เพื่อนต่างวัยของลุงมือเก่าก็ลงมาต้อนรับและบอกลายแทงตรงโน้นตรงนี้ที่จะเจอน้องคูให้เรา   ซึ่งเช้าวันนี้เราตกลงกันว่าจะไปตามล่าหาน้องคูที่เทเลคอมลูปกัน (read more » )

First Summer Visitor (III)

07/11/2006 17:28
Posted by SeCreTaRyBird in BirdMania

Part III  

เช้าวันนี้จุดหมายของพวกเรายังคงเป็นที่เดิมกับนกตัวเดิม  เทเลคอมลูปกับนกขัตติยา Cutia  แต่คราวนี้เราจะเดินย้อนกลับสวนทางกับเมื่อวาน  เช้าวันนี้พวกเราโชคดีหน่อยได้เจอกับเจ้าดุ๊กดิ๊ก  ไต่ไม้สีน้ำเงิน Blue Nuthatch  ที่มาไต่ดุ๊กดิ๊กอยู่บนยอดไม้สูงลิบลิ่ว  จนพวกเราต้องแหงนคอตั้งบ่า  แถมยังรกมากๆ และย้อนแสงอีกต่างหาก  ได้เห็นแป๊บเดียวไม่จุใจเลย  บริเวณเดียวกันยังมีเจ้าพญาปากกว้างหางยาว Long-tailed Broadbill  บินไปบินมาอยู่ในหุบรกๆ ข้างทางด้วย  ที่หาดูได้ไม่ยากอีกตัวคือเจ้า Black-and-crimson Oriole   แล้วก็นกเขาลายเล็ก Little Cuckoo Dove   

เดินย้อนขึ้นไปได้ระยะหนึ่งนาย Black-capped ก็ชี้ให้ดูก้อนกลมๆ แปะอยู่ปลายกิ่งไม้  ลองส่องกล้องขึ้นไปก็จ๊ะเอ๋กะเจ้าเค้าแคระ Collared Owlet ที่คงหลบมาหามุมสงบแอบงีบ  แต่ก็น่าสงสารที่ไม่ได้งีบสมใจ  เพราะดันมีเจ้านักล่าแมงมุม  ปลีกล้วยลาย  Streaked Spiderhunter มายืนจ้องหน้าและด่าฉอดๆๆๆ  และเล่นทีเผลอด้วยการอยู่ๆ ก็บินมาตบหน้าเจ้าเค้าแคระ (เอาปากจิกนั่นแหละ) แล้วก็บินจากไปอย่างรวดเร็ว  สร้างความงงงวยให้กับเจ้าเค้าแคระเป็นที่สุด  และของแถมก็คือทำให้นักดูนก 4-5 คนที่เฝ้าดูอยู่ด้านล่างมีหน้าตาเอ๋อๆ ไปเลย (read more » )

First Summer Visitor (IV)

07/11/2006 17:22
Posted by SeCreTaRyBird in BirdMania

   

Part IV  

ล่วงเข้าสู่วันที่สี่ของการร่อนเร่พเนจรมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองต่างวัฒนธรรม 

อรุณรุ่งวันนี้ยังคงเริ่มต้นด้วยความสนุกสนานรื่นเริงตามประสาคนคอเดียวกัน  เราเริ่มต้นอาหารเช้าด้วยกาแฟคนละแก้ว  บางคนกินมาม่า  บางคนกินโจ๊ก  บางคนกินขนมปัง  บางคนยังกินข้าวสาลี  ข้าวโพด ข้าวโพดอย่างดี  ข้าวเจ้าก็มีมากมาย  เจ้ยยยยย  ต๊องอีกแล้วเรา  

รองท้องกันเรียบร้อยเหล่าพลพรรคเพื่อนกันวันดูนก(ที่พักหลังเริ่มชวนกันไปดูอย่างอื่นบ้างแล้ว)ก็เริ่มออกตะลุยดูนกกันต่อทันที  เช้าวันนี้พวกเรายังคงมุ่งไปยังจุดหมายเดิม  กับความหวังเดิม  และคนนำทางคนเดิม  ที่ต้องขับรถไปตามเส้นทางเดิมๆ   วันนี้พี่ๆ รุ่นใหญ่สี่คนคือ พี่ใจ  พี่เอื้อ  พี่เปลมุ้ง และพี่เด๋ม ขอลงที่ปากทางแยกเข้าถนนเทเลคอมลูปเพื่อเดินย้อนเข้าไปตรงทางออก  ส่วนพวกรุ่นเล็กที่เหลือสมัครใจที่จะนั่งรถต่อเข้าไปตรงทางเข้าเพื่อไปเฝ้ายังจุดที่ป้าลินดาบอกว่ามีสิทธิ์ได้เจอนกขัติยา  เจ้านกที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราต้องข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามเส้นแบ่งเขตแดนประเทศมา 

พวกเราลงจากรถตรงบริเวณใกล้ๆ กับบ้านพักที่แหว่งหายไปครึ่งหลัง  และเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านพักหลังงามสไตล์บาหลีที่สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง  ที่บ้านหลังนี้มีฝรั่งชาวอังกฤษมาพักผ่อนอยู่  โดยมีเจ้าลาบราดอร์ 2 ตัวเป็นเพื่อน  พูดก็พูดเหอะหมาฝรั่งเนี่ยทำไมถึงมีกลิ่นที่ไม่รื่นรมย์รูตะหมูกเลยนะแถมยังดูไฮเปอร์ๆ อยู่นิ่งๆ ไม่เป็นอีกด้วย    ลุงฝรั่งพุงพลุ้ยกะเพื่อนชาวมาเลย์หรือสิงคโปร์ก็ไม่รู้หน้าออกจีนๆ พาหมาฝรั่งออกมาเดินเล่นสวนกันไปสวนกันมากะพวกเราที่เดินดูนกป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นตลอดเช้าวันนั้น   และหนูที่มัวแต่เดินแหงนหน้าดูนกก็เหยียบเข้ากับกับระเบิดของเจ้าลาบราดอร์นั่นเข้าจนได้  อี๋….. เต็มตีนเลยค่ะคุณผู้ชม  แหยะ….ป้ายๆๆๆ   (read more » )

First Summer Visitor (V)

07/11/2006 17:06
Posted by SeCreTaRyBird in BirdMania

Part V  Last day in Fraser  

เสียงกุกกักๆ  งึมงัมๆ  แว่วเข้าโสตประสาทหนูเมื่อฟ้ายังไม่สางดี   คว้านาฬิกามาดูก็เพิ่งจะตีห้าเอง  เสียงพี่ pamm กระซิบบอกกับพี่ใจเบาๆ ว่าจะรีบอาบน้ำสระผมเพราะกลัวจะเสร็จหลังคนอื่นอีก   ได้ยินเช่นนั้นหนูก็รู้ได้ทันทีว่าอีกนานกว่าจะถึงคิวอาบน้ำ  นอนต่อดีกว่า  

ห้องนอนของหนูมีสมาชิก 4 คนคือ พี่ใจ  พี่ pamm  เจ้าการเวกเสียงหวาน  และตัวหนู  หลังจากสามสาวอาบน้ำกันหมดแล้วในที่สุดหนูก็ได้ฤกษ์ตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่าทุกคนตื่นกันหมดแล้ว  มีหนูตื่นเป็นคนสุดท้าย  ว้าแย่จัง วันนี้พวกเราทำเวลากันได้เร็วมากประมาณหกโมงนิดๆ ก็เริ่มออกเดินทางกันแล้ว   เมื่อไปถึงรีสอร์ทในเทเลคอมลูปเราก็สั่งกาแฟร้อนมากินแก้เขินที่มาเดินโต๋เต๋ดูนกกันในรีสอร์ทตั้งกะเช้าตรู่  วันนี้ลมพัดค่อนข้างแรง  พัดเอาหมอกหนามาปะทะใบหน้าเราตลอดเวลา  อากาศยามเช้าวันนี้ช่างเย็นสดชื่นดีจังเรายกไบนอคขึ้นส่องไปส่องมาหาเจ้าขัติยาตามต้นไม้ใส่เสื้อ  และแน่นอนที่สุดที่พวกเราจะหยุดส่องนานอยู่ที่ต้นไม้ที่เจ้าขัติยาเคยทำรังเมื่อหลายปีก่อน  แต่สงสัยจะเป็นเพราะลมพัดแรงเกินไปจึงทำให้ไม่ค่อยมีนกบินไปบินมาให้เห็นกันเลยในที่สุดแก๊งสมาธิสั้นอย่างพวกเราก็ไม่มีความสามารถที่จะอดทนอยู่ที่เดิมนานๆ ได้  เราเริ่มออกเดินกันอีกแล้วค่ะ  (read more » )

Next Page »