………..แด่แม่,แม้จะ…………

18/08/2009 19:43
Posted by sailomloy in Blog

๑. ช่วงปลายปี ๒๕๔๕ ผมเริ่มกำหนดตัวเองออกจากงานประจำที่ทำมาเกือบครบ ๕ ปี แม้เป็นงานประจำในต่างจังหวัด ในท้องถิ่นภาคใต้ด้วยกัน แต่การเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรจากบ้านโดยอาศัยเพียงรถประจำทาง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพนักงานระดับล่างเงินเดือนน้อย

ผมทิ้งคนแก่อายุ ๙๐ ขวบที่ผมเรียกว่าแม่ไว้ข้างหลังอย่างโดดเดี่ยว

จะว่าไป..กำหนดที่ต้องออกจากงานประจำไม่ว่าจะเป็นในเมืองใหญ่หรือต่างจังหวัดซึ่งไม่ใช่ท้องถิ่นตนถูกร่างไว้ในใจตั้งแต่อายุของแม่เริ่มย่างออกจากเลข ๗๐ ขวบปีเล็กน้อย คนแก่ซึ่งหาอยู่หากินตามประสาคนแก่บ้านนอกทั่วไป ผิดก็แต่ แม่มีวิชาปรุงยาติดตัวมาหลายขนาน ทั้งเพื่อช่วยคนอื่นและรักษาตัวเองในวันที่เจ็บป่วยจนหายขาด แข็งแรงและปลอดโรคจนถึงทุกวันนี้

มีวัดข้างบ้านเป็นที่พึ่งทางใจ มีผักหญ้าริมทุ่งนา ในสวน ไว้เก็บขายเลี้ยงชีพ และเหลือไว้ทำบุญสุญทาน

ขณะเดียวกันที่คนหนุ่มอย่างผม ยังมองเห็นความสนุกสนานของการเดินทางเป็นดังอาหารเลี้ยงจิตวิญญาณ ถึงกับพูดกับตัวเองว่า หยุดเดินทางเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น

เมื่อใกล้ถึงปีที่จะต้องกลับบ้าน ผมรีบเร่งสะสมข้าวของบางอย่างไว้เพื่อการดำรงชีพในความเป็นธรรมดาอย่างชาวบ้านทั่วไป ช่วงเวลานี้เองที่ได้พบกับของเก่าชิ้นหนึ่งซึ่งสะดุดตาน่าสนใจ แม้ไม่ใช่ของสำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อชะตาเราต้องกัน

ชิ้นแรกเป็นท่อนไม้กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบศอก ทำจากไม้นุ่น เบาหวิว ข้างในกลมกลวงมีเหล็กขนาด ๑๐ มม. โผล่ออกมาเสมือนเป็นด้ามจับ

“ท่อสูบลมที่เขาใช้เป่าไฟตีเหล็ก” เพื่อนมุสลิมซึ่งเกิดและเติบโตในจังหวัดนครศรีธรรมราชบอกเล่าให้ฟังว่า เจ้าของข้าวของแปลกตาตรงหน้าผมแกเคยประกอบอาชีพตีเหล็ก ตอนนี้อายุมากแล้ว ไม่สามารถแม้แต่จะยกเหล็กชิ้นเล็กๆ ขึ้นทั่งได้อีกแล้ว

“ถามซื้อแกขายนะ จะเอาทั่งด้วยไหม เหล็กเสียบอยู่บนไม้ฝังดินอยู่ หนักมาก ต้องหาม” ผมพยักหน้าแบบงงๆ ว่าถ้าเอาแล้ว เอาไปทำอะไรนอกจากขยะหนักมากชิ้นหนึ่ง ให้เอาไปขายก็ไม่มีในความคิดขณะนั้น

ของสองอย่าง ผมซื้อแกมขอในราคา ๕๐๐ บาท คนแก่ยิ้มมีเลศนัยเหมือนมีตัวตายตัวแทน ก่อนจะพยักหน้าให้

เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่จังหวัดบ้านเกิด นานทีเดียวกว่าที่ผมจะรู้ว่าควรทำอย่างไรกับมัน

สำหรับท่อลมผมดัดแปลงเป็นชั้นวางของโดยเจาะคว้านเป็นช่อง วางไว้กลางห้องในมุมที่คิดว่าดีที่สุด เป็นการให้เกียรติเครื่องมือมีครูอย่างดีที่สุดเท่าที่สมองผมคิดได้ในตอนนั้น

ขณะที่ทั่งหรือเรียกให้ถูกว่าเป็นท่อนเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๕ นิ้ว..ถูกวางทิ้งขว้างอยู่หลายนาน ก่อนกลายมาเป็นทั่งเหมือนเดิมในเวลา ๘ ปีหลังจากนั้น

สำหรับบางเหตุการณ์ บางปรากฏการณ์ ๘ ปี ดูเหมือนนานแต่ยังรู้สึกชัดแจ้งเหมือนเมื่อวาน

ทั่งดัดแปลงสไตล์พื้นบ้านท่อนนั้น มีความยาว จากหน้าตัดแบนไปจรดอีกด้านเหมือนโดนหักไม่เป็นระเบียบโดยรวมเกือบฟุต หนักเกินคนเดียวหยิบฉวย ใช้งานได้ดีตราบที่ฝีมือการนวดเหล็กของผมเป็นเพียงเด็กน้อยในชั้นป. เตรียม

ตอนนี้(ส.ค. ๒๕๕๒)ทั่งโบราณอันนั้นแทบไม่มีเวลาพักร้อนอีกแล้ว

ผมอาศัยการเรียนรู้หลายๆ กระบวนการของการตีเหล็กให้เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันด้วยทั่งอันนี้ และนับถือเป็นทั่งครู

แม้จะไม่ได้รับการครอบครูจากเจ้าของทั่ง(ซึ่งไม่มีพิธีเหล่านี้ในวิถีของมุสลิมอยู่แล้ว)ก็ตาม

๒. ย้อนกลับสู่ช่วงปี ๒๕๓๕ จนถึงปี ๒๕๔๕ ผมทำงานประจำอยู่ในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตเมืองผสมผสานกับชีวิตในป่าเขาในวันหยุดและวันที่อยากหยุด โอกาสกลับบ้านมาดูแลคนแก่ที่ผมเรียกว่าแม่เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น มีเพียงจดหมาย เครื่องยา ตัวยา กระปุกยาสมุนไพรที่แม่ปรุงเอาไว้ดูแลคนในหมู่บ้านที่ผมส่งมาให้แม่ แม่หาเงินเลี้ยงชีพและทำบุญได้เก่ง ขณะที่อายุของแกย่างเข้าวัย ๘๐ ปี

แม่ขายผักที่หาได้ง่ายๆ จากริมท้องไร่ท้องนาและสวน ทุกเช้าวันจันทร์แม่นั่งรถไม้สองแถวจากในหมู่บ้านไปขายของที่ตลาดนัด พร้อมกับยาสมุนไพรและพืชผักที่เสาะหาตระเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น

ขณะเดียวกันในช่วงปีนั้นเองที่ญาติข้างบ้านผมมีเรื่องราวของการลงทุนทำกิจการหลายอย่าง ต้องรวบรวมเงินทุนเข้าอุดหนุน หลายคนในหมู่บ้านเป็นเหยื่อของการลงทุนที่ล้มเหลว ถูกเชิดเงินไปโดยไม่ได้คืน ทั้งยังไม่มีหลักฐานใดๆ ค้ำประกันเงินกู้

ครับ,แม่เป็นหนึ่งในหลายคนเหล่านั้น

เงินสะสมจากคนแก่ซึ่งสมควรพักผ่อนและใช้เงินเลี้ยงตัวทำบุญสุนทานอย่างมีความสุขในเบื้องปลายของชีวิต กลับถูกหยิบยืมลืมหายไปโดยไม่ได้กลับคืนแม้สตางค์แดงเดียว บวกลบคูณหารแล้ว ไม่น้อยกว่า สองแสน

โอ้….บาปกรรม

ทั้งหลายเหล่านั้นไม่น่าเศร้า เท่าผมไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้….กระทั่งสายเกินไป

ครับ…ในช่วงเวลานั้นผมสับสนว่าควรโกรธตัวเองที่ไม่กลับบ้านมาใช้ชีวิตร่วมกับแม่เหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้นับแต่จบป. ๖ เพราะฐานะทางการเงินอันง่อนแง่น และมีเพียงผมกับแม่เท่านั้นที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในบ้านสวนขี้คร้านฯ หรือควรโกรธญาติ(เขย)ที่กระทำต่อแม่เพียงเพราะวัยอันแก่เฒ่าและไว้ใจคนปากหวาน

แม้ว่าทุกวันนี้ผมปลดปลงอาการเคียดแค้น อาฆาตมาดร้ายต่อผู้ที่ทำกับแม่ แต่สำหรับความทรงจำด้านลบ บางเหตุการณ์ บางปรากฏการณ์ ยังรู้สึกชัดแจ้งเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

……….แม้จะล่วงมาหลายปีแล้วก็ตาม

๓. ต้นปี ๒๕๔๖ ผมกลับถึงบ้านในทุกค่ำคืนวันศุกร์

คืนหนึ่ง..หลังจากก้าวเข้าบ้าน เปิดสวิทช์ไฟฟ้า มองดูข้าวของเครื่องใช้ในบ้านซึ่ง รกและเน่า พอกพูนเหมือนบ้านร้าง ยืนหมุนดูรอบตัวด้วยความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ ตารื้น ก่อนน้ำตาจะร่วงพรู และปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่ง

ครับ แม่ยังมีชีวิต แข็งแรง และยังเดินเหิรได้ปรกติผิดกับคนวัย ๙๐ ปีคนอื่นๆ

เหตุที่ผมต้องร่ำไห้เพราะที่เห็นอยู่ตรงหน้าผมตอนนั้น คือภาพของหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบเล็กซึ่งผมซื้อไว้โดยหัดให้แม่หุงข้าวเองด้วยไฟฟ้าอย่างง่ายๆ อย่างไม่อันตรายสุ่มเสี่ยง

ภายในหม้อมีข้าวสุกซึ่งเริ่มส่งกลิ่นเหม็นบูด กองอยู่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าซึ่งไร้หม้ออะลูมิเนียมด้านในรองรับ แม่ใส่ข้าวสวยซึ่งรับมาจากข้าวก้นบาตรพระที่วัดข้างบ้านมาในไว้บนทำความร้อนนั้นตรงๆ เพราะหลงลืม

ผมแทบทรุดกองกับพื้นด้วยไร้เรี่ยวแรงพยุงร่าง คิดฟุ้งซ่านไปไกล

“นี่เราทำอะไรอยู่ ชีวิตภายนอกมันสนานมากใช่ไหม………….ฯลฯ ”

ครับ…….สำหรับบางอย่าง อาจต้องรอกันทั้งชีวิต ก่อนค้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วคนเราไม่ต้องรอคอยสิ่งใดเลย ทุกสรรพสิ่ง ทุกเหตุผล มีวันเวลาของมันเอง เป็นอย่างที่มันเป็นอย่างนั้นเอง จังหวะของการเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ในช่วงเวลานั้นเวลานี้ ทุกข์เศร้าเหงาท้อหรือชื่นรื่นสมหวัง มันก็เป็นเวลาของมันเอง อย่างนั้นเอง

ถึงเวลาไปจะเหนี่ยวรั้งอย่างไรก็ไม่สามารถ หากจะต้องกลับ ผลักไสอย่างไรก็ไม่เคลื่อน

บทจะหวนคืน แค่อะไรบางอย่างมากระตุกต่อม ต่อให้ช้างทั้งโขลงมายืนขวางก็ต้องฝ่าข้ามไปให้ได้

ชีวิตมักเป็นแบบนี้ – เสมอ

ตอนนี้อายุของแม่ ย่าง ๙๖ ไม่มีโรคภัยประจำตัวอย่างคนชราคนอื่นๆ แข็งแรงตราบเท่าที่คนแก่วัยนี้พึงมี ผมสามารถจูงเดินออกกำลังได้บ้าง ขึ้นลงบันไดโดยการพยุงโดยมีเสียงหอบหายใจพอเหนื่อย ความจำดี แม้มีอาการหลงๆ เบลอๆ ย้อนยุคบ้างในบางวัน

สายตาที่มองมายังผมสะท้อนภาพของเด็กน้อยคนหนึ่ง,ไม่ยอมโต เด็กน้อยผู้ซึ่งดูแลให้แม่ได้ลาพักร้อนทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ติดต่อกันมานับแต่วันแรกที่เริ่มเข้ามาใช้ชีวิตอย่างที่แม่ปูไว้ให้

ดีใจและเป็นเกียรติอย่างสูงครับที่ได้เป็นลูกของแม่

……….แม้ว่า…แม่จะไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิดผมมาก็ตาม

  ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

8 Responses to ' ………..แด่แม่,แม้จะ………… '

Subscribe to comments with RSS or TrackBack to ' ………..แด่แม่,แม้จะ………… '.

  1. kiks
    kiks
    August 21st, 2009 @ 1:23 pm

    อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ

    เย็นนี้คงต้องกลับไปพูดจาหวานหูกับพ่อสักหน่อย

    เฮ้อ เราหนอเรา ลูกตัวแสบ พูดจาบาดอกบาดใจพ่ออยู่เรื่อย

    ยิ่งอ่านหัวเรื่องนี้ถึงตอนประโยคสุดท้าย ยิ่งอึ้งค่ะ

    ถ้าเป็นเด็กๆ จะบอกว่า น่าจะเขียนให้เร็วหน่อย แล้วส่งเข้าประกวดวันแม่ซะเลย :blush: :blush:

    ขอฝากแสดงความเคารพคุณแม่ด้วยคนนะคะ

    ขอให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนยาว อยู่กับลูกไปอีกนานๆค่ะ

  2. สายลมลอย
    August 21st, 2009 @ 8:14 pm

    ขอบคุณมากครับ Kiks

  3. tukta
    September 11th, 2009 @ 8:18 pm

    ดิฉันอ่านแล้วพูดไม่ออกเลย มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่ไหลออกมา ดิฉันเข้ามาในเว็บนี้เพื่อค้นหาข้อมูลที่ทำให้คนแก่มีขาแข็งแรง เพราะพ่อแม่ของดิฉันท่านอายุ 80 ทั้งคู่ อยากให้ท่านเดินสะดวกแต่เรื่องหลงลืมก็มีบ้าง ดิฉันอยากให้มีคนมาอ่านบทความของคุณมากๆ จังเลยค่ะ จะมีสักกี่คนที่จะกลับมามองคนข้างหลังอย่างคุณ
    ….เรื่องราวของดิฉัน…ฉันเคยฝันเหมือนกันว่า..อยากจะทำงานเก็บเงินให้พอสำหรับไว้ใช้ในยามแก่ แต่เวลาของดิฉันมีน้อย ดิฉันอายุ 37 ก้ต้องรีบกลับมาดูแลท่านทั้ง 2 เพราะท่านแก่มากแล้ว ดิฉันเลือกท่าน ส่วนตัวเองเอาไว้คิดทีหลังเพราะเราอยู่อย่างพอเพียงก็สามารถอยู่ได้
    หากคุณมีสูตรดีๆ สำหรับคนแก่ให้ขาแข็งแรงช่วยแนะนำด้วยนะคะ

  4. สายลมลอย
    September 11th, 2009 @ 10:53 pm

    k. tukta ครับ ผมกลับมาดูแลคนแก่ตอนที่ผมอายุ เลยสามสิบมาหน่อยเดียว ถือเป็นความกล้าหาญอย่างมากเพราะ งานการที่ผมทำนับว่ามั่นคงมาก(หน่วยงานของรัฐ)

    การตัดสินใจแบบนี้ ต้องฝ่าโรคซึมเศร้าของตัวเองให้ได้ มันยากนะครับ แต่เราต้องทำเพื่อคนที่เรารักให้ได้

    สูตรของคนแก่แข็งแรง ในแง่มุมของผม…โชคดีตรงที่คนแก่ของผมแกเคยเป็นหมอยา รักษาตัวเองด้วยยาสมุนไพรได้จนถึงตอนนี้ ที่เหลือก็ วิตตามิน อาหารเสริมบางชนิดเท่าที่กำลังมี (ผมไม่ค่อยมีกำลังครับ เลยอาศัยเท่าที่ได้) อย่างอื่นก็พูดคุย พาเดินออกกำลัง ฯ

    ของให้คนแก่แข็งแรง และคุณเองก็ต้องแข็งแรงทั้งกายและใจนะครับ

    ด้วยมิตร

  5. ต้นส้ม-แสนรัก
    September 26th, 2009 @ 2:16 pm

    อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ ดีใจและปลื้มใจที่ได้อ่านเรื่องราวนี้ ขอให้คุณสายลมลอย เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ นะคะ ขอให้คุณแม่แข็งแรง อายุยืนยาวอยู่กับลูกหลานไปอีกนาน ๆ

    ด้วยความนับถือ

  6. sailomloy
    sailomloy
    September 26th, 2009 @ 8:47 pm

    ต้นส้ม-แสนรัก : ขอบคุณมากครับ

    นับถือเช่นกัน

  7. beebee_er
    October 20th, 2009 @ 5:15 am

    คุณสายลมลอยเคยอ่านหนังสือที่เขาว่างขายที่แผงหนังสือไหมแบบอ่านยังไม่จบหรอกได้แค่ปกหน้า บทวิจารณ์หรือแค่บางตอนที่พิมพ์ไว้หลังปกเราก็อยากมีไว้เป็นเจ้าของแล้วเหมือนตอนนี้เลย อ่านเรื่องทีคุณเขียนแล้วก็อยากมีเก็บไว้ แล้ววันที่เราไม่วุ่นวายกับชีวิต ผูกเปล ลมเย็น กาแฟดีๆสักกา แล้ววันนั้นก็เอาเรื่องที่คุณเขียนทุกเรื่องมาอ่าน น่าจะอิ่มเอมนะ ทำอย่างไรจึงมีทุกเรื่อง มีแบบสำเร็จรูปอย่างเช่น รวมเล่มสายลมลอย เป็นต้น หรือไม่ มีมั้ยพี่อยากได้ วันสบายสบายจะได้นอนอ่าน :confused: :confused: :confused:

  8. สายลมลอย
    October 20th, 2009 @ 8:29 am

    beebee_er - ขอบคุณและยินดีครับที่สนใจติดตาม รอนิดนึงนะครับ (ซึ่งผมรอมานานแล้ว) สำหรับการรวมเล่ม

    ด้วยมิตร

    สายลมฯ

Leave a reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

:confused: :laidback: :biggrin: :secret: :stress: :tongue: :blank: :blush: :bored: :frown: :right: :shock: :smile: :cool: :evil: :grin: :left: :wink: :yawn: :grr: :mad: :sad: :up: