………ลอกอสร้อย………

10/07/2009 08:38
Posted by sailomloy in Blog

     

ขาวอมเหลืองเป็นพวงร้อย     นี่คือสร้อยต้นลอกอ
เติบตั้ง กระทั่งก่อ                 เป็นปฐม(มะ)ภูมิ มา 

 

อดหิวหยิบกินได้                  เจ็บป่วยไข้ช่วยรักษา
ประทังชีวิตมา                     ค่าเพียงไหน ชายไฟ,ครัว? 


เพื่อนเอ๋ย….ฉันจะเล่าให้ฟัง

บ้านฉันเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้วมีต้นลอกอ เป็นสายพันธุ์พื้นบ้านงอกเรียงรายอยู่โดยรอบ   

ลอกอ(ลอ – กอ)ในภาษาถิ่นใต้ หมายถึง มะละกอ พืชมากประโยชน์ที่เป็นได้ทั้งผักและผลไม้อีกชนิดหนึ่งซึ่งแสนจะธรรมดา หากทว่าแฝงไว้ด้วยความไม่ธรรมดามากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเพื่อการกินอย่างผัก อย่างอาหาร อย่างผลไม้ อย่างขนม น้ำคั้นผลสุก หรือใช้เป็นยารักษาโรคหลายชนิด

คำว่า “ลอกอ” แสลงถิ่นใต้(สะ –แลง)หมายถึง ไม่ได้ ไม่จ่าย ชิ่ง (ค่ารถ ค่าโดยสาร ตั๋วหนัง) โดยการหนีหรือหลบหลีกเพื่อใช้บริการใดๆ ที่ปรกติต้องจ่ายค่าบริการแต่ดันใช้ฟรีเราเรียกลอกอทั้งสิ้น

ในยุคเก่า…มะละกอเป็นพืชประจำครัวเรือน เจ้าบ้านมักไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนักอาจเพราะด้วยอายุของต้น และความอุดมสมบูรณ์ของธัญญาหารอื่นๆ จนหลงลืมมะละกอในสวน ซึ่งแม้จะมีเพียงต้นเดียว ก็สามารถกินใช้และแจกจ่ายกันได้นาน

 

 

มีคำเปรียบเปรยบางคำที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับมะละกอในท้องถิ่นใต้ โบราณว่าไว้ ว่า

“ แก่พร้าว เฒ่าลอกอ” ความหมาย อาจพอกล้อมแกล้มได้ว่า แก่ อายุมากเสียเปล่าปลี้ ไม่มีแก่สาร กลวงใน ไร้สาระ ฯลฯ

มีชุดคำหนึ่งว่าไว้ว่า  

“…เหมือนลอกอชายไฟ” บางที่ว่า  “…เหมือนลอกอชายครัว”  

ครับ มะละกอมักงอกอยู่ริมครัวเรือน ชานบ้าน ชายคา หรือไม่ไกลจากครัว (ซึ่งมักใช้ไฟเตาถ่านในการหุงหาอาหาร) เมล็ดของมะละกอสุกมักทิ้งขว้างไว้ริมชายคานั่นเอง ไม่ต้องอาศัยการดูแล งอกงามออกดอกออกผลดกดื่น แต่มักไม่ได้รับการสนใจนำมากินมาใช้เท่าไร ไม่ว่าจะเป็นการสอยเอามาต้มผัดทอดหรือตำส้มตำ

ยกเว้นวันหนึ่ง ครอบครัวนั้นเข้าสู่สภาวะคับขัน เมื่อฝืดเคืองจึงต้องสอดส่ายสายตามองหาสรรพสิ่งใกล้ตัว

พบมะละกอ….นำมาปรุงอาหารเลี้ยงชีพแก้ขัดไปได้  

เช่นชีวิตคนเรา…ใกล้ตัวมักมองไม่เห็นความสำคัญของการมีอยู่ หรือมองเห็นสาระประโยชน์ซึ่งสามารถเอื้อให้กัน คิดได้ดังนี้จึงเอ่ยกระแนะกระแหนขึ้นมาว่า
“ ไอ้เราก็เหมือนลอกอชายครัวนั่นแหละ…สิ้นท่าแล้วละซี ต้องซมซานกลับมาหา.. ”

มะละกอต้นน้อยๆ ถูกกระทบกระเทียบไปถึงพฤติกรรมและวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติไปโน่น

 

 

 

ในสวนขี้คร้านเคยมีมะละกออยู่สองชนิดพันธุ์ คือแบบลูกกลม(ภาคกลางน่าจะเรียกว่ามะละกอฮาวาย) ต้นสูงลิบลิ่วขนาดโตเกือบเท่าต้นมะพร้าว แตกกิ่งก้านมากมาย แต่ละยอดมีผลเล็กๆ ติดแน่น ดกจนแทบไม่มีที่ว่าง

วัยเด็กของฉันเป็นช่วงเวลาที่ป่วยไข้บ่อยมาก เดี๋ยวตัวร้อน ชัก เป็นไข้

แม่ใช้เยื่อของลำต้นด้านใน(ซี่งกลวง) มาแช่น้ำแล้วอุ้มลงไปแช่เพื่อลดไข้ และลดอาการชัก

มะละกอช่วยชีวิต

รากอ่อนๆ ของต้นมะละกอขนาดนิ้วโป้งเท้า ลอกเปลือกออกแช่น้ำ ตัดเฉือนเฉียงแกงเผ็ดปลาย่างอร่อยดีแลฯ

 

ยางอันเกิดจากการกรีดผิวของผลแก่ นำไปกัด “ตุด” หรือ “หูด” หายถึงรากถึงโคน

ช่อดอกของมะละกอพวกนี้จะติดอยู่กับลำต้นส่วนปลายยอดติดกับทางใบซึ่งยื่นยาวออกไป

 

 

แต่มีมะละกออีกชนิดหนึ่ง บ้านฉันเรียก “ลอกอสร้อยหรือมะละกอสร้อย” บางคนเรียกลอกอผู้หรือมะละกอตัวผู้ ลักษณะช่อดอกยื่นยาวออกมาจากลำต้นส่วนยอด แตกช่อดอกออกมาเป็นก้านยาว เป็นช่วงๆ ในแต่ละช่วงมีกลุ่มช่อดอกสีเขียวอ่อน บางดอกบานแล้วเผยให้เห็นกลีบดอกสีขาวอมเหลืองอ่อนๆ แต้มกระจุกสีเหลืองอยู่ตรงกลาง ยิ่งบานสุด กลับดอกจะพับเอียงไปด้านหลังคล้ายวงล้อกงจักร

ก้านดอกที่มองไกลคงมีลักษณะเหมือนสร้อยคอประดับอัญมณี สวมใส่หลายเส้นอยู่บนต้น จึงอาจเรียกลอกอสร้อย

มะละกอสร้อยเป็นคนละชนิดกับพันธุ์ที่มีก้านดอกยื่นยาวเพียงก้านเดียวแล้วติดดอกหรือผลเพียงผลเดียวที่ปลายก้านนั้น เกษตรกรปลูกมะละกออาจเรียกมะละกอตัวผู้เหมือนกับมะละกอสร้อย(หรือลอกอสร้อย)  

โบราณว่ามะละกอสร้อยมีสรรพคุณทางยามากกว่ามะละลอพื้นบ้านใน พยายามสอบถามคนรุ่นเก่าหลายคนได้ความว่ามะละกอสร้อย นำทั้ง 5 (ราก ต้น ใบ ดอก ผล ) มาเข้ากับเครื่องยาชนิดอื่น ใช้เป็นยารักษาโรคมุตกิต ระดูขาวของผู้หญิง  

 

เพื่อนเอ๋ย….ฉันจะบ่นให้ฟัง

ยังมีต้นไม้ ทรัพยากร ผู้คน ในหมู่บ้าน จังหวัด ในประเทศ อีกมากมายที่ทรงคุณค่า

เราท่านทั้งหลายไม่เพียงไม่มอง ไม่เห็นคุณค่า ไม่รักษา ไม่ทำนุบำรุง ยังทุบทึ้งทำลายให้เสียหายสูญพันธุ์อีกต่างหาก

 

 

หรือจะรอให้ถึงวันที่เราไม่มีอะไรเสาะใส่แล้วกระมัง จึงชะม้ายชายตามอง

 

เอาอย่างนั้นไหม - เพื่อน?

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐