………..ลิงติง………..

18/06/2009 09:35
Posted by sailomloy in Blog


 

เปล่าดอกผมไม่ได้ประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อยในกระแสข่าวตอนนี้(มิถุนายน๒๕๕๒) หากแต่เป็นนามแปลกของไม้พื้นบ้านชนิดหนึ่งซึ่งเปรี้ยวได้ใจพระเดชพระคุณมาแต่โบราณจนถึงบัดเดี๋ยวนี้ด้วยว่าไม้ชนิดนี้สามารถเป็นได้ทั้งผักและผลไม้ ออกดอกออกผลได้ทั้งปี ดกดื่นรอบเปลือกตั้งแต่โคนจนถึงยอด  ดังนั้นแค่ในหมู่บ้านๆ หนึ่ง มีต้นไม้ชนิดนี้เพียงต้นเดียวก็กินกันไม่หมดไม่สิ้น

..ต้นไม้ชนิดนี้จึงมีคนปลูกกันน้อย สุ่มเสียงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง

คนต่างจังหวัดคงเคยรู้สึก ที่ว่าอยู่ๆ พบว่าต้นไม้หลายต้นที่คุ้นเคย หายไปจากความทรงจำชนิดที่เรียกคืนกลับมาไม่ได้เลย หากไม่ได้เห็นบางอย่างที่คุ้นตา คุ้นลิ้นหากได้ชิม และคุ้นกลิ่นเมื่อได้สูดอีกครั้ง

และอาจเป็นครั้งที่สายเกินไปแล้วก็ได้

บ้านผมเรียกพันธุ์ไม้ชนิดนี้ว่า ลิงติง ทางใต้เรียก ลี้งตี้ง ลี้งปลี้ง หลี้งปลี้ง แล้วแต่สำเนียง แต่มีบางชุมชนเรียก มุงมัง (นครศรีฯตอนบน)น่ารักดีเหมือนกัน

ลักษณะต้นโดยรวมคล้ายมะยม แต่กลับเป็นญาติสนิทกับมะเฟือง เสน่ห์งามอีตรงดอกสีเลือดเข้ม ห้ากลีบ ก้านเกสรสีขาว โผล่ออกมาจากกลางดอก ปลายก้านมีเกสรสีเหลืองอ่อนแต้มแต่น้อย ยามออกดอกในกลุ่มก้านช่อดอกเดียวกัน จึงกระจุกแน่นดูแปลกตา

นอกเหนือจากน้ำคั้นจากผลผสมกับน้ำผึ้งแล้ว ตำรับยาโบราณใช้ดอกทำน้ำชาดื่มแก้ไอได้เหมือนกัน

ดอกผลกลมมนยาวราวนิ้วมือ สีเขียวเป็นกระจุกแน่น แทบจะไม่มีดอกไหนที่ฝ่อ เพราะติดผลแน่นขนัด ผลอ่อนใช้เป็นอาหารได้สารพัน ทั้งน้ำพริก แกงส้ม แกงเผ็ด เทโพ ยำ ต้มกระทิ หรือจะกินเล่นแบบผลไม้จิ้มพริกเกลือ

 

ทำน้ำหวานใส่น้ำแข็งเกล็ด ก็ต้มกรองหรือปั่นด้วยเครื่องปั่น ปรุงรสทำน้ำตะลิงปลิงเสริมวิตามินซีให้ประโยชน์แก่ร่างกาย   

เมนูอาหารพื้นบ้านหลายถิ่นใช้ต้มส้มกับปลาทู เมื่อเบื่อรสคุ้นล้นที่ปรุงด้วยน้ำส้มที่หมักจากน้ำตาลโตนดสด บางเมนูใช้แกงเผ็ดแกงปลาแทนผักรสเปรี้ยว เทียบเคียงกับพวกสับปะรดในแกงคั่วส้มหรือเทโพคงคล้ายกัน แต่รสชาติแตกต่าง

รักความจัดจ้านแบบส้มตะลิงปลิง ใช้แทนมะนาวทั้งคั้นน้ำและแทนผักในการปรุงเมนูต้มยำทะเลน้ำใส แค่คิดน้ำสายก็ใส

ผลดกมากก็หาวิธีถนอม ทำแห้ง แช่อิ่ม เป็นการถนอมผลไม้แบบเปลี่ยนรสชาติกันไปได้อีก

นอกเหนือจากนั้นแล้วความเป็นส้มเป็นกรดของตะลิงปลิงสามารถใช้ขัดพวกเครื่องทองเหลืองให้แวววาวสวยงามได้

ไม่แน่ใจว่าในยุคก่อนที่ผมจะทันจำความ บ้านสวนฯเคยมีตะลิงปลิงอยู่บ้างหรือไม่ ขอเพียงในยุคผม ปลูกไว้ จำเป็นกินใช้หยิบฉวยได้สะดวก เป็นการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชพื้นบ้านไปในตัว

ต้นตะลิงปลิงหาง่าย แต่ไม่ใช่ทุกต้นที่มีผลแล้วมีต้นล็กๆ งอกตรงโคนต้น ผลดกแต่ไม่ใช่ทุดผลที่มีเมล็ด ไม่ใช่ทุกเมล็ดที่ปลูกแล้วงอก   

แต่ผมก็สามารถเสาะหามาปลูกไว้ในสวนขี้คร้านจนได้

ต้นเล็กๆ หลายต้นถูกขุดขึ้นมาจากสวนของเพื่อนต่างอำเภอเมื่อเจ็ดปีก่อน นำมาปลูกไว้ในสวนฯ เหลือรอดเพียงสามต้น ล่าสุดถูกไฟคลอกตายอีกต้น เหลือสอง หนึ่งในนั้นออกดอกออกผลให้เห็นปีครั้งแรกในเดือนนี้(มิถุนายน ๒๕๕๒)  

อีกไม่กี่วันก็ได้กินได้ใช้แล้ว….ตะลิงปลิงเจ้าเอยฯ

การรอคอยในบางสิ่งสำหรับมนุษย์ เวลาเจ็ดปีอาจยาวนานเกินการ แต่สำหรับต้นไม้ ผมว่าแม้ใช้เวลายาวนานทั้งชีวิตหรือเกินเลยไปหลายชั่วชีวิตของคน การหยัดยืนขึ้นอย่างแข็งแรง ต้านลมต้านฟ้า กระทั่งออกดอกออกผลสืบทอดเผ่าพันธุ์ของต้นไม้ได้นั้น อาจมีความหมายเพียงแค่กระพริบตา

จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นคนเมืองหรือคนต่างจังหวัดอาจเคยรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวนับแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน จะเป็นห้องแถวเก่าๆ ในตลาด ต้นไม้ บทเพลง อาหาร หรือผลไม้ที่คุ้นเคย มีบางช่วงเราพบว่ามันหายไปจากความทรงจำชนิดที่เรียกคืนกลับมายาก หากไม่ได้เห็นบางอย่างที่คุ้นตา คุ้นลิ้นหากได้ชิม คุ้นเสียงหากได้ยิน และคุ้นกลิ่นเมื่อได้สูดดมอีกครั้ง

ไม่แน่ว่า……….อาจเป็นครั้งที่สายเกินไปแล้วก็ได้

       ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐