…………ลูกปัดของเพื่อน………….

09/04/2009 18:35
Posted by sailomloy in Blog

รอยลูกปัด : BEYOND BEADS กำลังอยู่ในกระแสนิยม ผู้ที่เขียนหนังสือเล่มนี้เคยเป็นเจ้านายเก่าของผมในสายงานประจำยุคโน้น ทั้งยังเคยเป็นผู้ที่ให้ที่พักพิง แหล่งมั่วสุมทางปัญญา ห้องสมุด ที่ซุกตัว เพิ่มหยักสมองในยุคที่ผมเริ่มแปลกแยกและตั้งคำถามต่อสังคมแล้วหัดขีดเขียนในเวลาต่อมา

ครับ,คุณหมอบัญชา พงษ์พานิช เจ้าของลูกปัดสุริยะเทพอันโด่งดัง ทำให้ผมคิดย้อนกลับไปในยุคที่ผมเริ่มห้อยลูกปัดเส้นเล็กๆ ที่คนในบ้านผมขุดหามาร้อยให้ผมสวมใส่ในยุคหนึ่ง

สามสิบกว่าปีก่อน ยุคสมัยที่กรุเขาสามแก้วแตกใหม่ๆ

รู้จักเขาสามแก้วไหม?

“เขาสามแก้ว เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแหล่งหนึ่งที่มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่รับอารยธรรมจากอินเดีย จากการสำรวจและขุดค้นของกรมศิลปากรในปี พ.ศ.2524 -2525  พบหลักฐานสำคัญ เช่น กลองมโหระทึกสำริด  ประติมากรรมจำลองสำริด (รูปคน,สัตว์) เครื่องมือเหล็กรูปใบหอก แท่นหินบดมีลายตัดทอนส่วนของสถูปและธรรมจักร ลูกปัด (แก้ว, หิน) กำไล (แก้ว,หิน) แหวนและแผ่นทอง รวมทั้งลูกปัดหินคาร์เนเลี่ยนแกะสลักอักษรโบราณ

จากผลการขุดค้นทางโบราณคดี สามารถสันนิษฐานได้ว่า บริเวณเขาสามแก้วเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มคน ๒ สมัย คือ สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ร่วมสมัยรัตนโกสินทร์ หลักฐานที่พบจากการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีส่วนใหญ่เป็นของชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บนเนินและพื้นที่ราบ โดยยังคงสืบทอดวัฒนธรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์  รวมทั้งมีการติดต่อกับวัฒนธรรมอินเดีย  (สมัยอินโด – โรมัน ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๕ - ๙ ) และวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเอง  เช่น วัฒนธรรมดองซอน  เป็นต้น และจากการพบเศษแก้วหลอม  หินวัตถุดิบที่มีรอยขัดแต่ง รวมทั้งลูกปัดและเครื่องประดับจำนวนมากที่แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว  อาจสันนิษฐานได้ว่า  แหล่งโบราณคดีนี้น่าจะเป็นแหล่งผลิตลูกปัดและเครื่องประดับ  เพื่อตอบสนองคนในชุมชนและชุมชนอื่นๆ รวมทั้งน่าจะเป็นเมืองท่ารุ่นแรกๆ  ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทยที่รับวัฒนธรรมอินเดีย” ข้อมูลจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร (ข้อมูลโดย สุขกมล วงศ์สวรรค์)

ยุคนั้น,แม่และคนในหมู่บ้านได้ข่าวของเก่าที่ถูกค้นพบ คงเกิดกระแสตื่นของ เหมือนตื่นทอง(มีคนเคยพบทองเก่า เงินเก่า สมบัติต่างๆ) จึงรวมกลุ่มกันไป เตรียมข้าวกลางวัน พลั่วเสียม และนั่งรถไฟหวานเย็นหายไปวันหนึ่งเต็มๆ ก่อนจะกลับมาตอนหัวค่ำพร้อมกับสมบัติเต็มหอบ…

สมบัตินั่นบางส่วนผมยังเก็บไว้จนถึงก่อนทำบ้านหลังนี้ (จำไม่ได้แล้วว่าตอนนี้เก็บไว้ตรง
ไหนของบ้าน ทั้งที่มันไม่ได้มีราคาค่างวดแค่เพียงเศษหม้อดินเผาแตกๆ ที่ไม่มีลวดลายอะไรเลย )

แต่สมบัติอีกส่วนหนึ่งหล่นหายไปนานแล้วครับ ตั้งแต่ผมยังไม่ได้เริ่มเรียนหนังสือ หรือ อาจจะเข้าเรียนป.1 ป.2 ไม่แน่ใจ ความจำช่วงนั้น..ลางเลือนเหลือเกิน

ลูกปัดครับ…ลูกปัดแก้วสีฟ้าหรือสำน้ำเงินเข้ม เม็ดขนาดนิ้วก้อยเด็ก แม่ประจงร้อยเป็นสร้อยใส่คอผมไว้ แต่ด้วยความซุกซนประสาเด็กกระโลดเต้นวิ่งเล่นซนในสวน สร้อยลูกปัดฝีมือแม่จึงขาด ลูกปัดตกหล่นสูญหายไปไหนไม่ทราบ รอบๆ บ้าน ในสวนเพื่อนบ้าน ในทุ่งนา หรือที่อื่น

คิดแล้วยังอดเสียดายอยู่เนืองๆ  
 

ผมจึงฝังใจกับลูกปัดแก้วสีฟ้าอย่างมาก พบเห็นที่ไหนเป็นอันต้องปรี่เข้าไปนั่งดู ลูบคลำอย่างมีความสุข แต่ไม่มีปัญญาจับจ่ายซื้อหามาเป็นสมบัติประจำตัว จนทำงานประจำได้เงินเดือนแล้วนั่นแหละ

วันหนึ่ง..ไปนั่งดูแถวๆ ท่าพระจันทร์ในยุค 2534 -2535 ได้ลูกปัดอ่างทองมาประจำตัวไว้เส้นหนึ่ง,อย่างเท่ห์

สวมใส่อยู่หลายปี,ท้ายที่สุดผมก็ให้เพื่อนสนิทครอบครองไป..

ประมาณปี 2541 เพื่อนสนิทของผมอีกคนหนึ่งซึ่งเคยเรียนปวช.มาด้วยกัน ติดต่อถึงกันกันตลอด บ้านเกิดของเพื่อนไม่ไกลจากวัดสามแก้วมากนัก

เพื่อนได้มีโอกาสเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของผู้มีอันจะกินคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ มีการขุดหาลูกปัดกัน ยังมีลูกปัดให้ค้นขุดอยู่เรื่อยๆ จริงบ้างสวมรอยบ้างว่ากันไป

เพื่อนเล่าถึงชั้นหินและแนวของของเส้นทางลูกปัดใต้ดินที่มีการค้นพบ เพื่อนว่ามันไม่เหมือนการขุดหลุมศพเพื่อค้นหาสมบัติคนตายมาครอบครองหรือขายไป แต่มันคือแหล่งผลิตขนาดใหญ่ที่มีลูกปัดตกหล่นอยู่แทบทุกที่ ไม่ใช่มีลักษณะเป็นหลุมๆ เหมือนที่อื่น

ยุคหลังที่เราติดต่อกัน เพื่อนว่าเจ้าของที่ใช้วิธีการให้สัมปทานกันคนละกระสอบ คิดราคากันไป ขุดๆ ดินใส่กระสอบจ่ายเงิน แล้วแบกไปร่อนได้มากน้อยแล้วแต่ดวง เพื่อนเล่าเสียเห็นภาพ จนต้องขอติดสอยห้อยตามเพื่อถ่ายภาพข้อมูล พร้อมทั้งบอกให้เพื่อนหาลูกปัดแก้วสีฟ้าไว้ให้ผมเส้นหนึ่งด้วย

เพื่อนรับปาก…

เพื่อนว่า หากผมจะไปเก็บภาพเก็บเรื่องวันไหน เดี๋ยวจะพาไป ให้เตรียมตัวไว้
ผมรับปาก…
ปี 2551 คนแก่ที่บ้านไม่สบายหนักต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมือง ผมโทรเข้าหาเพื่อน ก่อนคนแก่จะออกจากโรงพยาบาล 1 วัน เพื่อนหิ้วของฝากมาเยอะแยะเพื่อเยี่ยมคนแก่และผมที่โรงพยาบาล พร้อมกับล้วงสร้อยลูกปัดมายัดใส่มือผม
พร้อมกับสำทับว่า  “มึงเอาเส้นนี้ไปก่อนนะ เส้นก่อนลูกมันใหญ่กว่านี้ กูเก็บไว้ให้มึงนานแล้วมึงไม่ไปเอาซักที กูเลยขายไปแล้ว ร้อนเงินหมุนไม่ทัน ไว้วันหลังกูจะหาให้ใหม่ให้ลูกใหญ่กว่านี้”

ผมจับมือเพื่อนแล้วบอกขอบอกขอบใจ

เดือนหนึ่งหลังจากนั้น……เพื่อนตาย

 

ทุกวันนี้เมื่อได้ยินข่าวเรื่องลูกปัดที่โน่นที่นี่ยังสะทกถึงลูกปัดสีฟ้าที่หายไป และพวงลูกปัดขนาดเล็กที่เพื่อนผมมอบให้ก่อนละสังขาร  

วันไหนหยิบลูกปัดพวงนั้นมาสวมใส่ห้อยคอ ผมคิดถึงคำบางคำที่มิตรคนหนึ่งเคยสนทนากับผม  

“ท้ายที่สุดแล้วคนเราก็โดดเดี่ยวด้วยกันทั้งสิ้น”

อีกหลายปีข้างหน้า..ลูกปัดในมือผมพวงนี้ตกอยู่กับใครไม่รู้

มาจากดินคงกลับไปสู่ดินดังเดิม จะคงอยู่หรือเสื่อมไป ช้าหรือเร็ว กาลเวลาเท่านั้นที่บอกเล่าเรื่องให้กับคนรุ่นต่อไปได้

มีคุณค่าสำหรับคนรุ่นนั้นหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องล่วงรู้

ใช่ไหม?
                     ………………………………………………………

5 Responses to ' …………ลูกปัดของเพื่อน…………. '

Subscribe to comments with RSS or TrackBack to ' …………ลูกปัดของเพื่อน…………. '.

  1. kiks
    kiks
    April 10th, 2009 @ 8:11 am

    อ่านจนจบแล้ว

    ก็อยากจะบอกว่า ไม่โดดเดี่ยวหรอกค่ะ ถึงแม้จะหายหน้าหายตาไปบ้าง ตามแต่ธุระของแต่ละคน แต่ก็จะวนเวียนกลับมาอ่านเสมอ

    ช่วงเวลาของชีวิตเรา kiks ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวน้ะ แต่กลับรู้สึกอยากขอเวลาส่วนตัวบ้าง เลยชอบหนีเที่ยวคนเดียวบ่อยๆ
    สงสัยพี่น้องแยะเกินไป :biggrin: :biggrin:

    ไม่มีไรค่ะ แค่แวะมาเยี่ยมเยียน อากาศเปลี่ยนบ่อยๆ รักษาสุขภาพนะคะ :blush: แล้วก็ไม่อยากให้รู้สึกโดดเดี่ยวเลย เอาเป็นว่าขอเป็นช่วงเวลาที่ให้กับตัวเองแล้วกัน ว่าไปโน่น :tongue:

  2. golb
    June 1st, 2009 @ 3:14 pm

    อ่านผลไม้หน้าแล้งแล้ว นึกอยากได้มาปลูกไว้บ้าง
    ก็พอดี, เม็ดไม้เดินทางมาถึง
    ขอบคุณครับ

    ถ้ายังไม่เบื่อ เม็ดผักหวานจะตามลงไปในไม่ช้า เผื่อไว้แจก

    และขอบคุณอีกครั้งสำหรับแสตมป์ท่านพุทธทาสที่แปะมากับซอง
    กะลังอยากได้อยู่พอดี

    :biggrin:

  3. สสายลมลอย
    June 2nd, 2009 @ 2:56 pm

    ยินดี กอล์ฟ ยินดี

    kiks - ขอบคุณครับ

  4. บัญชา
    September 6th, 2009 @ 2:14 pm

    คุณคือใครผมนึกเท่าไหร่ก็ไม่ออก
    บอกหน่อยได้ไหมครับ

    บัญชา

  5. สายลมลอย
    September 6th, 2009 @ 6:05 pm

    คุณหมอ…จำนามปากกา คนชุมพร ที่เคยเขียนจุลสารโกมลคีมทองภาคทักษิณได้ไหมครับ

    หลังจากนั้นผมก็เดินตามหลังคุณหมอต้อยๆ อยู่หลายปีเพื่อทำงาน

    ส่วนนามนี้ คนที่พี่หมอสามารถถามได้ว่าผมคือใคร มีรายนามต่างๆ ดังต่อไปนี้

    ๑. หมอรังสิต ทองสมัคร
    ๒. ไกรสร สายวารี(บังหมาน)
    ๓. กฤษณา เสตพงศ์
    ๔. คุณศรัญญา ทองอยู่(นก)

    แค่นี้คงทราบแล้วมั้งครับ คุณหมอ

    ด้วยความนับถือ

Leave a reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

:confused: :laidback: :biggrin: :secret: :stress: :tongue: :blank: :blush: :bored: :frown: :right: :shock: :smile: :cool: :evil: :grin: :left: :wink: :yawn: :grr: :mad: :sad: :up: