………… ทิชชู รึ นี่คือขี้ขม? …………

30/03/2009 12:26
Posted by sailomloy in Blog

 

เธอเอ๋ย…..

ฉันมีหน่วยคำ(คีย์เวิร์ด)อยู่หน่วยหนึ่ง กับกลุ่มคำอีกกลุ่มหนึ่ง ประสมกันเป็นเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งซึ่งฝังใจมาตั้งแต่วัยเด็ก

ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้เหมือนคนรำลึกชาติ เห็นไอ้โน่นก็วูบ ได้กลิ่นนี่ก็วาบ

 

สมัยที่เด็กยุคนั้นยังไม่รู้จักกางเกงลิง ในสวนยังเตียนโล่งทว่าร่มด้วยพรรณไม้ผล นาหน้าแล้งซังแห้งกรอบ เด็กน้อยโรงเรียนปิดเทอมใหญ่แล้ว ผลไม้หน้าแล้งเริ่มออกดอกออกผล ดอกกาแฟบาน เด็กวิ่งเล่นในสวนหากินลูกไม้เล่น

ปวดหนักก็วิ่งแจ้นเข้าสวนในมุมอับ ที่นั่น เม็ดไม้จากการกลืนกินเริ่มต้นเพาะตัว เพื่อเติบโตให้ดอกให้ผลในเวลาต่อมา

ทะลึ่งสงสัยว่าเด็กน้อยเอาอะไรมาทำความสะอาด(ตูด)?

 

ใบไม้ใกล้ตัวอย่างสาบเสือและขี้ขมน่าจะเป็นใบไม้ตัวเลือกชนิดแรกๆ ด้วยใบที่อ่อนนุ่ม หาได้ง่าย และไม่มีพิษระคายเคืองต่อผิวอันอ่อนบาง


ในหมู่บ้านยุคนั้น…แม้บ้านที่มีฐานะดียังไม่เคยรู้จักส้วมซึม อย่างดีแค่เว็จปิดล้อมบังตา หากใครผ่านเส้นทางที่มีการนั่งทุ่งอยู่เพียงเห็นหัวผลุบโผล่ก็รู้โดยทันทีว่าโลกส่วนตัวห้ามยุ่งเกี่ยว และกรุณาจำเส้นทางนั้นไว้ด้วย หากผ่านไปอีกครั้งอาจได้พบกับระเบิดแดดเดียว แข็งนอกนุ่มในเล็ดง่ามตริงได้อย่างมีอิสระพร้อมกลิ่นอันแสนรัญจวน

 

 


เจอเข้ากับใครเป็นได้จำไปเล่าอีกหลายเดือน – หากไม่อับอายเสียเอง

 

เรื่องเล่าอันสืบเนื่องจากการนี้มีอีกนับไม่ถ้วนทั้งขันและขื่นในเวลาเดียวกัน ไว้โอกาสต่อมาจะสรรหามาสู่กัน

 

หน่วยคำหน่วยแรกไว้ คือต้นขี้ขมและกลุ่มคำที่ว่าคือเรื่องเล่าข้างบนนั่นเอง

 

ฉันหลงลืมไปนานแล้ว ว่าขี้ขมมีความน่าสนใจตรงไหน นอกจากใบไว้ใช้เช็ดตูดคนในยุค 30 ปีลงไปในชนบทหมู่บ้านถิ่นใต้ตอนบน


กระทั่งปลายเดือนกุมภาพันธ์ – ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ ดอกขี้ขมบานสะพรั่งไปทั้งสวน ไม่ว่าจะเป็นสวนข้างเคียงหรือไกลออกไปที่ยังคงสภาพดั้งเดิมไร้สารฯ ไม่มีการตัดฟันด้วยว่าเห็นเป็นพืชเบียดเบียนมายา(ปุ๋ย)ของต้นไม้หลักในสวน


เห็นดอกตูมเป็นตุ้มโผล่ออกมาจากฐานรองดอกแปลกดีแฮะ..โดยรวมกลุ่มดอกเป็นช่อตรงยอดคล้ายนางแย้มทว่าไม่หนาแน่นเท่า กลีบดอกสีขาวคล้ายมะลิซ้อน เมื่อบานกลีบสีขาวจะชัดเจนมองเห็นแต่ไกล แต่ด้านในตรงโคนเกสรมีสีส้มแดง ชมพู ม่วงอ่อนไล่เฉดกัน


ก้านเกสรสี่อันสีขาวบริสุทธิ์ปลายก้านเกสรทั้งสี่คือเกสรสีม่วงแก่รูปหัวใจดวงน้อยๆ สี่ดวงติดแหมะอยู่ตรงนั้น อีกอันเป็นก้านเกสรหรืออะไรไม่รู้ แต่ปลายก้านซึ่งยื่นยาวกว่าสี่ก้านแรกมีแฉกเล็กๆ สีเขียวอ่อน ดูแปลกตา เหมือนหนวด เหมือนลิ้นงู เหมือนอะไรไม่รู้?

บ้าจริง…“อย่าสวยให้มากได้ไหม ฉันหัวใจจะวาย”  

 

น่าเชื่อไหมเล่าว่านี่คือดอกไม้ที่ฉันเคยเด็ดใบมาเช็ดตูดเมื่อวัยเด็ก? 

 

มองเจ้าต้นขี้ขมแบบกวาดสายตาผ่าน โดยรวมชอบงอกงามในนิเวศร่มรางๆ เย็นชื้นใต้ร่มไม้อื่น พื้นดินไร้สารเคมี  ลำต้นขนาดกลาง สูงไล่เลี่ยกับนางแย้มอย่างมากเมตรครึ่งไม่เกินนี้ในที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ออกใบเป็นคู่ เส้นใบชัดเจน หนา นุ่ม เมื่อเทียบกับใบไม้ชนิดอื่น 

 

ตำรายาบอกว่าโบราณใช้รากต้มแก้ไข้ ฉันแต่ไม่ยักรู้ว่าใบอ่อน ยอดอ่อนกินสดเป็นผักจิ้มได้

 

ค้นไปค้นมาพบว่าชื่อที่อาจรู้โดยทั่วกันเรียกนางแย้มป่า และชื่ออื่นๆ เช่น พินพี ปิ้งขาว ปิ้งหลวง โพพิง สืบค้นต่อไปอีกในเรื่องต้นไม้อัปมงคล ต้นไม้ต้องห้าม เขาว่านางแย้มป่าคนไทยเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่มีภูตผีปีศาจสิงอยู่หากนำไปปลูกไว้ภายในบ้านวันดีคืนดีนางแย้มป่าสำแดงอิทธิฤทธิ์ทำร้ายรังแกผู้คนในบ้าน หวาดผวาเสียขวัญหรือป่วยไข้ได้

 

 

โอ…นอกจากจะมีความสวยแบบหัวใจจะวายแล้วยังออกแนวหลอนอีกด้วย ฉันแอบคิดถึงวัยเด็กขึ้นมาอีกครั้ง ภูตผีเหล่านั้นคงเคืองที่ฉันเด็ดใบมาชำระอาจม คงเผ่นหนีไปสิงสู่อยู่ถิ่นอื่นแล้ว เพราะในยุคนั้นทุกบ้านก็ใช้บริการแทนทิชชูทั้งสิ้น

 

 

 

นั่นก็หมายฟายว่า….ขี้ขมหรือนางแย้มป่าบ้านฉัน ไร้ภูตผีสิงสู่อยู่อาศัย

ดังนั้นหากใครยินยอมจะหัวใจวายโดยไม่หลอน กรุณาลงชื่อเข้าแถวโดยพลัน

 

ฉันแจก..

 

 

         ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

 

ข้อมูลบางส่วนจาก พจนานุกรมสมุนไพรไทย  ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2531.

 

อีกนิดนึง สรรพคุณของรากที่ใช้แก้ไข้ได้ อย่าได้ใช้จนกว่าจะมีผู้รู้จริงบอกกล่าวเพราะอาจกลายเป็นภูติประจำต้นขี้ขมเสียเอง จะหาว่าฉันไม่เตือน

Leave a reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

:confused: :laidback: :biggrin: :secret: :stress: :tongue: :blank: :blush: :bored: :frown: :right: :shock: :smile: :cool: :evil: :grin: :left: :wink: :yawn: :grr: :mad: :sad: :up: