![]() กลางกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ แล้งเหลือเกิน…
คนในสวนแบบฉัน..ผู้ฝากอนาคตไว้กับวันนี้ในแผ่นดินแม่ ซึ่งถูกสร้างทำไว้โดยคนรุ่นก่อน เพื่อคนรุ่นต่อมา ได้อาศัยพึ่งพา ย่ำเดิน ค้นตัวตนอย่างแจ่มชัดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง …………อย่างน้อยเพื่อละทิ้งในที่สุด
อย่าง…เช้านี้อากาศเย็นสบาย หมอกหนา น้ำค้างพรู เย็นอากาศเช้าสดชื่น สบายใจ ใบหน้ายิ้มแย้ม แม้นอนดึกและตื่นเช้า เช้ามืด..ได้สวดมนต์ นั่งทำสมาธิ อีกหลายชั่วโมงต่อมาจะพบว่าร่างกาย,จิตใจ….โปร่งเบา ช่วงนี้ดอกไม้หลากชนิดบานสลอน ทั้งริมสวน ในสวน ริมทาง ดอกหญ้าสาระพัน เวลาที่เหลือว่างจากการงานเลี้ยงชีพจึงออกเดินตามดู
สายแล้ว…ขณะเดินไปขนไม้ฟืนมาเผาถ่าน จมูกได้กลิ่นหอมเย็นลอยมา กลิ่นของดอกไม้ที่คุ้นชินมาแต่เด็ก - กลิ่นดอกกาแฟ
ในสวนของอาข้างบ้านมีต้นกาแฟกำลังออกดอกสีขาว – หอม เดินกลับมาดูในสวนขี้คร้านก็มีดอกขาวเบ่งบานเหมือนกัน หอมไกล หอมยวนใจ ขณะทำงานหนักชวนให้รื่นมากกว่าตั้งใจสูดดม ดอกกาแฟเหมือนดอกไม้กลิ่นแรงทั่วไป เข้าใกล้เกินไปพาลจะขาดใจตายตรงนั้นเพราะกลิ่นแรงเหลือร้าย แต่ถ้ากลิ่นหอมนั่นลอยไกล ตามสายลมอ่อน ยามสาย แตะจมูกใครก็ชื่น ก็รื่น
กลิ่นทำให้ฉันรำลึกความหลัง(อีกแล้ว) กลิ่นดอกกาแฟในสวนขี้คร้านในยุคโน้น ยุคที่จังหวัดชุมพรแทบไม่มีต้นกาแฟในสวน มีเพียงคนเดินทางไกลเพื่อค้าขายด้วยเรือกลไฟจากบางกอกล่องมาทางทะเลอ่าวไทยไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักและน้ำต้นพันธุ์ต้นแรกมาเผยแพร่
คนแก่ที่บ้านเคยเล่าให้ผมฟังถึงต้นกาแฟต้นแรกที่ได้นำมาปลูกในสวน ปลูกจนได้เก็บเมล็ดตากแห้ง ตำ ร่อนเลือกเอาเฉพาะ “สาร” ตากแห้งดีแล้วส่งรวบรวมใส่กระสอบฝากขายด้วยเรือกลไฟส่งขึ้นบางกอก
หลายเดือนต่อมาก็ได้รับเงินค่าเมล็ดกาแฟ – ยาวนานจนลืมเลือนกันเลยเชียว
ต้นกาแฟยุคแรก เป็นต้นพันธุ์พื้นเมืองที่ชอบอากาศร้อนแบบปักษ์ใต้(คาดเดาเอาโดยคร้านจะสืบค้นข้อมูลเชิงวิชาการให้เมื่อยต่อมว่า..น่าจะเป็นสายพันธุ์โรบัสต้ารุ่นเก่าแท้และดั้งเดิม) ต้นสูง ร่มครึ้ม แตกกิ่งก้านจนเป็นทรงพุ่มขนาดใหญ่ เด็กๆ มักชอบที่หาที่ทำของเล่นกันใต้ต้นกาแฟนั่นเอง หนักเข้าก็หาโครงไม้ไผ่มาขึ้นรูปทรงเป็นบ้านบ้านหลังน้อยๆ มุงด้วยใบมะพร้าว
วันหยุดขลุกกันอยู่ในขนำน้อยใต้ต้นกาแฟนั่นเอง
อย่างที่ฉันบอก กาแฟดอกหอม – หอมในช่วงที่ย่างเข้าฤดูกาลแล้ง เข้าช่วงปิดเทอมใหญ่ของเด็กๆ พอดี ความทรงจำของคนที่จัดระเบียบความจำอันแสนห่วยอย่างฉัน จึงอาศัยกลิ่นดอกกาแฟเป็นตัวเชื่อมโยง
ยุคนี้ กาแฟเป็นรายได้อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดชุมพร บางคนอาจคุ้นเคยกับกาแฟเขาทะลุ - สวี ชุมพร ซึ่งเป็นต้นพันธุ์ซึ่งผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ด้วยเนื้อเยื่อ ระยะเวลาหลังจากการปลูกเพียงสามปีก็ออกดอกให้ผล กาแฟพื้นเมืองรุ่นเก่าแทบหายไปจากสวนของชาวบ้านแล้ว คงเหลือแต่ในสวนโบราณไม่กี่แห่ง
ครับ..ในสวนขี้คร้านยังมี
บอกตามตรง….ฉันไม่เคยได้พิศดอกกาแฟอย่างจริงจังแบบใกล้จนเห็นละอองเกสรแบบนี้ เห็นผึ้งมุดดอกโน้นดอกนั้นแล้วอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ เออ..นี่เหวย ของสวยงามใกล้ตัวเยอะแยะให้ยลยอ สูเจ้าจักทดท้อไปทำไม…….นิ?
สวยไหมนั่น….มองไกลเหมือนผมจุกสีขาว ขาวเป็นจุก ขาวเป็นจุด
เพื่อให้ชัดขึ้นฉันเก็บภาพดอกตูม มด ดอกบานเดี่ยวๆ เพื่อให้ได้ชื่นชมกันแจ้งแจ้ง รวมไปถึงก้านช่อดอกที่ทำให้มองเหมือนไม้เสียบดอกไม้สีขาว เอาไว้เป็นกลุ่มๆ พาดไปพาดมาท่ามกลางสีเขียวของใบ
พูดถึงใบ…มีคนเคยบอกฉันเรื่องสรรพคุณบางอย่างของกาแฟ..
ว่าด้วยใบอ่อน – ตำส้ม ส้มตำไทย แทนที่ใบผักบุ้งด้วยใบกึ่งอ่อนกึ่งแก่(เพสลาด – อ่านว่า เพ - สะ - หลาด)ของกาแฟห่อส้มตำ พอดีคำ ใส่ปากเคี้ยวกร้วมๆ อร่อยแท้…
ฉันไม่ได้อำเล่นนะเธอ…ลองดู อร่อยแท้
อีกเรื่องของใบกาแฟ ใบแก่ ล้างสะอาดแล้ว ตากแดดแห้ง ใส่กาน้ำร้อนรสเข้มตาสว่างเฉกเดียวกับ(ผล)กาแฟบดปรุงรสเทียว อันนี้ฉันไม่เคยลอง – ฟังเขาเล่ามา
กลับมาที่ดอก …ดอกกาแฟบานไม่เกินสามวันร่วง เหลือกลีบดอกสีตุ่นซบก้านใบ แต่ก้านดอกยังเขียวสดต่อไปอีกหน่อย กลุ่มผลเล็กๆ เริ่มปรากฏชัด
สุกแดงก็สวยไปอีกแบบ ช่วงนี้เก็บเกี่ยวได้แล้ว ตากแห้ง ส่งโรงสีกาแฟส่งขายเปลี่ยนเป็นเงิน
แล้งแล้ว……เป็นเวลาของดอกไม้หลากชนิดบาน คนในสวนแบบฉัน..ผู้ฝากอนาคตไว้กับวันนี้(ปัจจุบันขณะ) ในแผ่นดินซึ่งถูกสร้างทำไว้โดยคนรุ่นก่อน เพื่อคนรุ่นฉันได้อาศัยพึ่งพา ย่ำเดิน ค้นตัวตนอย่างแจ่มชัดในช่วงเวลาหนึ่ง
อย่างน้อย……………ก็เพื่อละทิ้งในที่สุด
๐
ปล.เพื่อสืบสายพันธุ์ของกาแฟโบราณ(อันมีชีวิต)ฉันขุดต้นเล็กๆ ใส่ถุงดำอนุบาลไว้รอเธอในสวนขี้คร้าน ฝนไหนถ้าเธอว่างก็มาหิ้วไปนะ ปลูกไว้ริมชายคาเพื่อเชยกลิ่นดอกหอม ….หอมรื่น รื่น ด้วยกัน |



