
เสมือนเวลาคือการปลดปล่อย
ให้ความหลังกลืนกลบ
ให้ดอกไม้ร่วงโรยริมทาง,ธรรมชาติ
ให้หยาดน้ำตาเหือดแห้ง
ให้เกือกม้าคู่สุดท้ายกลายสภาพเป็นเครื่องประดับฝาผนัง
ให้สาบกลิ่นขื่นคาวคือความหอมหวานอันจางหาย
ค่อย ค่อย จางหาย
เสมือนเวลาคือการปลดปล่อย
การเยียวยาซึ่งไร้ค่า
บาดแผลไม่เคยสมาน
กลับขีดกรีดให้เลือดกลืนกลบรอยเดิม
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เสมือนเวลาคือการปลดปล่อย
ดอกไม้ในสัญญ์ยังตรา
รอยจูบครั้งสุดท้ายข้ามฝั่งโพ้นมหาสมุทร,ไกล
ความทรงจำหมาดหม้าง – คาวขม
ใครเลยจักเอื้อนวจีแห่งการจากพรากได้สนิท
ใกล้คือห่าง
ไกลคือไกลยิ่งขึ้น
เสมือนเวลาคือการปลดปล่อย
โลกอันแห้งแล้งในเงาสลัว
สีเดียวทาบทา
อิจฉาแม้เวลาซึ่งผันไปอย่างสุขเขษมของบางใคร
ไม่ยินแม้ภาพในหางตา
ไม่ยลแม้สำเนียงกรอกโสต – แผ่วโหย
ใช่,ไม่เคยปฏิเสธ…หางตานั้นประดับแก้วแห่งหยาด
สะท้อนแสงโศก
ลด,ตรึง,นอบ,ปีติ,อ่อนไหว ฯลฯ
เพราะจริงยิ่งกว่าจริงพล่านอยู่ในมโน
เสมือนเวลาคือการปลดปล่อย
วิญญ์ตนไม่เคยไปไหน
วนเวียนอยู่ใกล้หลุมศพอาชาตัวสุดท้าย
ที่เขารักยิ่งกว่าปืนเกรอะสนิมในซองหนังอาบหม่นราเปียกชื้น
ยิ่งกว่าชุดจอมปลอมที่เขาสวมใส่
ยิ่งกว่าจิตวิญญาณลอกเลียน
เสมือนเวลาคือการปลดปล่อย
เปล่าเปลืองถ้อยเพ้อเจ้อสาไถย
ความจริงที่ซ่อนอยู่ในลึก
ปลายทางเท่านั้นที่รู้
ว่าความสมบูรณ์แบบไม่เคยมี
เขารู้,แม้กระทั่งตัวตนที่เคยยึดถือ
ว่าแท้แล้วไม่เคยมี
………ไม่เคยมี
เสมือนเวลาคือการปลดปล่อย
ความไม่มีคือไม่มี
ตลอดกาลฯ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เขียนให้ตัวเองในวันคล้ายวัน คืนคล้ายคืน
กลางทุ่งรวงทองในฤดูเก็บเกี่ยว
กลางมกราคม ๒๕๕๒
January 22nd, 2009 @ 5:52 pm
เขียนแบบนี้ หวังว่าจะไม่ได้อยู่ในช่วงท้อนะคะ
สู้ๆค่ะ
ช่วงนี้ kiks กำลังพยายามสร้างความรู้สึกดีๆ
มาเก็บไว้กับตัวให้แยะๆ
เพราะช่วงก่อนรู้สึกหลายอย่างรอบตัวทำให้เสียความรู้สึกดีๆไปเหมือนกัน
August 14th, 2009 @ 12:32 pm
พี่บ่าวสายลมลอย
ติดต่อสาวนุ้ย บ้านนา มาด้วยเด้อ
tigerann2005@hotmail.com
ย้ายจากพระแสง มาอยู่กระบี่แล้ว
August 17th, 2009 @ 9:19 am
ออ รับทราบ