ลมหนาวเดือนธันวา พัดพาความแห้งแล้งและหนาวเย็นมาเยือนสวนขี้คร้าน ยามเช้าเต็มไปด้วยหมอกขาวเรี่ยยอดไม้ ยอดหญ้า บนผิวน้ำ อ้อยอิ่ง เชื่องช้า ใบไม้ใบหญ้าในสวนอาบอวลด้วยหยดน้ำค้าง เมื่อแดดเช้าสาดพรม แต่ละหยดก็วาววาม ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ฝนตกหนักและน้ำท่วม ยามนี้กลับแห้งแล้งจนไม้พื้นบ้านอย่างเงาะบ้าน ทุเรียน ลางสาด สะตอ กระท้อน ปลิดขั้วใบหล่นคลุมโคนต้น กรอบเกรียม แห้งแล้งเกินจินตนา ขณะเดียวกับที่ทางใต้ฝนตก น้ำท่วม โลกกำลังเดินทางเข้าสู่ยุคสมัยที่ตำราดูลมดูฟ้าอาจต้องเขียนขึ้นใหม่ โดยผนวกตัวแปรที่หลากหลายเข้าไป นี่คือความผิดเพี้ยนหรือปรกติโลก?
เดือนสามอาจไม่มีน้ำท่วม ลมว่าวอาจไม่มาตามจังหวะที่ควรเป็น การเพาะปลูกของชนชั้นกสิกรรมอาจต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น นั่นหมายถึงหากหลงอยู่ในวงแห่งการซื้อขาย ชีวิตอาจต้องแขวนจำนำไว้ในร้านขายอุปกรณ์ช่วย(ปุ๋ย,ยา ฯลฯ) ทันทีที่ลมหนาวเริ่มมาเยือนในเดือนสุดท้ายของสมมติปี ๒๕๕๑ ข้ามปียังแห้งแล้ง ฝักเพกาในสวนเริ่มแก่ ลำต้นอวบอ้วนด้วยเปลือกหนาสีเปลือกไข่สะสมพลังงานไว้รอแล้ง ใบที่เคยร่มครึ้มก็ทิ้งกิ่งทิ้งก้านร่วงเกลื่อนโคนต้น วันหนึ่ง ฝักยาวรูปรีซึ่งประกอบด้วยสองฝาประกอบกันเป็นโค้ง ด้านในของฝาคือผลเล็กๆ บางๆ สีขาวเงินเบียดกันแน่นอย่างเป็นระเบียบ ถึงเวลาปริแตก ปล่อยผลมีปีกให้โบยบินไปตามสายลมกรูเกรียว ธรรมชาติช่างสรรค์สร้าง คุณเคยเห็นผลเพกาบินไหม ความจริงน่าจะเรียกร่อน เพราะแลดูงดงามและตรงกับกิริยาอาการของพวกเด็กๆ ใส่เสื้อสีขาวเหล่านั้นมากกว่า ใช่..ผมมองเห็นเป็นกลุ่มของเด็กๆ ที่กรูกันออกมาจากบ้านหลังใหญ่ที่แสนอบอุ่นที่ไหนสักแห่งริมหน้าผาอันสูงชัน แผ่นดินสีเขียวปูพรมรองรับไว้แล้วเบื้องล่าง พวกเขาพากันมายืนออที่ริมหน้าผา จากนั้นเมื่อสายลมพริ้ว ทั้งหมดจึงโบยบิน,เดินทาง ร่อนถลาเป็นวง วง ก่อนจะสัมผัสพื้น เด็กมีปีกเปลี่ยนจากร่อนเป็นโฉบซ้ายขวา เหมือนไกวเปลด้านข้าง เหมือนคลื่นเล็กๆ ทะเลสงบลม ซ้ายขวา ถี่ขึ้น ก่อนจะแปะลงบนใบไม้แห้งเบื้องล่าง
ผลเพการ่วงเมื่อลมแรง ธรรมชาติจัดให้อย่างเหมาะเจาะดีแล้ว จากต้นสูงสู่แผ่นดินใหม่เพื่อเติบโต หยั่งราก กลายร่างจากเด็กน้อยมีปีกเป็นต้นไม้สูงใหญ่ในเวลาต่อมา เพื่อสร้างเด็กน้อยมีปีกรุ่นถัดไป และถัดไป ไปไหม?….เดินเข้าไปในสวน ลุยใบไม้แห้งที่ส่งเสียงกราวๆ ด้วยกัน สอดส่ายสายตาไปยังความแห้งแล้ง ซึ่งทับถมด้วยใบไม้สีน้ำตาล สีแดงแก่ สีเทา สีปูน แทบจะไม่มีสีเขียวให้สายตารื่น เด็กน้อยมีปีกสีขาวเงิน นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น สว่างโพลน เงียบเชียบ สงบเสงี่ยมเจียมตัว ค่อยๆ หยิบขึ้นมาเพ่งมองใกล้ย้อนแสง เห็นเส้นใยที่สานกันประดุจงานศิลป์ชั้นสูง ห่อหุ้มเมล็ดรูปหัวใจอ้วนๆ ไว้ตรงกลาง เหมือนหัวใจติดปีก งดงามไหมเล่า?
ใช่ใครจะสามารถปีนต้นเพกาเนื้ออ่อนสูงลิบลิ่วเพื่อสอยฝักอ่อนมาเป็นสินค้าได้โดยง่าย เพกาเป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีลำต้นค่อนข้างสูง กิ่งก้านน้อย เปลือกให้สรรพคุณทางยา ฝักอ่อนรสขมเป็นอาหารสมุนไพรอย่างดี สดหรือเผา ลวก จิ้มน้ำพริก ราคาในท้องตลาดฝักละไม่ต่ำกว่าสิบบาท ยิ่งออกฝักผิดฤดูกาล ยิ่งเป็นที่ต้องการยิ่งราคาแพง ลักษณะฝักซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือนลิ้นยาวๆ มีร่องตรงกลางฝัก บางถิ่นจึงเรียกลิ้นฟ้า หมากลิ้นฟ้า ฯลฯ หากจะเพิ่มปริมาณต้นและลดความสูง เพียงตัดต้นแก่ออกเป็นท่อนๆ นำด้านโคนฝังลงในดิน ลึกแค่ศอกในยามฝนเยือน ดูแลรดน้ำเมื่อแล้ง ชั่วฤดูกาลก็ผลิยอดอ่อน ได้เพกาอีกหลายต้นซึ่งเตี้ย ทั้งยังสามารถทำเป็นเสารั้วกันสัตว์เลี้ยงได้อย่างประหยัดยาวนานเป็นรั้วที่มีชีวิต หากอยากให้ต้นแข็งแรงโตเร็ว มีรากแก้ว เพียงขุดต้นเล็ก ๆ ในสวน ย้ายไปปลูกในแปลงที่ต้องการ ยังทำเสาค้างให้พริกไทยเกาะเลื้อยได้อีก ประหยัดสองต่อ วันไหนเมื่อแล้งมาเยือน ผมอาจชวนคุณๆ มานั่งดูฝักเพกาแตก ปูเสื่อนอนฟังเสียงลมจูบใบไม้ จ้องมองเด็กๆ มีปีกสีขาวเงินห่อหุ้มหัวใจอ้วนร่อนลมด้วยกัน ดีไหม? สำหรับแล้งนี้,ไม่ทันแล้วละสหายเอ๋ย ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ |
…….เพกาในเดือนธันวาคม……..
09/01/2009 13:11
Posted by
sailomloy in
Blog



January 10th, 2009 @ 1:29 am
สวยจัง….ลูกยางนา ก็สวยนะคะ ที่ชุมพร มีไหม?
January 10th, 2009 @ 10:04 am
คุณ wiwian ครับ
ยางนา ยางเสียน และไม้ตระกูลยางนา รวมไปถึงลูกไม้มีปีกหลายอย่าง แถวชุมพร ตอนนี้ยังพอมี ครับ
แต่ ต่อไปไม่แน่ กระแสเกษตรเชิงเดี่ยวแรงเหลือเกิน
January 12th, 2009 @ 9:18 am
แล้วนี้ไม่ทันแล้ว
แหม!! เสียดายจัง
งั้นรอแล้วหน้าเน้อะ
January 12th, 2009 @ 9:19 am
อ้าว พิมพ์ผิดซะง้าน
แล้งค่ะ แล้ง
January 12th, 2009 @ 2:39 pm
ได้ - ยินดี นะ กิ๊ก
January 12th, 2009 @ 2:40 pm
เออะ หมายถึง kiks
January 20th, 2009 @ 3:36 pm
ที่นี่ขายฝักละห้าบาท
ส่วนที่พี่ให้มา ผมเอาลงดินหมดแล้ว ปล่อยให้หากินเอง
คงอีกนานกว่าจะได้นอนดูฝักเพกาแตก
June 8th, 2009 @ 9:34 pm
นครพนมเอิ้นว่าหมากลิ้นไม้ หรือหมากลิ้นฟ้า เผาแล้วกินเป็นผักกับน้ำพริก แหมแซบหลาย