……..ปลูก(หัวใจ)ต้นไม้……..

01/04/2008 17:55
Posted by sailomloy in Blog

 

  

๑. หน้าร้อนเป็นเวลาที่เม็ดไม้หลายชนิดกำลังออกผลหล่น,บิน บางชนิดเรี่ยรายอยู่โคนต้นดาษดื่น

บางชนิดซึ่งใต้ร่มอันครึ้มเงียบ กลางวันอาจดูโล่งเตียนไร้สิ่งแปลกปลอม นอกจากใบที่ร่วงปกคลุมความชื้นไม่ให้ระเหยหายยามแล้งเยือน

ผ่านไปอีกวันพบร่องรอยของการจิกกินเมล็ดไม้อื่นจากที่ไหน

ใคร..ค้างคาวหรือนกกลางคืน?

เนื้อในของไม้ผลแปลกปลอมหายไปจนหมดเหลือเพียงเมล็ดเป็นกลุ่มใหญ่,ตกหล่นอยู่เรี่ยราย ธรรมชาติกระจายเผ่าพันธุ์ของมันเองโดยอาศัยกลไกแห่งการเอาตัวรอดของสรรพสิ่งซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นสายใยที่มองไม่เห็น หรือแม้แต่มองเห็น อาจคิดไม่ถึงว่านี่คือปัจจัยอันเชื่อมร้อยถึงกัน

ธรรมชาติกระจายเผ่าพันธุ์ของมันเองโดยอาศัยกลไกแห่งการเอาตัวรอดของสรรพสิ่งซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นสายใยที่มองไม่เห็น หรือแม้แต่มองเห็น อาจคิดไม่ถึงว่านี่คือปัจจัยอันเชื่อมร้อยถึงกัน

บ้านสวนขี้คร้านยังมีปัญหาเรื่องของระบบน้ำ แม้จะมีเครื่องอำนวยความสะดวก และแหล่งน้ำที่แน่นอน แต่รายจ่ายในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกิจกรรมนี้ดูจะตึงไปสำหรับครอบครัวเล็กๆ อย่างเรา

ดังนั้นแปลงเพาะชำจึงกระจายอยู่ใต้ต้นไม้บ้าง ริมชายคา ริมแปลงผัก บางครั้งจึงเล็ดรอดสายตาไร้การรดน้ำและถอนหญ้า ต้นไม้หลากชนิดในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านที่เริ่มสะสมเมล็ดไม้เพื่อเพาะพันธุ์จึงตายไปอย่างน่าเสียดาย

หลายคนผ่านมาที่บ้านแล้วเห็นต้นไม้แปลกตา ไถ่ถาม

“ ต้นอะไร? ”

“ ………..” ผมตอบ

“ ปลูกทำอะไรกินไม่ได้ ขายก็ไม่ได้ ปลูกยางพาราดีกว่าขายน้ำยางได้ ขายต้นได้อีกต่างหาก ปลูกปาล์มก็ได้ 15 วันขายที ”

“……………..” ผมสาธยายยาว

“ โอย….นานขนาดนั้นเมื่อไหร่จะตัดได้ มันโตช้าจะตายไป..”

“ ไว้ให้ลูกให้หลาน……….” ผมพูดได้แค่นี้..คงต้องให้เขาหันมาทบทวนตัวเองว่า มีเนื้อที่ว่างในหัวใจบ้างไหม เพื่อที่จะให้เมล็ดไม้เล็กๆ ได้งอกงามก่อนที่จะไปปลูกต้นไม้จริง,ในดินจริง

โธ่..แค่คิดปลูกในหัวใจยังไม่ได้เริ่มต้น แต่จะข้ามช็อตไปไกลถึงตอนตัดแล้ว คงไม่ต้องคุยอะไรกันมาก

๒. ในแถบถิ่นชายทะเล ตั้งแต่ตอนล่างของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปจรดจังหวัดนครศรีธรรมราช บางส่วนริมทะเลตะวันตกอย่างกระบี่ จะมีไม้เนื้อแข็งประเภทหนึ่งงอกงามมากมาย สามารถใช้ประโยชน์ได้สารพัด ตั้งแต่งานก่อสร้างบ้านเรือน เผาถ่าน ทำฝาดให้น้ำตาล เครื่องมือเครื่องใช้ กระทั่งทำฟืนเผาศพยามวาระสุดท้ายมาเยือน

ไม้ชนิดนี้ชอบดินเหนียวลูกรัง ชอบภูมิประเทศที่เนิน ไม่อุ้มน้ำ และสามารถงอกได้จากรากของต้นแม่

หากงอกในพื้นที่ใกล้กันจำนวนมากๆ จะพบว่ามีลำต้นตรงดิ่ง สูงชะลูด เมื่อต้นโตขนาดต้นมะพร้าวจะมีเปลือกหนา และเต็มไปด้วยปุ่มปมแปลกตา
ต้นไม้ชนิดนี้มีเชื่อว่า “เคี่ยม”

ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ๆ จนถึงตอนนี้ จำได้ว่าในสวนขี้คร้านบ้านผมมีต้นเคี่ยมอยู่สี่ต้น มีอยู่สองต้นที่ถูกตัดโค่นถวายวัดข้างบ้านเมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้ว เหลือสองต้นแฝดมีโคนติดกัน

และเพิ่งถูกนำมาใช้งานเป็นคานบ้านยกพื้นไม้ทั้งหลังเมื่อหกปีที่ผ่านมา

ดูเหมือนต้นเคี่ยมจะสูญไปจากสวนจนหมด จริง ๆ แล้วไม่ใช่…..ต้นเล็กๆ ซึ่งงอกออกจากเมล็ดซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายยางนาแต่เล็กกว่า ออกดอกแล้วบาน ก่อนจะปลิดปลิวตามสายลมในฤดูร้อนในเดือนมีนาย่างเมษา

ในสวนขี้คร้านจึงยังมีลูกหลานของเคี่ยมรุ่นคุณปู่อยู่หลายต้น กำลังเติบโตอย่างทุกลักทุเลเพราะสวนที่รกเรื้อบางครั้งโดนมีดตัดหญ้าตัดขาดไปอย่างน่าเสียดาย เหลือรอดบางต้นจึงชะลูดรับแดดเช้าทุกวัน………ชื่นใจเจ้าของสวน

๓. ไม่ไกลจากสวนขี้คร้านยังมีสวนอื่นๆ ซึ่งต้นโตพอที่จะโปรยเมล็ดออกหาที่เหมาะสมเพื่อเติบโตงอกงาม วันหนึ่งผมไปนั่งใต้โคนต้นในวันที่แดดร้อนจัด เพื่อเก็บเมล็ดเอาไว้แจกจ่ายสมาชิก และเพื่อนๆ ในแวดวง

นั่งคนเดียวใต้ร่มไม้สูงลิบ ขณะสายลมเอื่อย แหงนมองขึ้นไปพบเมล็ดเคี่ยมปลิว ปีกเล็กๆ สะท้อนแสงแดดวิบวิบ ดูคล้ายเครื่องจักรของเล่นขนาดจิ๋วที่มีใบพัดอยู่บน หมุนติ้วๆไม่ไกลจากโคนต้น ท่ามกลางใบไม้สีน้ำตาลอ่อนผลปีกบางปกคลุม เคี่ยมต้นเล็กๆ กำลังเติบโตอย่างทรนง เชื่อไหม…ผมได้ยินกระทั่งเสียงของใบพัดเล็กๆ นั่น

นี่ใช่ไหม…..ที่เรียกว่าความสุข?

ขณะนี้(๒๕๕๑)ราคาของต้นเคี่ยมในยุคที่ต้นตะเคียนในธรรมชาติหาได้ยากกว่าทองคำ คนทำเรือประมงขนาดใหญ่ปรับเปลี่ยนเปลี่ยนจากการใช้กงเรือที่ทำด้วยไม้ตะเคียนเป็นไม้เคี่ยมแทน ราคาของต้นเคี่ยมขนาดสองสามคนโอบตรงดิ่งสูงลิบ แพงขึ้น จนคนที่คิดจะสร้างบ้านหรือนำมาเป็นส่วนประกอบบางส่วนของบ้าน ไม่สามารถซื้อหาได้ในราคาที่เป็นปกติ…แพงขึ้นคือราคาเรือนแสนนั่นเชียว

ยังมีเมล็ดไม้บางชนิดที่ผมไม่รู้จักชื่อ ซึ่งพบขณะหาเมล็ดเคี่ยมผมเก็บรวบรวมมาไว้ให้แล้ว ซักวันจะรู้ว่ามันคือเมล็ดของต้นอะไร

แต่จะว่าไปหากจะปลูกต้นไม้เพื่อโลกเพื่อ,ลูกหลาน ใยจะต้องถามว่าต้นนั้นต้นนี้ชื่ออะไร

หากวันหนึ่ง เป็นวันที่ร้อนตับแลบ,คุณเดินทางไกลมาอย่างอ่อนระโหย เจอต้นไม้ใหญ่ริมทางอันโล่งเตียน มองไกลพบแต่คลื่นความร้อนระยิบ,ระยิบ คุณต้องการเพียงนั่งลงใต้ร่ม พิงโคนต้นแล้วหลับ

อิ่มเอม,หายเหนื่อยจึงเริ่มสำรวจว่าต้นไม้นี้มีชื่อว่าอะไร สวยงามกี่มากน้อย

ขณะนี้ถึงวิกฤติของโลกแล้ว….คุณยังถามอีกเชียวหรือ ว่า เมื่อไรจะได้ใช้ประโยชน์จากการปลูกไม้ใหญ่อายุยืน แค่เหลือที่ว่างในหัวใจ เพื่อให้เมล็ดไม้เล็กๆ ได้ฝังตัวรอปัจจัยอันเหมาะสม เพื่องอกงาม ก่อนที่จะคิดปลูกต้นไม้จริงลงดินจริง

แค่นี้….น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับคนที่แห้งแล้ง ไร้ซึ่งสีเขียวแห่งใบไม้…แม้แต่ในหัวใจตน