
แม้แล้งจะเริ่มมาเยือน แต่น้ำจากเขื่อนดินเงินผันในหมู่บ้านเล็กๆ นี้พลอยให้บ้านสวนขี้คร้านได้รับประโยชน์จากความชุ่มชื้นบ้าง
ที่ว่างทางทิศตะวันออกของบ้าน ผมถากถางจนเตียนเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำแปลงตกกล้าลงไปปักดำในนาลุ่ม (อย่างที่ได้ทราบทั่วถึงกันแล้วว่า เต็มไปด้วยอุปสรรค)– บางทีการมองใกล้สะท้อนตัวเองเห็นชัดกว่าไปมองพื้นที่รกร้างของรัฐเป็นไหนๆ
(ใช่ไหม?)
ครับ..ผมตั้งชื่อสวนขี้คร้านอย่างเสียดเย้ยไยไพตัวเอง ที่มีความตั้งใจดีแต่ไร้ซึ่งความขยันขันแข็งเยี่ยงบรรพชน ความเกียจคร้านมาจากนิสัยฝังลึกซึ่งมักเกิดกับคนที่ได้ผ่านการทำงานประจำมาก่อน เมื่อได้มีโอกาสพักผ่อนเลยถือทุกวันว่าเป็นวันหยุด – สบายไป
หารู้ไม่ว่ากำลังจะอดตายไม่รู้ตัว
เมื่อน้ำดี ปุ๋ยดี ดินก็ดีตามไปด้วย แปลงผักแปลงน้อยๆ ข้างบ้านจึงได้เป็นแหล่งอาหารของผมและเหลือแจกจ่ายไปยังครอบครัวอื่น ทั้งยังเหลือไปทำบุญได้อีก
หลังผ่านฤดูกาลทำนา ผมเปลี่ยนจากแปลงตกกล้ามายกร่องปลูกผักหลากชนิด ซึ่งมีทั้งถั่วฝักยาวสีม่วง มะเขือ มัน โหระพา หอมแบ่ง ผักชีฝรั่ง พริกชี้ฟ้า มะเขือเทศ ผักหวานบ้าน ตะไคร้ แค และอีกสารพัดที่สามารถหาต้นหากิ่ง หาเมล็ดพันธุ์ได้โดยไม่ต้องซื้อหาจากตลาด ซึ่งผูกขาดสินค้าชนิดนี้ไว้เพียงไม่กี่เจ้า
ปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอกจากขี้ม้าและเศษวัสดุที่หาได้จากในสวนในนาแล้ว ทิ้งไว้ไม่นานก็สามารถเพาะปลูกได้สมใจ สวนขี้คร้านมีพื้นที่เยอะ แต่พื้นที่ว่างที่จะให้แสงแดดส่องถึงกลับมีน้อย การใช้ผืนแผ่นดินเพื่อการยังชีพอย่างอาศัยประโยชน์จริงๆ เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นน้อยมาก คิดแล้วอดสะเทือนใจเมื่อคิดถึงคนที่ขาดพร่องคนอื่นๆ ในสังคมซึ่งเพียงผืนดินจะหยั่งรากปักเสาเรือนยังไม่มี
ไอ้ที่มีมากล้นก็ทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ผลพลอยได้หลังจากนั้นคือการเรียนรู้ว่าต้นไม้ ผักชนิดไหนงอกงามด้วยตัวแปรอย่างไร แดด ดิน น้ำ หญ้ารก แมลงกวน นั่งลงข้างแปลงแล้วลงมือถอนหญ้า พรวนดิน ขยายต้นที่งอกหนาแน่นไปปลูกตรงนั้นตรงนี้กระจายกัน จัดเถาว์ให้เลื้อยเกาะไปยังค้างที่ทำไว้
นี่นับเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้

นอกจากผักที่ปลูกเองด้วยเมล็ดด้วยกิ่งก้าน ด้วยการตัดแบ่งหัวออกเป็นชิ้นแล้วปลูกฝังแยกกันแล้ว ยังมีผักที่ไม่ได้รับเชิญมางอกงามให้แปลกใจเล่นอยู่ทุกบ่อย ผักพื้นบ้านไม่ได้รับเชิญอย่างน้อยก็สองสามชนิดที่กินได้ อร่อย และมากคุณประโยชน์ นั่นคือ ผักกระสัง และผักกาดนกเขา พื้นบ้านชนิดหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะมีคุณค่ามากมายพอที่จะทำให้กำลังใจฟื้นคืน
ผักกาดนกเขา คือ ตัวแทนของความมีคุณค่าในตัวเองทั้งที่เรียบง่ายติดดิน เจริญเติบโตเร็ว ขอเพียงมีดิน มีน้ำ มีอากาศที่เป็นปกติ จะว่าไปปัจจัยเอื้อเหล่านี้มีผลต่อการเจริญเติบโตของสิ่งชีวิตแทบทุกชนิดบนโลกนี้(ใช่ไหม?)
ดอกสีขาวเป็นกระจุกปลิวไปตามลมได้ง่าย กลุ่มดอกเหล่านี้อาจบินล่องลอยมาจากไหนมาตกตรงแปลงผักของคนคร้าน จากนั้นงอกงามอวดใบอวบอ้วนให้เก็บมาเป็นผักแนมคู่เคียงกับพืชผักอื่นๆ ในแปลงได้อย่างไม่เคอะ
งอกงามอยู่เพียงไม่กี่วันก็อวดกลุ่มดอกสวยจนน่าแปลกใจว่า ทำไมไม่เคยก้มลงมองความสวยงามเหล่านี้อย่างพินิจพิเคราะห์บ้าง

ผักกาดนกเขามีวงจรชีวิตสั้น บางถิ่นจึงถือเป็นวัชพืชล้มลุกที่คอยดูดอาหารที่เจ้าของแปลงผักหว่านไว้ให้กับพืชหลัก จึงฉีดพ่นด้วยสารเคมีล้างเผ่าพันธุ์กันไป บางถิ่นเหลือรอดก็โบยบินตามกระแสลมเสาะหาแผ่นดินใหม่เพื่องอกงามต่อไป 
ใช่,บ่อยครั้งที่เราคุ้นชินกับผล,ใบ จนไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ดอกของต้นไม้ชนิดนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร หอมหรือเหม็น สวยงามหรืออัปลักษณ์ มากคุณค่าหรือหาประโยชน์อันใดไม่ได้ เกิดมาเพื่อพลีตัวเองเป็นอาหารของเชื้อโรคหรือดั้นด้นสู่จานอาหารของคนมั่งมี,ในเมือง
ผักกาดนกเขาเสมือนเป็นสะพานทอดออกจากโลก,โรคซึมเศร้าของตัวเองออกสู่โลกภายนอก ทำให้ตัวตนที่หนักหน่วงและหนืดหน่ายให้โปร่งโล่ง เบาสบาย
สิ่งกระตุ้นเตือนจากสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ ทำให้ผมต้องกลับคิดทบทวน ทุกวัน ทุกเช้า โลกให้โอกาสทุกสรรพสิ่งบนนี้แล้ว นอกเหนือจากนั้นคือโอกาสของเราเอง
ผมจึง………
ขอบคุณที่โลกยังให้โอกาสในการมีชีวิต ให้สายลมสะอาดเพื่อหายใจ ให้สายตามอง ให้มันสมองคิด ให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงพอที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่อไป (ใช่ไหม?)
