……..แสงสุดท้าย…….

17/11/2007 02:44
Posted by sailomloy in Blog

โอ้,ที่ผ่านมา-ความคาดหวังถึงโลกอันเจิดจรัสกำลังจะก้าวผ่านพ้นไปพร้อมกับแสงของกลางวัน ถึงเวลาที่จะหวนคืนสู่โลกแห่งความจริง ความมืดรอท่าอยู่ริมประตูแห่งกาลเวลาโน่นแล้ว..

แม้ชั่วขณะของวัน สว่างแล้วกลับมืดมิด ความเปลี่ยนแปลงของเวลาแห่งโลกบอกให้มนุษย์รู้ว่านี่คือความจริง…ความจริงที่มองเห็น รับรู้ แต่มิอาจจับต้องครอบครอง หรือถือไว้ในกรุสมบัติส่วนตัว  
 

ใช่หรือไม่ที่เราขลุกอยู่กับความว่างเปล่าโดยรอบ จับต้องความไม่มี ไม่แน่นอน นับแต่ลมหายใจแรกของอรุณรุ่ง กระทั่งแสงสุดท้ายลับทิวไม้ไปเมื่อยามย่ำเย็น เราบำรุงบำเรอตัวเองและเปลือกห่อหุ้มร่างด้วยความสะดวกสบายที่ล้นเกิน เราเสพกินอย่างสุรุ่ยโดยไม่คิดถึงผู้คนอดอยากซึ่งมีอยู่จริงในทุกแห่งหนบนโลก
 
เราแสร้งลืมไปว่าใครบางคนที่เป็นเพื่อนเราหรือแม้แต่คนที่เรารัก พูดคุยหัวร่อกันอยู่ไม่นาน อีกวันพบว่าลมหายใจสิ้นไร้ไปแล้ว ทิ้งคนข้างหลังร่ำไห้โหยหา

หรือเพื่อนละทิ้งสาระให้เราค้นหาในการจากพรากนั้น?  
 

ความผิดแปลกแตกต่างในหัวใจเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ หรือหากเกิดขึ้นมาแล้วเรากดทับมันเอาไว้ เพียงเพื่อให้โลกหรือคนอื่นๆ รับรู้ว่าเราเป็นเหมือนอย่างพวกเขา - เราไม่ได้แปลกปลอม

ในสวนที่เงียบสงบ ท่ามกล่างความชื้นแฉะของฤดูกาล นั่งพินิจละเอียดใต้ร่มไม้ ถึงใต้ใบอันทับถม มีดอกเห็ดผุดขึ้นมาจากกองเศษซากเหล่านั้น ดอกเห็ดเบ่งบานสู่ออกมารับแสงแดดอันบางเบา

 

ใช้แม้แสงบางเบาและความอบอุ่นเพียงเล็กน้อย ดอกเห็ดสีขาวก็ก่อเกิด  
 

ความหวังเป็นสมมุติถ้อยคำซึ่งมนุษย์สร้างให้มี แน่ละ,ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ไหนของมนุษย์ เรามั่นใจว่ามันมีอยู่ทุกวันเวลาทุกที่ อะไรคือความหวังของผู้คนอย่างแท้จริงหรือ?  
 

แทบทุกเวลาของช่วงฤดูมรสุม มีแสงสว่างทาบทอน้อยนิด ที่สาดทะลุช่องว่างของเพดานเมฆ.

 

จึงยามเย็นย่ำเยือน-แสงสุดท้าย,เงามัวของกิ่งก้านบดบังทาบทับผนัง หน้าต่าง ผนังปูนซีเมนต์ เงานั้นวูบไหวไปมาตามสายลม
 

ในโลกของความเป็นจริงนี่คือความเรียบง่ายงดงามที่ทาบทอชีวิตประจำวัน เราเคยมองมันอย่างพินิจหรือไม่
 

เราเสาะวิธีในการบำบัดโรคภัยอันเกิดจากความเครียด เราขลุกอยู่กับงานการหล่อเลี้ยงชีวิตมากเกินไปหรือไม่ หัวใจใช่ไหมที่สำคัญ,ที่เราสามารถจะใช้สายตามอง และบำบัดได้ แม้สิ่งเล็ก ๆ รอบราย
 

ทั้งหมดนั้น,ผมบอกและถามตัวเอง