พรมสีแดงสะดุดตาเกิดขึ้นเมื่อหลังฝนพรำวันหนึ่ง บนถนนซีเมนต์ที่มีชื่อซอยว่า ซอยสมปรารถนา
ดอกไม้ชนิดนี้หย่อนช่อดอกย้วยลงเบื้องล่าง หว่านกลีบดอกกล่นแดง เกลื่อนทาง บ้างตกค้างอยู่บนเรือนยอด รั้วลวดหนาม ฯลฯ

แดง_แดง อยู่ทั่วไป
ปุยดอกสวยสีแดงฉานนั่นชวนให้คนเหงาต้องหยุดเพ่งมองรายละเอียดที่ละลานตาตรงหน้า บนพื้นยังมีผึ้งน้อยลงตามหาความหวานจากช่อดอก
ดูเหมือนเช้านี้จะเต็มไปด้วยสีสันและความน่าตื่นตาตื่นใจ แฝงไปทั่วร่มเงาของต้นไม้

ถนนสายน้ำเดิมเคยเป็นทางลา คือ ทางสาธารณะเก่าแก่ที่คนรุ่นปู่ย่าใช้เดินทางจากบ้านสู่บ้าน จากบ้านสู่นา จากนากลับบ้าน ทางนี้ใช้ทั้งคนและควาย จากยุคต่อยุค ย่างเข้าหน้าฝนจึงเจิ่งนองด้วยน้ำ
คนโบราณไม่นิยมเส้นทางบกที่เจิ่งน้ำ เขาว่าเป็นทางผีผ่าน
หลายปีต่อมา..ถนนลาดยางเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน ทั้งเพื่อการไปมาหาสู่และทำมาหากิน

เมื่อเส้นทางควายเปลี่ยนแปลง..
อาชีพ ท้องไร่ท้องนา เรือกสวน ความเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกัน ระหว่างความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เส้นทางโบราณที่ถูกทิ้งร้างกว่ายี่สิบปี ถูกรื้อฟื้นมาด้วยระบบการจัดการทางการเมืองท้องถิ่น
จากร่องทางลึก กลายเป็นร่องน้ำเมื่อหน้าฝัน กลายเป็นเส้นทางถนนลูกรัง
มติที่ประชุมประชาคมหมู่บ้านลงมติตั้งชื่อซอยสมปรารถนา เพื่อแก้เคล็ดทางผีผ่าน ซึ่งถือเป็นความอับโชค
กระนั้นทุกหน้าฝน น้ำจากภูเขาสูงยังไหลผ่านร่องน้ำโบราณผ่านสวน หลายสวน…ไหลผ่านเส้นทางสายนี้กลายเป็นถนนน้ำท่วมทุกครั้ง

ไม่ผิดที่จิกน้ำจะงอกงามให้คนผ่านทางได้ชื่นชม
ผมเคยหงุดหงิดกับการจัดงบประมาณของหมู่บ้านที่เปลี่ยนแปลงและลำเอียงตามการไหลของกระแสเงินและกระแสอิทธิพล ถนนหน้าบ้านผมยังเป็นอยู่อย่างเดิมตั้งแต่ 20 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน แต่หากย้อนไกลกว่านั้นถนนซึ่งเป็นทางเดินดั้งเดิมจะสวยงามและมีเสน่ห์กว่าทางลูกรังซึ่งฝุ่นยามแล้ง และลื่นยามฝน
ความริษยาเกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นถนนเกิดใหม่เป็นซีเมนต์

แต่…วันหนึ่งในฤดูน้ำหลากยังคงเห็นน้ำยังคงท่วมถนนสายนี้
และ…วันนี้ยังเห็นดอกจิกน้ำบานหล่นกล่นพื้นแล้วทำให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่า ไม่มีสิ่งใดหรือใครที่สมบูรณ์แบบ
….อย่างน้อยโลกนี้ยังพอมีที่บางสิ่งให้หัวใจรื่นรมย์ได้บ้าง
………แม้เพียงน้อยนิดก็ตาม

ผมเชื่อเอาเองว่าผู้คนในวัยย่างออกจากสามสิบถึงหกสิบปีในยุคหนึ่งคงเคยเห็นภาพวาดสีน้ำมันของชนบทไทยในกระดาษ ส.ค.ส. ยุคเก่าที่มีภาพของทุ่งนา บ้านใต้ถุนสูง ควาย เกวียน และลอมฟาง
ทีพู่กันที่ตวัดสีสด ฉับ ๆ อย่างผู้ชำนาญการ เกิดเป็นภาพที่สดใหม่ และไม่ซ้ำกัน เหมือนภาพเขียนสีบนร่มกระดาษแถบบ่อสร้าง ใครหลายคนอาจหลงลืมไปบ้าง แต่ภาพทุกภาพที่สื่อแสดงถึงความเป็นชนบทได้ชัดเจนคือ ทุ่งกว้าง และลอมฟางสีทอง
ใช่..สีเดียวกันกับยอดเจดีย์ในบางถิ่น
ความทรงจำที่ติดอยู่ในซอกลึก ผนวกกับโรคถวิลหาความหลังมาบรรจบกันในวันหนึ่ง ขณะที่ผมกลับมาใช้ชีวิตอย่างเอาเยี่ยงอย่างบรรพบุรุษชาวนา อยู่กับดินโคลนและท้องทุ่ง อยู่กับเม็ดข้าวและเส้นฟาง

บางท้องถิ่นแห่งของปักษ์ใต้ยังสามารถรอดพ้นกระแสของเกษตรแผนใหม่ ผืนนาร้าง(รั้ง) เก่าแก่หลายแห่งถูกพลิกกลับมาปลูกข้าวอีกครั้ง หลังจากทิ้งร้างมาร่วมยี่สิบปี
ความฝันของผมคือ อยากให้ทุกบ้านของคนที่ทำนา จะโดยอาชีพหรือเพราะเหตุจำเป็นก็แล้วแต่ มีลอมฟางอยู่หน้าบ้าน แม้ไม่ใช่เรือนไทยเหมือนในภาพใน ส.ค.ส.โบราณก็ตาม
แต่ทว่าลอมฟางสื่อบางอย่างที่แสดงถึงความเป็นอยู่อย่างรู้จักพอ
วันนี้…ขณะที่งานเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้น ผมหอบหิ้วฟางติดรถเข็นกลับบ้าน แล้วขุดหลุม ปักหลักไม้จริงลงดิน ใกล้ต้นไม้หน้าบ้านถูกวางแผนให้เป็นมุมมองใหม่ของตัวเอง ตราบเท่าที่ตัวเองยังทำนาและยังมีเรี่ยวแรงในการขนย้ายฟาง กลายเป็นคนบ้าหอบฟางเพียงเพื่อจะเอาฟางแห้งจากนาของตัวเองมาเก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์ดีกว่าที่จะปล่อยให้คนมือบอนเผาเล่น
ใครบางคนเคยบันทึกเอาไว้ว่า “ลอมฟางที่ข้างบ้าน เสมือนมหาเจดีย์หรือรูปเคารพแห่งชนชั้นชาวนา”
งดงามแท้ถ้อยคำ

….จากชั้นต่อชั้น เส้นฟางนับร้อยพันเส้นถูกวางอย่างไม่เป็นระเบียบ อาศัยเพียงความรู้จากคำบอกเล่าจากเพื่อนชาวนาภาคกลางว่าให้เหยียบให้แน่น ฟางทุกเส้นจะสานกันยึดกันเป็นเหมือนเหล็กเส้นในเบ้าปูนซีเมนต์
งานลอมฟางแม้จะดูรีบเร่ง แต่ผมก็ใส่ความตั้งใจไปเต็มที่ ผมเชื่อเอาเองว่าแม้ความถวิลหาความหลังกับความฝันจะทับซ้อนจนกลมกลืน แต่ความฝันที่ลอยละล่องอยู่ในโลกคู่ขนานนั้น มิได้แต่แตกต่างไปจากความเป็นจริงเลย ขอเพียงเริ่มต้นทำ
และแล้วงานตอนปลายของลอมฟางกองเล็ก ๆ เสร็จสิ้นในเย็นวันหนึ่ง
หลายเดือนหลังจากการเลยช่วงหน้าหนาวย่างเข้าหน้าฝน ฟางลอมนั้นยืนบูดเบี้ยวอยู่ไม่นานก็ล้มครืน ท่ามกลางลมฝนในคืนพายุหนัก ด้วยความไม่กระสารู้ความ การเริ่มต้นสร้างเจดีย์ของคนที่มีศรัทธาไม่เพียงพอ ท้ายที่สุดจึงปรากฏอย่างที่เห็นตรงหน้า
ส่วนล่างที่แน่นหนาของลมฟางยังตั้งเด่นแน่นหนา ส่วนที่ล้มไปคือรอยต่อด้านบนอันเกิดแต่ความสะเพร่ารีบร้อนหรืออาจเพราะเหตุผลอื่น
ผมปล่อยให้ฟางกองนั้นอยู่อย่างนั้น จนเริ่มฤดูฝนในอีกหลายวันต่อมา
ตีนฟางกองนั้นปรากฏดอกเห็ดสีขาวสดงอกออกมาจากสีเทาทึบของลอมฟาง ผมยืนมองอย่างไม่แปลกใจ อาหารของเห็ดอาจเกิดจากการหมักได้ที่ของลอมฟาง แสงแดด และความชื้น แต่เรื่องราวถัดจากนั้นคือผมจะปล่อยให้ฟางกองนั้นอยู่ต่อหรือจะแปรสภาพมันเป็นปุ๋ยให้ไม้ในสวน เพื่อเปลี่ยนธาตุอาหารจากเส้นฟางสู่ผลอันดกงามของต้นไม้ชนิดอื่น

แม้เจดีย์ที่เกิดจากการรังสรรค์ด้วยความรู้เพียงกะจิริดของผมจะพังลง ในคืนวันอันเปียกชุ่ม แต่เรื่องที่น่าเศร้ากลับไม่ใช่เจดีย์ฟางที่หน้าบ้าน แต่กลับพบว่าผมยังไม่บรรลุถึงแก่นของเรื่องราวจากเส้นฟางแต่ละเส้นเหล่านั้น
ผมสร้างมันเพื่อที่จะให้มี และให้เป็น ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจจะใช้งาน อย่างที่ชาวนาจริงสร้างเก็บไว้ให้เป็นเสบียงแห่งวัว ควาย ในกาลแล้ง
ใช่…ผมไม่ได้สร้างอย่างศรัทธา เมื่อศรัทธาไม่กล้า อย่าหวังว่าจะเกิดความงดงามขึ้นในจิตใจของผู้ที่มารับรู้มองเห็นหรือสัมผัสในคราวถัดมา….แม้จะโดยสายตาผู้สร้างเอง
กองฟางที่มองเห็นจึงอาจถูกมองเป็นเพียงแค่กองขยะกองหนึ่งแค่นั้นเอง
ถูกแล้ว…..แม้จะโดยสายตาของผู้สร้างเองก็ตาม

……………………………………..