…….คนเหลื่อม…….

29/04/2007 09:10
Posted by sailomloy in Blog

นานและหลายนานที่ผมเงียบหายไปกับความร้อนแล้งของอากาศและอารมณ์  ความอดทนของคนรุ่นผมมักมีจำกัด เสียดายที่เกิดมาไม่มีภูมิเยี่ยงคนรุ่นก่อน
 

ผมคิดเอาเองว่า คนสองโลกมักเป็นคนที่ไม่มีภูมิ….ทั้งภูมิต้านทานและภูมิปัญญา !!

ภูมิต้านทานมักเกิดขึ้นมาพร้อมกับคนที่เกิดรุ่นปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลงไป ภูมิปัญญาอันเป็นของดั้งเดิมก็เฉกกัน

ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นคนรุ่น เหลื่อมวัฒนธรรม(ค.ศ. ๑๙๖๐ - ๑๙๗๐ หย่อนๆ ) มักมีความสับสนอยู่เนือง ๆ ความไม่รู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในสองวัฒนธรรม เท้าหนึ่งยังเหยียบอยู่กับโคลนเลนและหางไถ  ส่วนอีกเท้าเหยียบเข้าไปในยุคของ Z-๘๐ วัฒธรรมของการตั้งโจทก์ If and Then ของ ภาษา CPU ยุคริเริ่ม

คนกลุ่มนี้(อาจจะ)มีปัญหาทางการปรับตัว ความเฉยเมย,นิ่งไม่รับรู้ถึงปัญหาของสังคมรายรอบและโลกโดยรวม

กล่าวคือ…..แม้ปัญหาของสังคมเกิดที่นั่นที่นี่ ที่จะนะ ที่ปัตตานี ที่ประจวบฯ ที่แก่งเสือเต้น ที่คลิตี้ล่าง ที่ ฯลฯ. พวกเขาจะนิ่งเฉยราวกับมันอยู่คนละโลกกัน แม้ในทางการติดต่อจะเปลี่ยนไปเพียงแค่รหัสไปรษณีย์

พูดก็พูดเถอะ….ผมเอง….แม้บางขณะบางเวลา ยังนิ่งเฉยยิ่งกว่าคนรุ่นป้าเสียอีก โดยแกล้งลืมไปว่าโลกคือความเชื่อมโยงกัน คือความเป็นหนึ่งเดียวกัน สิ่งต่างๆ ล้วนกระทบถึงกันอย่างแน่นอน แม้จะมองไม่เป็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ กระนั้นสักวันมันจะมาเยือนอย่างเงียบเชียบ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม


         
ขณะที่บางด้านของคนรุ่นนี้ กลับเกี่ยวเนื่องกับการเดินทางอย่างมิหยุดหย่อน เสาะหาความเป็นตัวตนทั่งตัวเองและสังคมโลก ห่วงใยกระทั่งดอกไม้ป่าบางชนิด นกปีกสวย ส่ำสัตว์กลางดงทึบ ฝูงปลาในลำธารและห้วยหนอง ผีเสื้อบางพันธุ์ที่กำลังล่อแหลมจะสูญพันธุ์  ชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าที่กำลังถูกเอารัดเอาเปรียบจากการปกครองของระบบรัฐ(ถะดะ) ทั้งนี้ยังไม่นับถึงมวลแมลงกระจิริดในป่าข้างทาง ยามที่เคลื่อนตีนเปลือยผ่าน

เถอะ,ในช่วงชีวิตหนึ่งจะเสาะหาความทุกข์อยู่ร่ำไปกระนั้นหรือ?

หรือ นี่คือพันธะสัญญาของคนรุ่นนี้ ที่ได้กระทำต่อพระแม่ของดาวโลก ? จึงทำให้คนรุ่นนี้เหมือนตกอยู่ในโลกของความอ้างว้าง เดียวดาย เสาะแสวงอยู่แต่ความเปล่าดายอันจับต้องไม่ได้

ไม่รู้ว่าผมโชคร้ายหรือโชคดี ที่เกิดมาเป็นคนรุ่นนี้ !!!

ยังมองเห็นความงดงามของห้องแถวในตลาดเก่าแก่ มองเห็นกระเบื้องว่าวที่เรียงร้อยกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนด้วยความชื่นชม มองเห็นรวงงอนของข้าวสุกเหลืองอร่ามเยี่ยงทองคำในเหมืองใต้ดินลึกลับ มองเห็นถ้อยคำของมวลมนุษย์ประดุจของขวัญอันมีค่า กระทั่งลางที…ถ้อยคำเหล่านั้นมักเป็นถ้อยคำที่มนุษย์ใช้ในการเข่นฆ่ากัน มองเห็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมประดุจตำราอันมีคุณค่าที่ควรศึกษาเรียนรู้ ฯลฯ.

ขอโทษ - ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมไม่ได้กล่าวโทษคนรุ่นก่อนหรือหลังจากนี้

ความคิดของผมอาจผิดและไม่สามารถใช้อ้างอิงเพื่อการใดได้ แต่หากคุณมีลูกหลานที่เกิดในช่วงยุคเหล่านี้ ลองหาทางให้เขาเล่าความจริงออกมา
         
ลางที,เราอาจจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

และอย่างที่บอกครับทั้งหมดนี้เป็นความคิดของผมคนเดียว

………แลก……….

18/04/2007 08:09
Posted by sailomloy in Blog

“ อ้าวจะเอาไว้ใช้เองหรือ ?” เสียงทักทายนั่นบ่งบอกถึงความผิดหวังนิดๆ ในสิ่งที่เขาคาดหวังไว้แต่แรก

“ อืมห์ ” ผมตอบอย่างเงียบเชียบขณะเแหงนมองต้นมะพร้าวสูงลิบด้วยความเสียดาย ลูกบนต้นดกพอที่จะสร้างประโยชน์แก่ครอบครัวของผมได้อีกหลายนาน

“ ผมจะทำโรงเก็บไม้ เสร็จงานนี้แล้วพี่ว่างใช่มั้ย” ผมถาม

“ เออ..เดี๋ยวมาเลื่อยให้ ”  ชายร่างสันทัด บึกบึน แข็งแรงคนนี้ ผ่านการทำงานหนักมานาน จำได้ว่าแกประกอบอาชีพเลื่อยไม้ขายมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก

หลายสิบปีที่ผ่านมา บ้านไหนหรือใครนำไม้มะพร้าวมาใช้งานถือว่าจนตรอก หมดสิ้นหนทางในหารเสาะหาไม้ชนิดอื่นแล้ว อาจถูกดูถูกจากเพื่อนบ้านได้ง่าย

ทว่าใครจะคาดคิด…เมื่อไม้จริงหมดไปจากป่า ไม้มะพร้าวจึงถูกนำมาใช้งานเพื่อทำเครื่องบนของอาคารบ้านเรือนแถมยังรับซื้อเพื่อขายต่อกันเป็นล่ำเป็นสัน

ในสวนบ้านผมที่มีเนื้อที่กว่าสิบไร่เต็มไปด้วยไม้มะพร้าวต้นสูงลิบ แต่ละต้นมีอายุกว่าสี่สิบปีขึ้นไปแทบทั้งสิ้น ดังนั้นบรรดามือเลื่อยจึงหาวิถีทางที่จะเข้ามาจีบเพื่อซื้อไม้จากสวนผมอยู่หลายครั้งหลายหน จนบางครั้งอดที่จะโมโหไม่ได้ ผมรู้ว่าไม้มะพร้าวต้นหนึ่งสามารถขายได้กว่าต้นละพันบาท แต่หากขายกับคนแถบนี้กลายเป็นว่าราคาของการซื้อขายกลับอยู่ที่ต้นละไม่เกินสามร้อยบาท

ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมของการชาวสวนหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เพราะว่ามะพร้าวที่แพงสุดเท่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยรู้คือมันเคยมีราคาสูงถึงลูกละเจ็ด-แปดบาท แต่หลังจากนั้นกลับพบว่าราคามันตกอยู่ที่บาทกว่า ๆ ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจากปั้มในหมู่บ้านมีราคาสูงถึงลิตรละกว่ายี่สิบบาท ยังไม่นับถึงไม้ผลอย่างอื่นซึ่งชาวสวนต้องลงทุนลงแรงไปมากมายแต่ละปี

ช่วงนี้ของราคายางพาราและปาล์มน้ำมันกำลังมีราคาดี ดังนั้นการที่ชาวบ้านแต่ละสวนพากันโค่นไม้มะพร้าวขายกันอย่างครึกโครม แต่ละสวนจึงดูโล่งเตียนสะอาดตาก่อนจะลงพืชพรรณชนิดใหม่ที่คาดว่ารายได้จะดีกว่ามะพร้าวในอนาคต

ซึ่งผมไม่เคยเชื่อ…

….แล้วผมโค่นต้นมะพร้าวทำไม ?

ถนนหน้าบ้านผมเป็นถนนดินแดงที่ตัดผ่านกลางสวนของผมและอีกหลายคนมุ่งหน้าสู่วัดซึ่งตั้งอยู่บนภูเขา กว่ายี่สิบปีที่ผ่านมาถนนเส้นนี้ถูกใช้งานบ่อยมาก  ทว่ามันยังคงเป็นถนนลูกรังอยู่เช่นเดิม เสาไฟฟ้าก็ไม่ได้ติดตั้งไว้ เราหลายครัวต้องลากสายไฟฟ้าจากถนนสายหลักของหมู่บ้าน ผ่านปีกเสาไม้ผ่านสวนของเพื่อนบ้านซึ่งเป็นญาติ ๆ กัน ด้วยระยะทางที่แสนไกล

หลายเดือนที่ผ่านมา มีกระแสข่าวจากคนในหมู่บ้านว่าจะมีการเดินสายไฟฟ้าแรงสูงเข้ามายังถนนเส้นหน้าบ้านผม เราดีใจกัน ถัดจากนั้นอีกหลายเดือน ก็มีเจ้าหน้าที่มาเดินสำรวจเส้นทางและระยะทาง

เกือบหนึ่งปี………วันนี้ ผู้ใหญ่บ้านให้คนมาถามความสมัครใจเรื่องโค่นต้นไม้ที่ขวางทางเดินของสายไฟฟ้าแรงสูง ผมบอก

“ได้เลย..หากมันไปเกะกะขวางทางการเดินสาย การปักเสาก็ตัดเลย”
 

แปดปดต้นที่ต้องล้มระเนนสังเวยการเดินทางมาของสิ่งที่ผมไม่เชื่อว่ามันจะมี จะมาในเร็ววัน

เหมือนกับที่ผมไม่เคยเชื่อว่าพืชพรรณที่จะปลูกทดแทนมะพร้าวนั้น จะมีมูลค่ามากกว่าของเดิมที่เคยปลูกกันมาแต่ปู่ย่าตายาย สิ่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน หรือยางพารา ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้หมดทุกชนิดอย่างมะพร้าวได้เลย เรียกกว่าแทบจะไม่สามารถจะเทียบกันได้แม้แต่น้อย เพียงแต่หากมองเป็นเม็ดเงินแต่ละครั้งอาจจะดูเหมือนว่าผิดกันลิบลับ การได้มาซึ่งเนื้อมะพร้าว(น้ำมัน ,น้ำกะทิ) กะลา (ผลิตภัณฑ์งานศิลปะ, เผาถ่าน เชื้อเพลิง) เปลือกผล (เชื้อเพลิง,วัสดุทำปุ๋ย, เส้นใยทอเชือกได้ )น้ำมะพร้าว(หมัก,จุลินทรีย์) น้ำหวานจากจั่น (น้ำตาลปึก) ต้น(ยอดอ่อน)เลี้ยงด้วง(อาหาร) ใบ ก้านใบ(ไม้กวาด, ไม้กลัด) ทางใบ(เชื้อเพลิง) ฯลฯ.

ผมไม่เชื่อ ผมจึงเก็บทุกอย่างที่เก็บได้จากมะพร้าวไว้ และนับวันจะปลูกเพิ่มมากขึ้น

“ เลื่อยท่อนปลายนะพี่ ต้นท่อนโคนผมจะเอาไว้ทำเสา ”

“ อ้าวจะเอาไว้ใช้เองหรือ ? ”  เสียงทักนั่นบ่งบอกว่าสิ่งที่เขาคิดว่าจะได้กำไรกำลังหายไป เขาคิดจะซื้อต้นมะพร้าวเหล่านี้ไว้ทำกำไร  

“อืมห์ ครับ..” ผมตอบขณะเแหงนมองต้นมะพร้าวสูงลิบด้วยความเสียดาย ลูกบนต้นดกพอที่จะสร้างประโยชน์แก่ครอบครัวของผมได้อีกหลายนาน


“ รู้ไหมพี่..ผมไม่เคยเชื่อเลยว่าไฟฟ้าจะผ่าเข้ามาบนถนนสายนี้ ” 

 “ อ้าวทำไมล่ะ เขาสำรวจแล้วนะว่าจะมาทำภายในเดือนนี้หากว่าเราโค่นต้นไม้ให้เขาเดินสายได้สะดวกแล้ว ”

“ ไม่รู้สิ…… ”

เพราะนับแต่เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๔๗ กระทั่งวันนี้ เดือนเมษายน ๒๕๔๙ เพิ่งมีพนักงานมาเดินสายไฟแรงสูงให้ โดยไม่มีหม้อแปลงและกระแสไฟให้ใช้งานไฟฟ้าบ้านผมยังติด ๆ ดับ ๆ อยู่เหมือนเดิม

มะพร้าวที่ถูกโค่นลงมาขาดค่าไปหลายปี หลายฤดูของการเสียสละให้กับความสะดวกสบายซึ่งใครบางคนนิยามมันว่า “การพัฒนา”   

และหลายครั้งของการทอดเสียงหายใจของผมเชื่อมโยงไปถึงความคิดในบางขณะเกี่ยวกับความล้าหลังของโลกในอุดมคติ แม้จะเริ่มต้น ณ ตอนนี้
…………..ก็ยอม