ตุลาคม ๒๕๔๙ ๑. จากวันต่อวัน คืนต่อคืน ฝนตกเหมือนฟ้ารั่ว อากาศเย็นชื้นจนคร้านงานในสวน ดินเลนยามแฉะน้ำให้ความรู้สึกกระแดะแหยงในบางอารมณ์
ก่อนหน้านี้หลายเดือน หัวใจถวิลหาสายฝนเย็นเพื่อพรมลงบนเรือกสวนอันแห้งแล้ง ยามนี้กลับชิงชัง….ใจคนหนอ
ฝนตกทำให้เรื่องราวในสวนเริ่มขีดเขียนตัวเอง กลิ่น เสียง สี และบรรยากาศอันเยือกเย็น เปียกชื้นตลอดวันตลอดคืน กลิ่นดอกไม้บางพรรณลอยเอื่อย สรรพชีวิตดำเนินไปตามครรลองของมันเอง
สวนรกเกินไปทำให้พื้นที่รับแดดน้อย ผลดีคือความเขียวชื้น ร่มเงา และความหลากหลายของไม้ไร่ แต่เมื่อร่มครึ้ม ผักหญ้าที่กินใช้ในชีวิตประจำวันไม่สามารถงอกงามอย่างที่ตั้งใจ ได้อย่างหนึ่งกลับสูญเสียอีกอย่างหนึ่ง - โลกในความเป็นจริงมักเป็นแบบนี้

๒. ใครเคยสูดอากาศบนยอดเขาหลังฝนพรมจะพบความสดชื่นจนอยากจะล้มนอนเกลือกกลิ้งบนลานหญ้าอันเปียกปอนเยิบหยุ่น เพื่อเสพเอากลิ่นอายเหล่านั้นไว้แนบความทรงจำให้นานเท่านาน
ทว่า….เวลานี้กลับไม่อยากลุกออกจากโปงผ้าอันอบอุ่น
ความคาดหวังของคนแรมทางกลางสายฝนเมื่อเมื่อยล้าและหิวโหยคือ ความแห้ง อบอุ่น ของเรือนพัก อาหารร้อน แววตาอันเปี่ยมสุขของผู้คนและส่ำสัตว์ตามรายทาง ความรักและคลั่งไคล้ในรสชาติของความดิบเถื่อนในรอยทาง น้ำตา ความรันทดท้อ เหตุการณ์ร้ายแรง ความปลาบปลื้ม อิ่มเอิบ เจ็บปวด ฯลฯ
แม้จะหลากรสหลายอารมณ์แม้จะทุกข์ยามเผชิญ หากแต่สุขยามย้อนรำลึก
ความคาดหวังของคนที่ต้องหยุดนิ่งอยู่กับสถานที่เดิม ๆ อาจเป็นแบบเดียวกัน ทว่าเรื่องราวในแววตามากน้อยแตกต่าง สาระเรื่องราวในรอยทางเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทั้งทุกข์และสุข
หลายคนจึงหมกตัวเองอยู่กับการงาน ครอบครัว ต้นไม้ งานอดิเรก ฯลฯเพื่อกดทับเสียงเพรียกซึ่งก้องอยู่ข้างใน จนเฉยชาและเปลี่ยนแปลงเป็นความเกลียดชังในที่สุด

๓. สองวันก่อนลมหนาวโชยพร้อมกับความแห้งแล้ง ฟ้าบนอึมครึมสัญญาณของลมว่าวแล้ว ฟ้าทางทิศนั้นครืนครานเป็นสัญญานบ่งบอกว่าไม่นานลมหนาวจะมาเยือน
คนรุ่นก่อนบอกว่าทิศทางตั้งต้นของลมว่าวจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากซ้ายไปขาวเมื่อหันหน้ายังทิศตะวันออก ทุกปีของลมหนาวไม่ว่ามากหรือน้อยวัน เรียกอารมณ์หงอยเหงานัก
อาจเพราะด้วยอากาศที่แห้ง กลางวันร้อนกลางคืนหนาว รอยต่อระหว่างฤดูกาลกับรอยต่อระหว่างคืนและวัน ทำให้คนอ่อนไหวน้ำตาร่วง ครุ่นคิดถึงบาปกรรมแต่วัยเยาว์อย่างคนสำนึกผิด
นึกเสียดายวันคืนที่ล่วงไปโดยมิได้สะสางเรื่องราวแต่หนหลังให้เรียบร้อยหมดจด
กระทั่งยังนึกหนทางที่นำตัวเองไปสู่วันข้างหน้าไม่ออก - ไม่แจ่มชัดท่ามเวลาเปลี่ยนแปลงหมุนวนไป
ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการนิยาม(รอคอย)ของเราสู
เคยนึกเสียดายบ้างไหมท่านที่รัก นับแต่เกิดมาได้มีโอกาสได้ทำสิ่งที่อยู่ในความฝันออกมาเป็นรูปธรรมชัดแจ้งแล้ว,สวยงามแล้ว,ถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้แล้ว หรือหากแม้เพียงเริ่มต้นแล้วในปัจจุบันขณะ
วันนี้แหงนมองขึ้นบนท้องฟ้า นกเหยี่ยวอพยพสิ้นแล้ว ไม่มีแม้เงาของสองปีกบางนั่นโฉบร่อน ท้องฟ้าหวนคืนสู่ภาวะปกติเฉกปีที่แล้ว และหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา

๔. ชนบทภาคใต้ตอนบน ข้าวในนาเริ่มส่งเกสรออกจากเปลือกสีเขียวอ่อน ออกมาระริกเรียกมวลแมลงมาโฉบตอม ไม่นาน..ท้องทุ่งจะเปลี่ยนสี
และฤดูกาลใหม่จะผลัดเวรเข้ามายังเรา สู อีกครั้ง
………..สวัสดี



