<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/PlugBLOG" -->
<rss version="2.0" 
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>A note on my trips</title>
	<link>http://blog.trekkingthai.com/punkypen</link>
	<description>Just another Blog.trekkingthai.com weblog</description>
	<pubDate>Sun, 04 May 2008 23:11:30 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=PlugBLOG</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>Pilgrim&#8217;s Progress: My personal journey to Annapurna, Nepal (Prologue)</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/punkypen/2008/05/02/diving-pilgrims-progress-my-pers/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/punkypen/2008/05/02/diving-pilgrims-progress-my-pers/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 May 2008 03:04:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>punkypen</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/punkypen/2008/05/02/hiking-prilgrims-progress-my-per/</guid>
		<description><![CDATA[เกริ่นนำ
ในที่สุดเราก็ได้ไปเยือนเนปาลสมกับที่ตั้งใจไว้นานมาก เรียกว่าตั้งใจจนลืมเพราะว่าสิบปีพอดีเป๊ะที่เคยไปขอวีซ่าไว้แล้ว แต่มีเหตุให้ไม่ได้ไป ปีนี้เลยตั้งใจว่าเอาล่ะ ได้เวลา เลยไปขอวีซ่าวันเดียวกันกับเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนขอก็แสนจะสะดวกสบายเพราะว่าสถานทูตเล็ก และคนน้อยมาก ขอปุ๊ปก็ได้ปั๋บ งงมากเพราะเคยตั้งไปทรมานขอวีซ่าที่แสนจะยากเย็นอย่างอเมริกาแล้วมันคนละเรื่องเดียวกันเลย
ขอเกร่ินก่อนว่าเราเป็นคนเที่ยวแบบลุย หรือภาษาฝรั่งเขาเรียกว่าแบ็คแพ็ค ส่วนพี่สาวเราเรียกว่าซำเหมา มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนนักเที่ยวตัวยง ที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ยอมกลับเมืองไทย เธอยังคงเดินทางแบบ Grand World Tour เหมือนมาดอนน่าทัวร์คอนเสิร์ตเป็นทวีปๆ ยังไงยังงั้น เราเคยไปลุยแบบโบกรถที่อีสานกันสองคน ซึ่งมานึกย้อนดูตอนนี้ก็น่ากลัวนิดหน่อย คิดว่าถ้าเป็นพ่อแม่ก็คงเครียดที่ลูกสาวไปถึงบุรีรัมย์ตอนมืดแล้ว แล้วไปนอนโรงแรมสุดโทรมแถวสถานีรถไฟเพื่อไปพนมรุ้ง เดินเท้าขึ้นพนมรุ้งจากปากทางที่รถบัสหวานเย็นปล่อยลง โบกรถคนแปลกหน้าขาลง หรือว่านั่งรถไฟชั้นสามอันแสนยาวนานก่อนไปข้ามฝั่งลาวที่หนองคาย โบกรถตำรวจที่แถวเกาะช้าง แต่เราสองคนก็รอดมาได้เพราะว่าผีคุ้มหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ประสบการณ์ขวัญแขวนก็ผ่านไปได้ด้วยดีทุกคราว เพราะฉะนั้นการมาเที่ยวเนปาลและไปเทรค หรือว่าเดินแบบลำบากๆ ก็เลยเป็นส่ิงที่เราคิดว่าน่าจะไม่สะเทือนขวัญเกินกว่าที่เคยเจอมา
ก่อนไปขอบอกว่าเครียด เนื่องจากข้อแรกคือ ไม่รู้ว่าจะเจออะไร หนังสือไกด์บุ๊ค ก็บอกบ้างแล้ว แต่บังเอิญว่า Lonely Planet ฉบับเนปาลเฉยๆ กับฉบับ Trekking in the Himalayas มันก็ละเอียดไม่เท่ากัน แล้วเวลาจะอ่านก็น้อย เราก็สแกนอ่านเท่าที่ต้องการเฉพาะหน้า หรือว่าเอาตัวรอดไปเป็นเปลาะๆ ไปก่อนเพราะว่าก่อนไปจะต้องสะสางงานจำนวนมหาศาล เนื่องจากเราจะหนีไปเที่ยวสิบกว่าวัน มันก็เลยต้องทำงานล่วงหน้าให้เสร็จ แบบว่าลิสต์กันไม่ซ้ำว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง วิ่งไปเคลียร์โน่นนี่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เกริ่นนำ</strong></p>
<p>ในที่สุดเราก็ได้ไปเยือนเนปาลสมกับที่ตั้งใจไว้นานมาก เรียกว่าตั้งใจจนลืมเพราะว่าสิบปีพอดีเป๊ะที่เคยไปขอวีซ่าไว้แล้ว แต่มีเหตุให้ไม่ได้ไป ปีนี้เลยตั้งใจว่าเอาล่ะ ได้เวลา เลยไปขอวีซ่าวันเดียวกันกับเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนขอก็แสนจะสะดวกสบายเพราะว่าสถานทูตเล็ก และคนน้อยมาก ขอปุ๊ปก็ได้ปั๋บ งงมากเพราะเคยตั้งไปทรมานขอวีซ่าที่แสนจะยากเย็นอย่างอเมริกาแล้วมันคนละเรื่องเดียวกันเลย</p>
<p>ขอเกร่ินก่อนว่าเราเป็นคนเที่ยวแบบลุย หรือภาษาฝรั่งเขาเรียกว่าแบ็คแพ็ค ส่วนพี่สาวเราเรียกว่าซำเหมา มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนนักเที่ยวตัวยง ที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ยอมกลับเมืองไทย เธอยังคงเดินทางแบบ Grand World Tour เหมือนมาดอนน่าทัวร์คอนเสิร์ตเป็นทวีปๆ ยังไงยังงั้น เราเคยไปลุยแบบโบกรถที่อีสานกันสองคน ซึ่งมานึกย้อนดูตอนนี้ก็น่ากลัวนิดหน่อย คิดว่าถ้าเป็นพ่อแม่ก็คงเครียดที่ลูกสาวไปถึงบุรีรัมย์ตอนมืดแล้ว แล้วไปนอนโรงแรมสุดโทรมแถวสถานีรถไฟเพื่อไปพนมรุ้ง เดินเท้าขึ้นพนมรุ้งจากปากทางที่รถบัสหวานเย็นปล่อยลง โบกรถคนแปลกหน้าขาลง หรือว่านั่งรถไฟชั้นสามอันแสนยาวนานก่อนไปข้ามฝั่งลาวที่หนองคาย โบกรถตำรวจที่แถวเกาะช้าง แต่เราสองคนก็รอดมาได้เพราะว่าผีคุ้มหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ประสบการณ์ขวัญแขวนก็ผ่านไปได้ด้วยดีทุกคราว เพราะฉะนั้นการมาเที่ยวเนปาลและไปเทรค หรือว่าเดินแบบลำบากๆ ก็เลยเป็นส่ิงที่เราคิดว่าน่าจะไม่สะเทือนขวัญเกินกว่าที่เคยเจอมา</p>
<p>ก่อนไปขอบอกว่าเครียด เนื่องจากข้อแรกคือ ไม่รู้ว่าจะเจออะไร หนังสือไกด์บุ๊ค ก็บอกบ้างแล้ว แต่บังเอิญว่า Lonely Planet ฉบับเนปาลเฉยๆ กับฉบับ Trekking in the Himalayas มันก็ละเอียดไม่เท่ากัน แล้วเวลาจะอ่านก็น้อย เราก็สแกนอ่านเท่าที่ต้องการเฉพาะหน้า หรือว่าเอาตัวรอดไปเป็นเปลาะๆ ไปก่อนเพราะว่าก่อนไปจะต้องสะสางงานจำนวนมหาศาล เนื่องจากเราจะหนีไปเที่ยวสิบกว่าวัน มันก็เลยต้องทำงานล่วงหน้าให้เสร็จ แบบว่าลิสต์กันไม่ซ้ำว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง วิ่งไปเคลียร์โน่นนี่ ซึ่งส่วนมากมันก็จะต้องวุ่นวายในเรื่องการจัดการเดินทาง และที่สำคัญคือทุกอย่างจะต้องเสร็จก่อนเดินทาง ไม่งั้นต้องเสียคนแน่ๆ เพราะว่าเราทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนหลายคน แต่เราก็ต้องจัดเวลาไปยิม เพื่อฟิตร่างกาย อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ซึ่งก็ประมาณวันเว้นวัน รวมเวลาออกกำลังกายเตรียมพร้อมจริงๆ ก็ประมาณเดือนนึง ซึ่งก็ต้องตามอ่านต่อไปว่าผลจะเป็นยังไงเวลาไปเดินจริงๆ</p>
<p><strong>อุปกรณ์และมิตรอันประเสริฐ</strong></p>
<p>ส่ิงที่ทำให้เกิดความเครียดมากๆ และเหมือนจะขัดกับปรัชญาแบ็คแพ็คเกอร์คือการเตรียมตัว ซึ่งอันนี้เพื่อนเราที่เป็นตัวจริงบอกว่าการจองอะไรล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ขัดกับปรัชญาการเที่ยวไปตามตะวันมาก แต่เราก็ยอมขัดไปหลายทีแล้วเพราะว่าแก่แล้วก็เร่ิมกลัว และคราวที่แล้วก็เสียเวลากับการไปหาที่พัก คราวนี้เลยจองไปทางเนท แบบสุ่มๆ เอา แต่นอกเหนือจากที่นอนคืนแรกในเมืองกาฏมันฏุแล้วก็คืออุปกรณ์เดินทางประเภทป่าทั้งหลาย ซึ่งขอบอกว่าความรู้เป็นศูนย์ แต่ว่ามิตรอันประเสริฐทุกคนช่วยกันสุดตัว ทั้งกำลังใจ ข้อมูล และแหล่งหาของ งานนี้มีทั้งขู่ทั้งปลอบจากเพื่อนร่วมงาน จากเพื่อนรักที่เป็นสาวนักเดินป่า (คนละคนกับคนที่ออก World Tour) ที่เธออธิบายมาในอีเมลที่เราคุยกันเรื่องเดินป่า ว่าเธอเป็นนักเดินป่าที่ได้รับการฝึกอย่างถูกต้องและมีประสบการณ์เดินมาสองปีเต็ม ก่อนที่เธอจะกรี๊ดใส่หูเรา (ทางอีเมล) ตอนที่เราเขียนไปขอคำปรึกษาว่าจะส่ังรองเท้าเดินป่าทางเนทดีไหม เท่านั้นล่ะ เลยรู้ซึ้งถึงความห่วงใยของเพื่อนเราที่มีต่อคนที่ไม่รู้อะไรเลยแล้วจะไปเดินป่า แล้วเป็นป่าที่ไม่เคยมีเพื่อนเราคนไหนเคยไปมาก่อนอย่างที่แอนนาเพอร์นาในเนปาล และรุู้ว่านอกจากใจแล้ว รองเท้าสำคัญที่สุด</p>
<p>โชคดีที่เพื่อนรุ่นพี่คนนึงเป็นเซียนทางด้านอุปกรณ์ ขอยกย่องให้เป็น Hi So Gadget Guy เพราะพี่เขาแรงจริงๆ คือว่าอุปกรณ์เดินป่าเป็นแบรนด์เนมทั้งนั้น ถ้าคุณเคยมีเพื่อนชอบถือกระเป๋าประเภทหลุย วิตตอง หรือว่าเฟนดิ เดินตามที่เที่ยวไฮโซ พี่คนนี้ก็คือคนนิยมแอลวี หรือว่าใส่อาร์มานี่ในเวอร์ชั่นเดินป่า<br />
หนึ่งคือพี่เขาจะแนะนำว่ารองเท้าพื้นแบบไหนดี เช่นต้องมีคำว่า&#8230;แปลว่าพื้นมันสุดยอด ทนทาน หรือว่ามีคำว่า&#8230;..แปลว่าเป็นวัสดุผ้าแบบสุดยอดคือกันน้ำ แต่ระบายอากาศ เราจะได้ไอเดียในการตามหารองเท้า ซึ่งขอบอกว่าให้หาตั้งแต่เน่ินๆ เป็นเดือนก็ยิ่งดีเพราะว่าคนเรามักจะเป็นอย่างนี้คือเวลาไปช็อบหาอะไรแล้วมักจะไม่ได้ ซึ่งเราก็มักจะมีโชคดีเป็นอย่างนี้เสมอคือ รองเท้าของ Northface เขาจะเปลี่ยนคอลเลคชั่นพอดี รุ่นของผู้หญิงเขาก็เลยไม่มีวางขายและเพิ่งเซลลดสต็อกหมดไปเมื่อตรุษจีน กรรมจริงๆ อุส่าห์ทำใจยอมซื้อของแพง และเทคโนโลยีของ Northface ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้กะว่าจะใส่พวกนันยาง หรือผ้าใบ 199 บาทแบบใส่แล้วทิ้งเลย แต่โดนเพือนอบรมมาว่ารองเท้าคือส่ิงที่สำคัญที่สุดเลยต้องเปลี่ยนใจ<br />
ในที่่สุดก็หารองเท้าได้จากงาน Super Sports ที่เมืองทอง ขอโทษบ้านอยู่ฝั่งธน นะแต่ขับรถไปลุยเลย ก็ได้มาคู่หนึ่งซึ่งก็มีพื้นแข็งแรงตามคำแนะนำ ยี่ห้อก็พอไปได้ ไม่ใช่สุดยอดยี่ห้อรองเท้าเดินป่าแบบไฮโซ แต่ก็คิดว่าน่าจะโอเค ลองไปวิ่งที่ฟิตเนสมาแล้ว กัดเท้าซ้ายอะ ความเครียดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ไม่กล้าบอกเพื่อนที่แอลเอ กลัว</p>
<p><strong>ถุงนอนไฮโซ</strong></p>
<p>เรากะว่าไม่ลงทุนมากขอถุงนอนทนสัก 15-18 องศาก็น่าจะพอได้ แต่ว่าเพื่อนสาวนักเดินป่าที่แอลเอบอกว่า อย่าเสียดายเงินเพราะว่าพอไปแล้วจะกลับบ้านมาเอาของหรือคิดถึงของที่เราไม่มีไม่ได้ ที่ๆ เราจะไปก็ปีนไปสูงพอสมควร เราคิดว่าเอาล่ะ ทนสัก 8-10 องศาก็ดีแล้วนะ กะจะซ้ือ Deuter รุ่นที่ 1700 (ลดแล้วนะ) แต่ว่ารุ่นพี่เขาบอกว่าเอากันหนาวเยอะไว้ก่อนดีกว่า เพราะว่าจะนอนหลับสบายกว่า เนื่องจากที่พักเราก็คงจะไม่มีฮีตเตอร์แน่ เราก็เลยกัดฟัน ซื้อรุ่นท้อปไปเลย ขอบอกชื่อรุ่นด้วยความภูมิใจว่ามันคือรุ่น Plus One ซึ่งเหมือนจะแปลได้อีกนัยนึงว่ามีเผื่อเพื่อนอีกคน แต่จริงๆ แล้วถุงนอนมันเล็กนอนแบบมัมมี่ นอนได้แค่คนเดียวเท่านั้น ส่วนไอ้เพื่อนที่จะเป็น Plus One มันจะต้องหาถุงนอนเอง ราคาก็โหดคือ 2,500 ลดราคาแล้ว เกือบ 50% ที่โกดังที่เคยไปซื้อเป้ Deuter ที่มีเพื่อนอ่านเจอใน Trekking Thai</p>
<p><strong>ไม้เท้าวิเศษกับขวดน้ำ</strong></p>
<p>ไม้เทรคกิ้งนี้ได้มาเพราะว่าเห็นใจของรุ่นพี่ Hi So Gadget Guy เพราะว่าเขาทั้งสงสาร และสมน้ำหน้าที่เราจะไปเที่ยวแบบลุยเดี่ยวโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้แบบนี้คือกะว่ามีใจกับมีตั๋วเครื่องบินแล้วก็ไปโดยไม่คิดจะเตรียมหรือลงทุนอุปกรณ์เลย พี่เขาไปได้ไม้มาจากร้านชั้นใต้ดินของฟอร์จูน ในราคาเซล เลยซื้อมาฝาก ขอบอกว่าดีและถูกกว่าซื้อที่เนปาล และเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีเพราะหลังจากกลับมาก็รู้ซึ่งถึงความจำเป็นมาก และใน Lonely Planet ก็ยืนยันว่ามีประโยชน์อย่างน้อยก็เอาไว้ใช้ไล่หมาได้ หรือช่วยชุดหลุมเพื่อฝังระเบิดที่จะออกจากตัวเรา (แต่อย่างหลังนี่ยังไม่เคยต้องลองใช้ฟังก์ช่ันนี้นะ)</p>
<p>รุ่นพี่เขาก็พร้อมให้ยืมกระป๋องใส่น้ำ ซึ่งเราเองไม่เคยคิดจะซื้อเพราะทำใจไม่ได้ ที่ใส่น้ำ polycarbonate อะไรกันฟะ ราคาจะเป็นพัน ลดแล้วเหลือ 500 บาท กะว่าจะเอาขวด PET น้ำสิงห์ของเราไปไม่ได้หรือไง ก็ได้รับความรู้มาว่าถ้ามีขวดน้ำนี้แล้วมันจะไม่แตก และเปิดปิดฝาง่ายไม่หลุด เพราะว่าถ้าเป็นขวดธรรมดา ฝาหล่นหายทีก็หมดกัน ล้างก็ยาก ปากขวดมันเล็ก ใส่ร้อนก็ไม่ได้ สรุปพี่เขาก็ให้ยืมมา ทั้งไม้เทรค และขวดน้ำ</p>
<p><strong>เสื้อกันลมระดับเทพ</strong></p>
<p>อันนี้ไม่ลงทุนแล้วเพราะว่ามันราคาจะไปถึงขั้นหมื่นแล้ว โชคดีที่น้องสาวเพื่อนให้ยืม เพราะเธอกลับจากแคนาดาแล้วก็ไม่เคยใส่อีกเลย มันเป็นเสื้อสมัยน้องเขายังไม่ผอมน่ะ แต่ว่าเอาเถอะกันลมกันฝนได้ก็โอแล้ว ความสวยความพอดีไม่ต้อง เสื้อนี้สำคัญมากพอๆ กับรองเท้าเพราะว่าจะต้องใส่ทุกวันที่เดินเนื่องจากลมแรงมาก แดดแรงและบางทีฝนก็ตก หรือหิมะตก ใครไม่มีขอบอกว่าคิดผิดอย่างแรง เวลาเดินป่าแล้วถึงตอนอยู่ในที่พักแล้วเอาเสื้อผ้ามาผึ่งต้องระวังอย่าให้หาย มันเกิดกรณีขโมยของกัน เพราะว่ามีบางคนมาเดินโดยไม่มีเสื้อกันลมนี้แล้วคงจะรับรู้ถึงความทรมาน เลยต้องขโมยเอา</p>
<p><strong>วันออกเดินทาง</strong></p>
<p>ทุกอย่างราบรื่นดี นานๆ ทีจะบินการบินไทย เลยไม่ชินว่าเป็นประตูแรกของสนามบิน
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://blog.trekkingthai.com/punkypen/2008/05/02/diving-pilgrims-progress-my-pers/feed/</wfw:commentRSS>
		</item>
	</channel>
</rss>
