TrekkingThai Blog »
  Home
  Register »
  Login »
  RSS feed
  Chatroom

Sissy in the rain 2

12/10/2006 19:05
Posted by puii in Blog

เอาหล่ะ หลังจากได้กำลังใจจากท่านผู้ชมอย่างล้นหลาม ? Puii ก็มีแรงฮึดเขียนต่อแย้ว…คราวที่แล้วเราว่ากันด้วยเรื่อง การนั่ง และการใช้งานพวงมาลัยอย่างง่าย แถมแวะพักข้างทางด้วยการขับรถแบบแบนๆ…มีหลายๆท่านติงเข้ามาหลังไมค์ว่า เอ๊ะ ทำไมที่เรียนมาจากสถาบันต่างๆ ก็ไม่ได้บอกอย่างงี้ซะหน่อย อันนี้ puii ขอออกตัว (ดังเอี้ยด!!) นะคะว่า ที่เอามาเขียนนี่คือประสบการณ์ที่ได้เก็บเล็กประสมน้อยมาเรื่อยๆ อย่างที่แจ้งไว้ใน Sissy about to drive ไงคะว่าเป็นบทเรียนแบบครูพักลักจำ ที่ลองเอามาทำเองแล้วได้ผล ก็เลยอยากเอามาขยายต่อ เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง นะคะ นะ ถ้ามีข้อแนะนำหรือเพิ่มเติม puii ยินดีเสมอค่ะ ดีเสียอีก จะได้เพิ่มพูนความรู้ทั้ง puii ทั้งผู้ที่เข้ามาอ่าน…ชอบ..ชอบ…

มาต่อกันที่เรื่องขับรถบนถนนที่ชุ่มฝนกันดีกว่า (แต่ไม่ถึงกับมิดล้ออย่าง 2-3 วันที่ผ่านมานะคะ)

การขับขี่บนท้องถนนที่ค่อนข้างลื่นเนี้ย สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเดินคันเร่ง และการเหยียบเบรก

ฮั่นแน่…แอบเห็นนะคะว่าหลายท่านแอบทำหน้าเบ้…

อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ เรื่องนี้สำคัญมั่กๆ จริงๆ นะคะๆ

ก็อย่างที่เล่าใน sissy run flat tire ว่าล้อที่สำคัญสำหรับการทรงตัวคือล้อหลัง เพราะฉะนั้นการถ่ายน้ำหนักระหว่างล้อหน้าและล้อหลังจึงเป็นสิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอเมื่อยามขับขี่ โดยเฉพาะในถนนที่ค่อนข้างลื่น เมื่อเราเร่งเครื่องหรือเบรก สิ่งหนึ่งที่จะกระทบกับรถยนต์คือเรื่องของการถ่ายน้ำหนักระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง สังเกตดูนะคะว่า เวลาเราเร่งเครื่องออกตัวหลังของเราจะดันเข้าไปกับเบาะนั่ง หรือถ้าเป็นรถยนต์ที่ช่วงล่างค่อนข้างนิ่ม จะรู้สึกถึงอาการก้นย้อยๆ และหน้าจะเชิดขึ้น ในขณะที่เวลาเบรก ตัวเราจะเคลื่อนไปข้างหน้าน้อยๆ (ตามแรงเหวี่ยง) หน้ารถจะทิ่มลง นั่นหล่ะค่ะคือการถ่ายน้ำหนักที่ puii กำลังจะพูดถึง (บางท่านอาจเรียกว่าโมเมนตัม หรือแรงเฉื่อย บ้างก็เรียกแรงเหวี่ยงค่ะ)

การเข้าโค้ง โดยเฉพาะเมื่อถนนลื่น การคำนึงถึงการถ่ายน้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ท่านผู้เชี่ยวชาญทุกสถาบันบอกเหมือนกันหมดว่า ….ห้ามเหยียบเบรกอย่างรุนแรงกลางโค้ง….เพราะทันทีที่เหยียบเบรก น้ำหนักจะถูกถ่ายมายังล้อหน้า ล้อหลังจะสูญเสียแรงกดทำให้แรงเสียดทานระหว่างยางกับถนนน้อยลง การยึดเกาะก็ลดลงตามไปด้วย อาการรถที่จะออกคือ…ท้ายปัด….

แล้วพอท้ายเริ่มปัด ผู้ขับขี่โดยมากจะ…ตกใจและ….เหยียบเบรกมากขึ้น….

แฮะ…แฮะ…แฮะ….โชก-ดี-เต๊อะ….

puii รับประกันว่าไม่แปะข้างฝาก็ล้มชัวร์ (puii ตัดสินใจเลือกใช้คำไม่ถูก เพราะไม่แน่ใจว่ารถควรคว่ำหรือหงายดี… เพราะเวลาคนบอกว่ารถคว่ำ ไปดูทีไรเห็นหงายท้องทุกที???….)

การเหยียบเบรกมากขึ้นเพื่อต้องการให้รถชะลอความเร็วกลางโค้งลื่นนั้นนนน… แม่หมอ puii ขอทำนายว่าอาการท้ายปัดจะยิ่งรุนแรงขึ้นจนกระทั่งล้อหลังสามารถแซงล้อหน้าได้ เพราะหน้ายางของล้อหลังกับถนนมีแรงเสียดทานไม่พอที่จะต่อต้านกับแรงเหวี่ยงที่เกิดขึ้น (ยกเว้นท่านที่ลงทุนซื้อรถราคาแพงที่ติดตั้งระบบเบรกที่สามารถกระจายแรงเบรกไปทั้ง 4 ล้ออย่างเหมาะสมพร้อมระบบควบคุมแรงบิดที่ส่งไปยังล้อแบบอิสระ ก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง)

ร้ายแรงที่สุดคือการหมุนคว้างกลางโค้ง!!

เพราะการท้ายปัดคือ อาการที่บอกให้ผู้ขับขี่ทราบแล้วว่า…

..อีนี่นายจ๋า…จ๋านจะดื้อแล้วนะจ๊ะ…นายยิ่งเหยียบ..จ๋านจะยิ่งดื้อนะจ๊ะนายจ๋า…

เพราะฉนั้น ที่ควรทำคือถอนเบรก เดินคันเร่งแบบเบาๆเนียนๆ เพื่อให้น้ำหนักถ่ายกลับมาที่ล้อหลัง พร้อมกันนั้นคืนพวงมาลัยอีกนิดหน่อยเพื่อให้ช่วยแก้อาการ (ห้ามกระชากเช่นเดิมนะคะ)

ส่วนของแถมสำหรับเรื่องนี้คือการเบี่ยงรถหลบหลีกบนถนนลื่น สิ่งที่ควรระมัดระวังคือการควบคุมพวงมาลัย รถยิ่งวิ่งเร็ว พวงมาลัยยิ่งต้องเคลื่อนไหวน้อยลง พยายามหลีกเลี่ยงการกระชากพวงมาลัย หรืออย่างน้อยในทางตรง ถ้าต้องการแซงแล้วเหลือระยะกระชั้นชิด หักพวงมาลัยออกไปแล้วให้คืนกลับตำแหน่งเดิม พยายามอย่าเกิน เล่าให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ จากตำแหน่งจับพวงมาลัยที่ 9หรือ 3 นาฬิกาหักออก(พยายามอย่าเกิน 12 นาฬิกา…ถ้าระยะและความเร็วเหลือพอ) แล้วคืนกลับที่ 9 นาฬิกา (คือพวงมาลัยตรง) พยายามอย่าคืนให้ลึกเกิน เพราะอาจจะทำให้ท้ายปัด หรืออย่างน้อยๆก็แกว่งให้พอตกใจ

โอ้ย…อธิบายยากจัง….

สรุปง่ายๆคือ เข้าโค้งพยายามอย่าเบรกกลางโค้ง ถ้าต้องการลดความเร็ว ก็เบรกเสียให้พอก่อนเข้า เดินคันเร่งเลี้ยงน้ำหนักและรอบเครื่องยนต์ไว้ พ้นกลางโค้งแล้วเร่งส่งออกไป หรือที่หลายๆคนบอกกันคือ เข้าให้ช้าออกให้เร็ว คุมสติและพวงมาลัยให้มั่นคง

นี่แค่เบื้องต้นของการเข้าโค้งนะคะ เรื่องหน้าจะมาเล่าว่าถ้ามีเหตุต้องชะลอรถลงอีกระหว่างโค้ง เราจะทำกันอย่างไร ระหว่างนี้ขออนุญาตไปฝึกฝีเท้าเพิ่มเติมก่อนค่ะ

 

Next Page »