แอบมีบ้านเล็กบ้านน้อย
www.oknation.net/blog/bootsabahbun/
|
|
แอบมีบ้านเล็ก
07/07/2008 13:51
Posted by
praphakarn in
Blog
เงียบ
11/04/2008 22:43
Posted by
praphakarn in
Blog
ช่วงนี้เงียบ
ไปเที่ยวมาโดยตลอด
แต่ไม่มีเวลาอัพบล็อคเลย
ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์เขียนอะไรเลย
ทำไมนะ ที่เที่ยวในฝัน
18/01/2008 17:20
Posted by
praphakarn in
Blog
ปีนี้คุณอยากไปเที่ยวที่ไหนมากที่สุด
ที่ไหนคือที่ในฝันที่คุณอยากไปมากเหลือเกิน
อยากรู้จักที่เที่ยวใหม่ ๆ พร้อมแง่มุมใหม่ของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทย
เหลือ UNSEEn จริง ๆ ที่ไหนบ้าง
ภูสอยดาว
26/12/2007 05:10
Posted by
praphakarn in
Blog
ตลาดชาติตระการ ภูสอยดาว 8 ธันวาคม 2550 ถึงขนส่งพิษณุโลก ตี สอง โทรหาเพื่อนร่วมทางทุกคน พอรวมตัวกันได้ครบก็โทรเรียกรถพี่สุภาพ บรรยากาศตอนเช้ามืดหนาวมาก ๆ นั่งรถสั่นกันมาตลอดทางจนถึงตลาดชาติตระการ แวะทาน อาหารเช้าซื้อเสบียงึ่งก็คือข้าวเหนียวหมูทอด สำหรับมื้อเที่ยงและน้ำดื่มอีกสามแพ็คเท่านั้นเอง ตอนนี้แดดเริ่มออกแล้วไม่หนาวมากแต่ก็ยังเย็นอยู่ ซื้อเสบียงเสร็จก็นั่งรถต่อไปถึง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคนเริ่มเยอะก็รีบแจ้นไปลงทะเบียนติดต่อลูกหาบ ที่นี่ไม่เหมือนภูกระดึง เราจะได้รับบัตรคิวและรอเรียกเอาของมาชั่งจ่ายเงินให้เรียบร้อยถึงจะเดินขึ้นภูได้ เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยก็เข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อยแล้วจึงเดิน ๆๆๆๆๆ มุ่งหน้าสู่ยอดภูสอยดาว ภูเขาสูงเสียดฟ้าที่เราจะต้องป่ายปีน ระหว่างทางก็เดินบ้างพักบ้าง การมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายโดยไม่รู้จักผ่อนคลายและหยุดพักจะทำให้เราต้องเหนื่อยเกินไปเสมอ วันนี้ระหว่างทางเราได้พบกับนักท่องเที่ยวหลายคณะ บ้างก็มากันเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน มีเด็ก ๆ มัธยม มากันเป็นกลุ่มๆ น่ารักดีบ้างก็เป็นคุณพ่อพาคุณลูกมาเที่ยว แต่ไม่ว่าจะเป็นใครสิ่งที่เหมือนกันก็คือ เราจะยิ้มให้แก่กันทุกครั้งที่เดินมาเจอกันไม่เว้นแม้แต่ลูกหาบที่แบกของหนักเป็นสิบ ๆ กิโล ก็ยังยิ้ม หัวเราะพูดคุยด้วยมิตรภาพและคอยให้กำลังใจนักเดินทางอย่างเราอยู่เสมอว่า อีกนิดเดียวเองนะ (ทั้งที่จริง ๆ เดินไปแล้วยังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำไป) ที่นี่ทางไกลแต่เดินสบาย เดินลำบากมีอยู่สองเนินคือ ที่เนินส่งญาติตอนปลาย ๆ กับเนินมรณะ ที่โคตรโหด จนแทบจะเป็นลม แอบได้ยินนักท่องเที่ยวบางคนก่นด่า เรียกขานกันว่าเป็นเนินบัดซบฟังแล้วก็ขำ ๆ ดี กว่าจะฝ่าเนินมรณะไปได้ก็ต้องใช้กำลังใจอย่างมหาศาลเลย แต่ทุกครั้งที่รู้สึกว่าเหนื่อย ก็แค่หยุดพักและหันมองไปทางด้านหลัง เราก็จะพบว่าเรากำลังยืนอยู่กลางวงล้อมของทิวเขาสูงเสียดฟ้าและอีกอึดใจเดียวเราก็จะพิชิตมันด้วยสองมือ ของเรา เท่านี้ก็กลับมีกำลังเดินต่อไป ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ พัก มีสติกับทุก ๆ ก้าวที่จะเหยียบลงไป ไม่นานที่คิดว่า เราขึ้นไปไม่ถึง เราก็ไปถึง พอขึ้นไปถึงก็เดินผ่านป่าหญ้าไปอีกหน่อยไม่นานเราก็เดินถึงลานสนสามใบภูสอยดาว และสิ่งแรกที่ต้องรีบทำก่อนจะพักคือติดต่อขอเช่าผ้าห่ม เตาสามขา และถังน้ำและนั่งรอลูกหาบที่ขึ้นมา ถึงประมาณ ห้าโมงเย็นและหาทำเลกางเต้นท์ คราวนี้เรากางใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมากที่สุดแล้วก็เริ่ม พยายามก๋อไฟทำอาหารแต่ก่อไม่ได้วิชาลูกเสือสอบตก พอดีมีเพื่อนนักท่องเที่ยวเขาเวทนาก็เลยช่วยก่อให้ มื้อนั้นเลยได้กินมาม่ามิตรภาพแสนอร่อยและก็รีบไปอาบน้ำ และเข้านอน ด้วยความอ่อนเพลีย
9 ธันวาคม 2550 ตื่นแต่เช้า และก็พบว่า หัวเปียก น้ำค้างแรงมากจนส่วนที่เราโผล่ออกมานอกผ้าห่มจะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้าง โผล่หน้าออกจากเต๊นท์มาเห็นไฟที่หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่ออยู่ ก็คว้าหม้อ น้ำดื่ม และ ข้าวต้มซอง ไปตั้งไฟทันทีเพราะตระหนักดีว่า ไม่มีความสามารถที่จะก่อไฟได้แน่ ๆอากาศชื่นขนาดนั้น แล้วก็เลยได้ข้าวต้มร้อน ๆ ทานกับหมู่แผ่น กับผักกาดกระป๋อง ท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาว ทานกันกับเพื่อนอย่างเอร็ดอร่อยรอดตายไปอีกหน่งมื้อ ทานข้าวเสร็จก็ไปอาบน้ำผลัดกันไปตักน้ำในลำธารกันกับเพื่อนเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ไปเดินเที่ยวบนลานสน ไปดูหลักเขตไทยลาว บังเกอร์สมัยสมรภูมิร่มเกล้า และยอดสูงสุดบนภูสอยดาว จุดท่องเที่ยวบนลานสนมันก็ใกล้ ๆ เดินไม่ถึง สองชั่วโมงก็วนกลับมาที่เต้นท์ ไปดูน้ำตกสายทิพย์วันที่ไม่มีน้ำด้วย ใบเมเปิ้ลแดงร่วงลงเต็มพื้นน้ำตก วันที่ไม่มีน้ำ ก็สงบและสวยงามไปอีกแบบนึง เดินกลับไปที่เต้นท์ตอนเย็น คิดกันขึ้นมาว่า เราไม่มีไฟฉาย มีแต่โคมไฟอันเล็ก ๆ ที่ฉายไม่ได้เพียงอันเดียว ก็เลยจะทานข้าวและอาบน้ำกันให้เสร็จก่อนที่จะมืด ก็พยายามจะก่อไฟด้วยตนเองกันอีก แต่ก็ทำไม่ได้อีก พอดีมีเพื่อนกลุ่มข้าง ๆ เอาน้ำมันก๊าดมาให้เลยรอดไป มื้อนั้นมีอะไรก็ขนเอาออกมากนกันเพราะขี้เกียจขนลงและเสียดายของกัน มื้อเย็นวันนั้นเลยทานกันแบบเศรษฐีมาก กินมั่งทิ้งมั่งก็ยังเหลือ แล้วก็เหมือนเดิม รีบอาบน้ำ ให้เรียบร้อย และเข้านอน 10 ธันวาคม 2550 ตื่นแต่เช้า กินข้าวต้มเหมือนเดิม เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บเต้นท์ ถ่ายรูปร่วมกันกับคณะเพื่อนภูสอยดาว สนุกสนานเฮฮา และเดินลงจากภูตอน เก้าโมงเช้า ขาลงถึงไวกว่าขาขึ้น แต่ก็ต้องไปนั่งรอลูกหาบกันอยู่ดี ลงมาถึงข้างล่างก็ทานข้าว เคลียร์ค่ามัดจำขยะ จ่ายค่าลูกหาบ ล้างหน้าล้างตา รวบรวมสมาชิกหารค่ารถ แล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ดูเหมือน ไมค่อยมีอะไร กินข้าว อาบน้ำ เดินเที่ยว นอน แล้วจะไปทำไม ฉันอาจจะเล่าและบรรยายในแต่ละวันแต่ละวินาที ของการเดินทางไปภูสอยดาวไม่ได้ แต่ในทุก ๆ วินาที มันเต็มไปดวย มิตรภาพ และความสุข ที่ฉันจะคิดถึงมันตลอดไป มิตรภาพดี ๆ มีที่ภูสอยดาว
เมืองสามหมอก
05/12/2007 22:11
Posted by
praphakarn in
Blog
มีคนบอกว่า อ้วก + หลับ = แม่ฮ่องสอน 1,864 โค้งที่ผ่านมา หลับนิดหน่อย แต่ไม่อ้วก ไม่มีเวลาอ้วก ไม่ชอบหลับ(มาก) เพราะสองข้างทางมันสวย สดชื่น นั่งรถตู้เลยเปิดหน้าต่างสูดอากาศบริสุทธิ์เก็บไว้ให้เต็มปอด แม๋ฮ่องสอนก็น่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ทริปนี้ประทับใจมาก แต่จะให้เล่ายาว ๆ ก็ขี้เกียจ และไม่มีเวลามาก เอารูปที่ถูกใจมาให้ดูและกัน
วัดจองคำ วัดจองกลาง (อยู่ติดกัน) มองผ่านหนองจองคำ
ที่มีเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น ไม่ใหญ่โตเท่าเชียงใหม่ แต่เดินสบาย ๆ มีของขายน่ารัก ๆ และขายไม่โก่งราคาด้วย
กลางงานบุญประจำปี เนื่องในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ที่เห็นเป็นรถถวายดอกไม้ให้องค์พระธาตุ เอาดอกไม้ใส่ หมุนสายพานให้รถไปแตะที่พระธาตุ
ลอยกระทงสววรค์
เส้นทางสู่ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ระหว่างทาง ระหว่างทาง ทุ่งดอกบัวตอง ท่าล่องเรือแม่น้ำปาย ฮับหุมจมต้อน แปลว่า ยินดีต้อนรับ ที่พักพิงสำหรับคืนแรก หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำแม่สะมาด อากาศหนาวมาก ๆ และเงียบสงบได้ใจจริง ๆ เพื่อนใหม่ …ที่แม่สะมาด เป็นมิตรมาก วันรุ่งขึ้น ไปบ้านน้ำเพียงดิน ชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว กะย้าง ข้างบนภาพเด็ก ๆ ที่นั่นน่ารักมากเลย ไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ด้วย ได้ภาพถูกใจที่นี่มาหนึ่งภาพ (ไปทริปนึงได้ภาพถูกใจภาพนึงก็ถือว่าคุ้มแล้ว)
ไปหมู่บ้านชุมชนชาวจีนยูนนานบ้านสันติชล สวยดี แต่ที่ยอดกว่านั้นอาหารยูนนานอร่อยมาก เขาเปิดเป็นโฮมสเตย์ด้วย น่าสนใจมาก ต้องมาเที่ยวอีกให้ได้เลย
ก่อนกลับกรุงเทพฯ แวะพักเชียงใหม่ เลยได้เยือนถนนคนเดิน เมืองเชียงใหม่ งานเทศกาลลอยกระทงวันสุดท้ายพอดี ของเยอะมาก คนก็เยอะมากจนลายตาไปหมด วันรุ่งขึ้นก็ไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ ขอพรให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ และขอให้ทุกคนในครอบครัวเรามีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข สาธุ ขอบคุณการเดินทาง….
My BirthDay
15/11/2007 22:18
Posted by
praphakarn in
Blog
15 Nov 2007 วันเกิดปีนี้ ฉันอยู่ในอพาร์ตเมนต์กับร่างกายที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงนัก ถามว่าฉันหวังอะไร หรืออยากได้อะไรบ้างไหม ไม่มากเลย ฉันอยากให้คนที่ฉันรัก นึกถึงฉันบ้างก็แค่นั้น.. ไม่ต้องการของขวัญ ไม่ต้องการเงินทอง แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่มีเงิน ก็มีความสุขได้ คนบางคน รวยล้นฟ้า แต่แค่ความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิตตัวเองก็หาไม่ได้ บางทีเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำไป ว่า “ความสุขที่แท้จริง” คืออะไร ฉันมีสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดเป็นของขวัญให้กับชีวิตตัวฉันเองมาตั้งแต่แรกที่ฉันเกิดมาบนโลกใบนี้ นั่นคือ “ครอบครัวที่อบอุ่น” และที่ต่อเนื่องมาในวันที่โตขึ้นคือ มิตรภาพที่ดี ที่ได้รับจาก เพื่อนที่ดี ที่ฉันได้พบ หลายครั้ง มายาของโลก ได้เข้ามาทดสอบจิตใจของฉันอยู่บ่อย ๆ “อยากรวยเหมือนคนอื่น อยากสวยเหมือนคนอื่น อยากมีปริญญาหลาย ๆ ใบเหมือนคนอื่น ๆ” แต่สุดท้าย ก็มาคิดได้ภายหลังเสมอ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงของชีวิต สิ่งเหล่านั้นเป็นแค่เปลือกนอก เป็นแค่มายาการของมนุษย์เท่านั้นเอง สิ่งมีค่าที่แท้จริง นั่นคือคุณค่าทางจิตใจที่แต่ละคนมี แต่ทั้งนี้ ฉันก็ไม่เคยคิดที่ตำหนิติเตียน ผู้ที่หลงใหลใน เงินทอง ความหรูหรา และ ความมั่งมีใด ๆ เพราะตระหนักรู้ว่า ความสุขของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความคิดของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเลย และความแตกต่างนี่แหละที่ทำให้โลกใบนี้ หลากหลาย และ งดงามไปตามแบบของมัน อินทนนท์ ย่อมไม่เหมือน ภูกระดึง หัวหิน ก็ไม่เหมือน พัทยา เขาสก ก็ไม่เคยเหมือน ปางสีดา สถานที่แต่ละที่ยังคงงดงามแตกต่างกันไปตามแบบของมัน ชีวิตของคนแต่ละคนก็งดงามแตกต่างกันไปเช่นกัน วันนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 23 ของชีวิต ก็ยังคงเชื่อมั่นในคำเดิม ๆ อยู่
“Life is Beautiful” ชีวิตคือสิ่งที่สวยงามเสมอ… please save energy…Ampawa
13/11/2007 00:49
Posted by
praphakarn in
Blog
ฤดูที่แตกต่าง..ทับเบิก
05/11/2007 22:28
Posted by
praphakarn in
Blog
อย่าเผลอ … ฟ้าจะแอบเปลี่ยนสี
บางที ธรรมชาติก็ขี้เล่น สูงสุด ..ทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ เส้นขอบฟ้า..เกาะไผ่ กระบี่
02/11/2007 22:45
Posted by
praphakarn in
Blog
![]() วันนึงในปราณบุรี..ไม่มีคำบรรยาย
31/10/2007 22:41
Posted by
praphakarn in
Blog
![]()
|
|