<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/PlugBLOG" -->
<rss version="2.0" 
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>The Young People United Can Never be Defeated</title>
	<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun</link>
	<description>Just another Blog.trekkingthai.com weblog</description>
	<pubDate>Thu, 22 Nov 2007 22:10:29 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=PlugBLOG</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>แผ่นดินสุริยะวรมัน : จากแผ่นดินแห่งตำนาน สู่สงครามและสันติภาพ</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2007/11/23/hiking-2/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2007/11/23/hiking-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Nov 2007 22:02:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ponlanwarun</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2007/11/23/hiking-2/</guid>
		<description><![CDATA[
photo : 3 ภาพบนจาก www.manager.co.th  
 
         เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ผมได้มีโอกาสเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา ดินแดนแห่งสุริยะวรมันที่ 2 ซึ่งหลังสิ้นพระชนม์ได้ถูกขนานนามเป็นอวตารหนึ่งของพระนารายณ์ จากแผ่นดินอันยิ่งใหญ่ก่อนอาณาจักรสุโขทัยในครั้งโน้น ขอมศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทลายยุคเรืองรุ่งละทิ้งปราสาทราชวังมากมายตามเส้นทางบูรพาทิศนี้ สู่ดินแดนแห่งสงคราม 4 ฝ่ายในประวัติศาสตร์ใหม่ของกัมพูเจียได้อย่างไร จากสีหนุ พอลพต มาสู่วันนี้ของฮุนเซ็น เป็นเรื่องที่ผมเก็บความตื่นเต้นในใจไว้เมื่อก้าวเท้าผ่านแดน แม้ว่าจะเคยไปเมืองหลวงพนมเปญมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม แต่หนนี้ เราจะได้เดินทางเต็มที่ระหว่างรอยเท้าของเรา
            วันแรกในบ่อนคาสิโนชายแดนปอยเปตที่ผุดขึ้นนับสิบ บ้างก็ของชาวไทยมาถือหุ้นใหญ่ บ้างก็ของนักธุรกิจ-การเมืองของกัมพูชา แน่นอนทั้งสองฝ่ายต่างเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวขแมร์เป็นอย่างดี  ผมย่างเท้าเข้าไปที่แกรนด์ ไดมอนท์ คาสิโนอลังการของ ตระกูล อ. ซึ่งชั้นล่างเป็นคาสิโนโอ่โถง ผู้คนส่วนมากที่สุดแทบจะไม่มีชาติอื่นนอกจากคนไทย ไกลแผ่นดินชายแดนไม่เท่าไหร่ ไม่ยากเย็นเกินไปเลยที่มนุษย์จะเข้ามาเที่ยวแดนนรกแห่งนี้.. แน่นอน นรกสำหรับคนจนที่สิ้นเนื้อประดาตัว แม้บางคราวมันอาจคือสวรรค์ของนักเสี่ยงโชคก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้มีอันจะกินต่างหากที่มีโอกาสเข้ามา..  และบางครั้งบางคราวที่นี่ผู้คนจะหนาแน่นขึ้นเมื่อเมืองหลวงถูกตำรวจจับตาเข้ม หลายบ่อนจึงต้องมาเช่าชั้น V.I.P.ของบ่อนคาสิโนที่นี่บ่อยครั้ง.. และสำหรับแขกประจำบ่อนแล้วเขามีรถรับส่งกรุงเทพฯ-ปอยเปตเลยทีเดียว ยังไม่นับลูกค้าประจำของคาสิโนที่นี่ อัตราการแลกชิพสูงและหรือเป็นแขกประจำแล้ว จะมีโควต้าห้องพักให้ฟรีอีกต่างหาก          ผมได้แต่ทึ่งในอาณาจักรแห่งใหม่ของชายแดนกัมพูชาแห่งนี้ ตึกรามใหญ่โตแทบจะยิ่งใหญ่กว่าพนมเปญในปัจจุบัน เมืองที่อธิบดีกรมตำรวจของกัมพูชาต้องบินมาจัดการปัญหาบ่อยครั้ง พนันได้ว่ามีเงินหมุนเวียน ณ ที่แห่งนี้วันละหลายสิบหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว (แต่ถ้าเป็นที่เกรนติ้งไฮแลนด์ มาเลเซีย น่าจะวันละหลายพันล้านบาท)          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/550000008820401.jpg" /><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/550000008820402.jpg" /><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/550000008820405.jpg" /><br />
</strong><font color="#000000" size="3">photo : 3 ภาพบนจาก <a href="http://www.manager.co.th/">www.manager.co.th</a> </font><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3"> </font></font><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3"><br />
</font></font><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3"> </font></font></p>
<p><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3">         เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ผมได้มีโอกาสเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา ดินแดนแห่งสุริยะวรมันที่ 2 ซึ่งหลังสิ้นพระชนม์ได้ถูกขนานนามเป็นอวตารหนึ่งของพระนารายณ์ จากแผ่นดินอันยิ่งใหญ่ก่อนอาณาจักรสุโขทัยในครั้งโน้น ขอมศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทลายยุคเรืองรุ่งละทิ้งปราสาทราชวังมากมายตามเส้นทางบูรพาทิศนี้ สู่ดินแดนแห่งสงคราม 4 ฝ่ายในประวัติศาสตร์ใหม่ของกัมพูเจียได้อย่างไร จากสีหนุ พอลพต มาสู่วันนี้ของฮุนเซ็น เป็นเรื่องที่ผมเก็บความตื่นเต้นในใจไว้เมื่อก้าวเท้าผ่านแดน แม้ว่าจะเคยไปเมืองหลวงพนมเปญมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม แต่หนนี้ เราจะได้เดินทางเต็มที่ระหว่างรอยเท้าของเรา</font></font></p>
<p><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3"> </font></font><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3">           วันแรกในบ่อนคาสิโนชายแดนปอยเปตที่ผุดขึ้นนับสิบ บ้างก็ของชาวไทยมาถือหุ้นใหญ่ บ้างก็ของนักธุรกิจ-การเมืองของกัมพูชา แน่นอนทั้งสองฝ่ายต่างเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวขแมร์เป็นอย่างดี  ผมย่างเท้าเข้าไปที่แกรนด์ ไดมอนท์ คาสิโนอลังการของ<strong> ตระกูล อ.</strong> ซึ่งชั้นล่างเป็นคาสิโนโอ่โถง ผู้คนส่วนมากที่สุดแทบจะไม่มีชาติอื่นนอกจากคนไทย ไกลแผ่นดินชายแดนไม่เท่าไหร่ ไม่ยากเย็นเกินไปเลยที่มนุษย์จะเข้ามาเที่ยวแดนนรกแห่งนี้.. แน่นอน นรกสำหรับคนจนที่สิ้นเนื้อประดาตัว แม้บางคราวมันอาจคือสวรรค์ของนักเสี่ยงโชคก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้มีอันจะกินต่างหากที่มีโอกาสเข้ามา..  และบางครั้งบางคราวที่นี่ผู้คนจะหนาแน่นขึ้นเมื่อเมืองหลวงถูกตำรวจจับตาเข้ม หลายบ่อนจึงต้องมาเช่าชั้น V.I.P.ของบ่อนคาสิโนที่นี่บ่อยครั้ง.. และสำหรับแขกประจำบ่อนแล้วเขามีรถรับส่งกรุงเทพฯ-ปอยเปตเลยทีเดียว ยังไม่นับลูกค้าประจำของคาสิโนที่นี่ อัตราการแลกชิพสูงและหรือเป็นแขกประจำแล้ว จะมีโควต้าห้องพักให้ฟรีอีกต่างหาก</font></font><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3">          ผมได้แต่ทึ่งในอาณาจักรแห่งใหม่ของชายแดนกัมพูชาแห่งนี้ ตึกรามใหญ่โตแทบจะยิ่งใหญ่กว่าพนมเปญในปัจจุบัน เมืองที่อธิบดีกรมตำรวจของกัมพูชาต้องบินมาจัดการปัญหาบ่อยครั้ง พนันได้ว่ามีเงินหมุนเวียน ณ ที่แห่งนี้วันละหลายสิบหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว (แต่ถ้าเป็นที่เกรนติ้งไฮแลนด์ มาเลเซีย น่าจะวันละหลายพันล้านบาท)</font></font><font color="#000000" size="3"><font color="#000000" size="3">          แน่นอนเงินเหล่านี้แพร่สะพัดในหมู่นักธุรกิจและผู้มีอำนาจการเมืองของกัมพูชา ท่ามกลางประชาชนที่ยากจนข้นแค้นมากแผ่นดินหนึ่งของโลก ผมได้แต่ตั้งคำถามว่า “<strong>หรือประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ ยังคงเดินทางไปในทิศเดิม..”</strong></p>
<p><strong><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/550000008820403.jpg" /></strong> </strong><strong> <strong>         </strong></p>
<p></strong>           กัมพูชาไม่เหมือนไทยหลายอย่างตรงที่ มีประวัติศาสตร์สงครามอันโชกเลือดกว่า แม้ไทยจะไม่เสียเอกราชแต่ในฐานะชาตินิยมก็เสียดินแดนไปไม่ใช่น้อย ขณะที่ประเทศกัมพูชาและอื่นๆ ได้รับเอกราชหรือกู้ชาติได้สำเร็จ แน่นอนมันตามมาซึ่งอุดมการณ์ความรักชาติอย่างหนึ่งของพลเมืองที่ปลุกได้  นอกจากนั้นเพื่อนชาวขแมร์เล่าว่าการนับถือกษัตริย์ของที่นี่ 50/50 เพราะพลเมืองขแมร์ไม่โปรดปรานมากนัก ไม่เกือบเต็มร้อยดังเช่นพลเมืองในประเทศไทย และแน่นอนคนที่นี่นับถือฮุนเซ็นมากที่สุดในทางการเมืองขณะนี้  แต่การแสดงออกก็ไม่แน่ชัดตามนั้นเพราะการพูดถึงผู้นำของประเทศในทางเสียหายในที่สาธารณะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมันมีความหวาดกลัวชนิดหนึ่งซึ่งเข้มแข็งมาช้านานแล้ว เพราะการเมืองที่นี่ยังคงเป็นบรรยากาศเผด็จการอยู่ซึ่งทำให้ประชาชนคุยกันเรื่องการบ้านการเมืองเสียงดังไม่ค่อยได้ อย่าลืมว่าขนาดสมเด็จนโรดม รณฤทธิ์ ยังถูกเล่นงานทางการเมืองจนแทบไม่มีแผ่นดินอยู่..</p>
<p>          เช้า 25 พฤษภาคม ผมเดินทางจากชายแดนมุ่งสู่เสียมเรียบ แผ่นดินแห่งนครวัด-นครธม ในเส้นทางสายฝุ่นสีแดงปอยเปต-ศรีโสภณ-เสียมเรียบ เส้นทางที่ <strong>ส.เทียนทองง</strong> รับเหมาไปนานแต่ยังสร้างไม่เสร็จ เขาว่ากันว่าน่าจะมีการคอร์รัปชั่นกันมโหฬารเลยทีเดียว ผมนั่งมองสองข้างทางไปอย่างเรื่อยเปื่อย มีท้องนารายเรียงสุดตาและบ้านเรือนในหมู่บ้านที่ไกลห่างจากถนนออกไป เพราะในสมัยสงครามนั้น ถนนนี้เป็น <strong>“เส้นทางสงคราม”</strong> ที่มีการสู้รบกันตลอดเวลา ฝ่ายไหนขับรถมาเจออีกฝ่ายหนึ่งเสียงปืนก็แผดร้อง และบ้านเรือนที่อยู่ข้างทางมักเป็นเป้าหมายร่วม เพราะไม่รู้ว่าฝักใฝ่ฝ่ายใด</p>
<p>          รถยนต์ที่ผมนั่งไปนั้นวิ่งเร็วราวกับพายุแม้ว่าถนนจะทรมานปานใด นั่นมันทำให้ผู้ร่วมเดินทางคอยตรวจจับดูร่างกายให้มั่นใจว่าตับไตไส้พุงไม่ได้เคลื่อนที่หรือสลับตำแหน่ง พอเราบ่นมากเพื่อนชาวขแมร์ก็บอกว่า  <em>“ดีแล้วจะได้ถึงเร็วๆ ถ้าเป็นรถที่วิ่งในเวียดนามนะ ในเมืองเขาให้วิ่งได้แค่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเขตนอกเมืองก็วิ่งได้เพียง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รับรองเราไปถึงอีกวันแน่”</em></p>
<p>          พวกเราต่างหัวเราะ แต่มากกว่านั้นเพราะว่า ท่วงทำนองการประชดประชันของเขาต่อประเทศเพื่อนบ้านเช่นเวียดนาม นับตั้งแต่ประวัติศาสตร์สงครามโดยเฉพาะหลังจากที่เขมรถูกเวียดนามพยายามกลืนชาติหลังยึดครอง ได้เป็นความคับแค้นใจของพวกเขา ยังไม่นับรวมถึงก่อนยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ที่ <strong>“ขอม”</strong>รบกับ <strong>“จาม”</strong>อยู่บ่อยครั้ง</p>
<p>          <strong>ต้นตาล</strong> ที่รายเรียงสองข้างทาง เป็นต้นไม้ประจำชาติของกัมพูชา ที่มีลักษณะเฉพาะทางเอกลักษณ์ถึงผู้คนขแมร์ ที่เนื้อไม้แข็งแรงดุจเหล็ก บางต้นที่อายุยืนนานแทบจะตอกตะปูไม่เข้าเลยทีเดียว คนขแมร์ชอบเอาเสาต้นตาลมาทำบ้าน นอกจากก้านมันยังทำหลังคาบ้านได้ด้วยแล้ว ลูกตาลยังเป็นผลไม้ชั้นเลิศอีกด้วย บ้านเรือนที่นี่ปลูกยกพื้นสูงเหมือนบ้านเรือนชนบทของไทย แน่นอน ประโยชน์ 3 อย่างก็คือ 1.ลมพัดเย็นสบาย ปลอดโปร่ง  2.ใต้ถุนใช้เลี้ยงสัตว์ได้ ตามวิถีชาวนาชาวไร่ และ 3. ป้องกันโจรผู้ร้ายได้ เพราะสมัยก่อนจะยกบันไดขึ้นเรือนหรือปิดช่องทางขึ้นบันไดด้วย</p>
<p>          ระหว่างเส้นทางนั้น ยังมีร่องรอยของสงครามให้เราเห็นอยู่ รอยกระสุนบนสะพาน,  บาดแผลตามร่างกายของชายชราตามบ้านเรือน บ้างพิการขาขาด ความยากจนยังคงตามกัดกร่อนชีวิตที่ดูเหมือนยังไม่มีอะไรดีขึ้น คนที่นี่ต้องนั่งรถโดยสารที่ไม่มีพัดลมและอบอวลไปด้วยฝุ่นสีแดงตลอดเวลา และแออัดหนาแน่นจนต้องยืนเบียดเสียดเยียดยัดกันเลยทีเดียวตลอดเส้นทาง 150 กิโลเมตรนี้  </p>
<p>          ขณะนี้ผู้มีฐานะจำนวนน้อยมากของประเทศนี้ถึงจะมีรถยนต์ส่วนตัวขับ มีบ้านหลังใหญ่ในเสียมเรียบหรือพนมเปญ ซึ่งต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว แต่โดยรวมก็คือยากจนกันถ้วนหน้า ยกเว้นนักธุรกิจ นักการเมือง หรือศักดินาผู้ถือครองที่ดินจำนวนมากมาเป็นมรดกตกทอด ซึ่งราคาที่ดินในเมืองเสียมเรียบ ที่ตั้งของนครวัด-นครธมแห่งนี้ มีราคาแพงมหาศาล </p>
<p>          ถึงขั้นที่รัฐบาลของฮุนเซ็น ต้องขายสถานที่ราชการไปเป็นจำนวนมากแก่นายทุนไปเพื่อได้มาซึ่งงบประมาณ และสถานที่ราชการไม่น้อยในเมืองเสียมเรียบในปัจจุบัน อันประกอบไปด้วยสนามกีฬา โรงเรียน โรงพยาบาลของรัฐ สถานที่ติดต่อราชการบางส่วน ถูกหั่นขายทิ้งไปเกือบหมดแล้วในตัวเมืองให้แก่เอกชน</p>
<p> </p>
<p>          <strong>ขณะที่เพื่อนชาวขแมร์บอกว่านายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเอง มีคฤหาสน์ส่วนตัวนอกเมืองพนเปญที่กว้างถึง 10 ตารางกิโลเมตร และใช้ทหารของรัฐกว่า 5,000 นายคอยเป็นยามเฝ้าดูแล.</strong></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/P1020586.JPG" /></strong></p>
<p><strong>          </strong><strong> </strong></p>
<p>          ผมยังจำภาพในข่าวหนังสือพิมพ์ไทยสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี สมัยที่ผู้คนต้องทิ้งถิ่นฐานวิ่งระหกระเหินฝ่าท้องน้ำและทุ่งนาหนีสงครามเข้าสู่ไทยจนต้องเขียนบทกวีเพื่อรำลึกถึงครั้งหนึ่งว่า..</p>
<p>“ก้านใบดอกไม้บาง..              มิเคยห่างจากข้างหู<br />
สาวน้อยเธอคอยดู                 กลัวจะหล่นร่วงลงดิน<br />
เดินทางกลางเวิ้งน้ำ                ทุ่งนาร้างอยู่กลางถิ่น<br />
ทิ้งฐานที่ทำกิน                     วิ่งกระฉุดกระชากเดิน<br />
แม่เฒ่าแก่ชรา…                    แสนเหนื่อยล้าระหกเหิน<br />
มวลเราคือส่วนเกิน                 แกบ่นพล่ามระหว่างทาง..<br />
สงครามคือพลัดพราก             เหลือแต่ซากเหลือแต่สาง<br />
สงครามไม่เคยจาง                 จากแผ่นดินฐานถิ่นเรา<br />
พ่อเฒ่าแกร้องไห้                  เสียงปืนไล่ใกล้ภูเขา<br />
จากแผ่นดินถิ่นลำเนา              เส้นผมเทายังจดจำ<br />
เขาแย่งชิงอำนาจ                  เราดั่งทาสต้องตรากตรำ<br />
สงครามคอยตอกย้ำ               ไม่เกี่ยวข้องกลับต้องตรม<br />
ไม่เคยฝันจะยิ่งใหญ่               ไม่เคยใฝ่ใจนิยม…      <br />
เคยได้แต่ขื่นขม                    ทุกข์ระทมอยู่ไม่วาย<br />
ไม่เคยได้สิ่งที่ฝัน                  ฝันถึงวันสุขสมหมาย<br />
เพราะสงครามคอยทำลาย        คอยทำร้ายทุกหายใจ<br />
เธอยังคงเด็ดเดี่ยว                 แม้ซีดเซียวจากทางไกล<br />
เธอยังมีดอกไม้…                  และเก็บไว้ไม่ร่วงโรย<br />
สาวน้อยถามแม่เฒ่า               โอ้คนเรานั้นหิวโหย<br />
ถึงกับต้องกอบโกย                ไม่เคยพอแม้มากมาย<br />
พวกที่เป็นลูกน้อง                  ต้องปกป้องพวกเจ้านาย<br />
สุดท้ายพวกนั้นตาย               พวกเจ้านายยังอยู่ดี<br />
ฆ่าฟันกันทำไม                     แม่เฒ่าไม่ตอบวจี<br />
ถ้าอยู่กันอย่างเสรี                  คงจะดีคงจะงาม…<br />
เหม่อมองดูเบื้องหลัง              ยังเกรอะกรังแห่งสงคราม<br />
หลานรักเลิกซักถาม               วิ่งลุยน้ำตามกันไป<br />
ดอกไม้ปลิวหลุดลอย              เธอทยอยเก็บมาใหม่<br />
แต่ดอกไม้ในใจ…                 จะสดใสไม่มีเลย<br />
น้ำตาอาบทาบผืนดิน              มันหลั่งรินไม่ระเหย<br />
สาวน้อยเธอแหงนเงย             เศร้าหนักหนาหนอฟ้าดิน<br />
น้ำใจเคยไหลหลาก               ไม่เหลือซากแห่งท้องถิ่น<br />
ใจหายคล้ายสูญสิ้น                เคยทำกินถิ่นร่มไทร..<br />
สาวน้อยเธอเด็ดเดี่ยว             แม้ซีดเซียวจากทางไกล<br />
ในมือถือดอกไม้…                 ประครองไว้อยู่ทุกยาม </p>
<p>                    <em>(กรกฎาคม 2540, หนังสือ “มาหาวิทยาอะไร”) </em></p>
<p> </p>
<p align="center"><em><em><em><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/P1020507.jpg" /></strong></em></em></em></p>
<p>         แน่นอนประวัติศาสตร์สงครามทุกถิ่นที่สอนให้เรารู้ว่าลูกน้องมักจะบาดเจ็บล้มตายแต่เจ้านายชั้นสูงยังคงอยู่ดีกินดี.. นับตั้งแต่หลังกัมพูชาได้รับอิสระภาพจากฝรั่งเศสในปี 2496 นั้น กัมพูชาก็เผชิญกับสงครามมาโดยตลอด ทั้งสงครามภายในและภายนอก โดยเฉพาะในยุคสงครามอินโดจีนนั้น อเมริกาได้ทิ้งระเบิดปูพรมมาจนถึงแผ่นดินนี้ด้วย เพราะ <strong>“ลอนนอล”</strong> ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกาให้ล้มสมเด็จนโรดมสีหนุในปี 2513 และ 5 ปีต่อมากัมพูชาก็ตกอยู่ใต้อำนาจอังกอร์ของเขมรแดง ภายใต้การนำของ<strong> พอลพต</strong> ผู้เรียนจบความคิดคอมมิวนิสต์จากฝรั่งเศสและวาดหวังสร้างอังกอร์ใหม่ โดยการอพยพคนเมืองในพนมเปญออกไปใช้แรงงานในชนบททันทีนับตั้งแต่วันที่ยึดเมืองได้  แต่มันทำให้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่า พลพรรคเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวขแมร์ตายไป <strong>1 ใน 3 ของพลเมืองทั้งหมด 8 ล้านคนของประเทศ</strong> ในช่วงเดือนเมษายน 2518 จนกระทั่งปี 2521 ภายใต้รัฐบาลพอลพต ก่อนที่เวียดนามจะล้มรัฐบาลพอลพตได้ในปีต่อมา</p>
<p>          สิ่งหลงเหลือจากสงครามอีกอย่างหนึ่งนอกจากการสูญเสียของประชาชนก็คือ กับระเบิดมากมายในกัมพูชาที่ปัจจุบันยังคงหลงเหลืออยู่กว่า  8 ล้านชิ้นจาก 20 กว่าล้านชิ้นที่องค์การสหประชาชาติและพันธมิตรร่วมเก็บกู้ไป ดังนั้น สำหรับผู้มาเยือนแล้ว อย่าเดินออกนอกลู่นอกทางเป็นอันขาด</p>
<p>          ผมเพิ่งทราบว่า การเสกหนังควายเข้าท้องซึ่งเป็นไสยศาสตร์เขมรอันลือลั่นนั้น แท้จริงแล้วมันมีที่มาในสมัยสงครามเขมรแดงที่คนไม่มีอะไรจะกินจนต้องกินหนังควายแห้งๆ ซึ่ง 3 เดือนมันก็ไม่ย่อยและบางคนก็ล้มตายเพราะมันไม่ย่อยนี่แหละ 555 แต่นั่นก็แล้วแต่ความเชื่อนะครับ..</p>
<p>          หลังจากสงครามยืดเยื้อมานาน ทุกฝ่ายก็ร่วมลงนามสันติภาพในวันที่ 23 ตุลาคม 2534 โดยมีองค์การสหประชาชาติจัดการเลือกตั้งให้ครั้งแรกในปีถัดมา และได้รัฐบาลร่วมจาก 3 พรรค โดยไม่มีฝ่ายค้าน</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/P1020504.JPG" /></p>
<p> </p>
<p align="left">       อีกหนึ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับชาวขแมร์ก็คือ <strong>“โตนเลสาป”</strong> หรือทะเลสาปเขมรนั่นเอง เพราะเป็นทะเลสาปน้ำจืดที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนขแมร์มาช้านาน และในหน้าฝนหลั่งนั้นเองมันจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 4 เท่าตัวหรือราวๆ หนึ่งหมื่นกว่าตารางกิโลเมตร ซึ่งทำให้มันกลายเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ขณะเดียวกันทะเลสาปเขมรนี้ กับมีชุมชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บนแพและหากินกับน้ำเป็นชาวเวียดนาม และมีชุมชนประมงเวียดนามที่เก่าแก่อาศัยอยู่ในท้องน้ำแห่งนี้</p>
<p>          ชาวขแมร์นิยมชมชอบบริโภคปลาช่อนเป็นอันดับหนึ่ง  แต่ปลาที่มีราคาแพงที่สุดคือปลาบู่ทอง ที่ชาวประมงไม่นิยมรับประทานแต่มักนิยมส่งขายไปยังประเทศสิงคโปร์และจีน เพราะมีราคาสูงมาก ที่ชาวกัมพูชาใม่นิยมรับประทานก็เพราะว่าในภาษาเขมรเรียกปลาชนิดนี้ว่า <strong>“มรณะมารดา”</strong> และมันมีตำนานมาจากนิทานเรื่องปลาบู่ทองเช่นเดียวกับในสังคมไทย ..หรือมีใครต้องการเนรคุณกินมารดาของตนเอง? </p>
<p>          ชาวประมงที่นี่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่บนแพ อาจบางทีตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะบนชุมชนแพนั้นมีทั้งโรงเรียนและสถานีอนามัย มีทั้งการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักเลยทีเดียว แม้กระทั่งยามตายเขาก็เล่ากันว่า ชาวเวียดนามที่ตายในช่วงน้ำหลากจะถูกนำศพมาแขวนตากไว้บนยอดต้นไม้  เมื่อหลังหน้าน้ำหลากถึงจะนำมาศพฝังบนเนินเขาใกล้เคียง ขณะที่คนขแมร์ยึดถือประเพณีการเผาศพ นั่นหมายถึงว่า ชาวประมงที่นี่กินอยู่และเกิดตายกันบนท้องน้ำแต่เพียงอย่างเดียวจริงๆ  และหากใครไม่ทราบว่า การไม่มีแผ่นดินอยู่เป็นเช่นไร ขอให้มาเยือนชุมชนชาวประมงที่นี่ดู..</p>
<p>          ค่าด่านเข้าชมทะเลสาปเขมรคนละ 1 ดอลล่าห์สหรัฐ และแน่นอนจำนวนผู้มาเยือนกว่า 2 ล้านคนในแต่ละปีคงทำมูลค่ามหาศาลให้แก่รัฐบาล แต่ที่ผมอดทึ่งไม่ได้ก็คือ การเก็บค่าด่านเหล่านี้จัดเก็บโดยเอกชนที่ได้รับสัมปทานจากรัฐโดยให้หน่วยงานราชการในพื้นที่มีผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย และที่ผมตกใจมากไปกว่านั้นก็คือ ค่าเข้าชมนครวัด-นครธม ก็เก็บโดยเอกชนที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลด้วยเช่นกัน ชื่อผมจำไม่ค่อยได้แต่ชาวขแมร์มักจะพูดถึงผู้ได้ผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวในแต่ละแหล่งว่า เขาเป็น <strong>“คนสนิทฮุนเซ็น”</strong></p>
<p align="left"> </p>
<p><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/P1020634.JPG" /></strong></p>
<p> </p>
<p>          <strong>“พนมบาเค็ง”</strong> ที่ชมทัศนียภาพยามพระอาทิตย์ตกดินและ<strong> นครวัด-นครธม</strong> ล้วนถูกสัมปทานกิจการท่องเที่ยวโดยสนิทของนายกฯ ฮุนเซ็น แน่นอน.. ค่าเข้าชม 20 ดอลล่าห์สหรัฐต่อวันนั้น ไปไม่ถึงรัฐบาลทั้งหมดเพื่อใช้ในกิจการบูรณะสังขรณ์ แต่เท่าที่ผมคิดเอาเอง นักธุรกิจแวดล้อมนักการเมืองในกัมพูชา ได้กลายเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้วในนาม <strong>“ชนชั้นอำนาจรัฐ”</strong>  นั่นเอง  </p>
<p>          และอย่าได้ตั้งคำถามอีกเลยว่า ทำไมสนามบินเมืองเสียมเรียบเส้นทางที่สบายที่สุดที่จะมาเยือนนครวัด-นครธม ถึงมีได้แค่สายการบิน <strong>“บางกอกแอร์เวย์”</strong> เท่านั้น</p>
<p><strong>    </strong></p>
<p><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/P1020587.JPG" /></strong></p>
<p>          ตามประวัติศาสตร์อาณาจักรขอมนั้น <strong>พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 </strong>เป็นผู้สร้าง<strong> พระนคร(</strong><strong>Angkor</strong><strong>)</strong>  ขึ้นก่อนในราวปี พ.ศ. 1450 แต่<strong> </strong><strong>“ปราสาทนครวัด” </strong>ที่ยิ่งใหญ่และมีทางขึ้นราวกับเส้นทางสู่สรวงสวรรค์นั้น สร้างโดย <strong>พระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2</strong> ในราวปี พ.ศ. 1650-1700 ในพื้นที่ขนาด 1.5&#215;1.3 ตารางกิโลเมตร ทางทิศใต้ของนครธมโดยมีคูน้ำขนาด 190 เมตรล้อมรอบ </p>
<p>          ว่ากันว่า พระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 บัญชาให้ขนศิลาทรายจาก<strong> เขาพนมกุเลน</strong> มาทางแม่น้ำเสียมราฐ และสร้างปราสาทสวรรค์นี้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก อันแตกต่างจากศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย ภายใต้รูปราชศิวลึงค์ดังราชวงศ์ขอมองค์ก่อนๆ เพราะศาสนสถานแห่งนี้ สร้างบูชาศาสนาพราหมณ์ลัทธิไวษณพนิกาย ซึ่งนับถือพระนารายณ์เป็นใหญ่ เพื่อใช้เป็นที่บรรจุพระอัฐิของพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 หลังสิ้นพระชนม์ เพื่อยกพระองค์ขึ้นเสมอเหมือนเทพเจ้า ในพระนามหลังความตายว่า <strong>บรมวิษณุโลก</strong> อันเป็นปรางค์อวตารหนึ่งของพระนารายณ์</p>
<p>          แม้ว่าพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 จะสร้างนครวัดอันยิ่งใหญ่ แต่สำหรับชาวกัมพูชาแล้ว กษัตริย์ที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดคือ <strong>พระเจ้าไชยะวรมันที่ 7</strong> เพราะสร้าง <strong>“นครธม”</strong> (Angkor Thom) หรือพระนครหลวงแห่งเมืองขอมขึ้นใหม่อีกครั้งราวปี พ.ศ.1700-1750 นั่นเอง และนั่นมันก่อนอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยาจะเรืองอำนาจในภูมิภาคนี้ อันปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า เมืองสุโขทัยต้องส่งส่วยน้ำ เมืองละโว้ต้องส่งส่วยปลาแห้งให้แก่นครธม และปรากฏหลักฐานในปราสาทนครวัดโดยเป็นศิลปะฝาผนังจารึกว่า <strong>“เสียมก๊ก”</strong> หรือสยามได้มาเป็นแนวหน้าในสงครามช่วยขอมรบกับจามด้วยในสมัยพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2</p>
<p>          อย่างไรก็ตามพงศาวดารประวัติศาสตร์ของไทย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ได้ยกทัพไปตีนครธม ราชธานีของขอม ได้สำเร็จในปี พ.ศ.1879 และสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งกรุงศรีอยุธยา  ที่ขึ้นครองราชย์หลังจากการแย่งราชสมบัติของเจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยาจนสิ้นพระชนม์ไปทั้งสององค์ ได้ยกกองทัพไปล้อมพระนครหลวง (นครธม) ของกัมพูชาอยู่ถึง 7 เดือนจึงสามารถยึดได้ นับเป็นการขยายอาณาเขตของอาณาจักรอยุธยาตอนต้นอย่างเป็นรูปธรรม และบัดนั้นเป็นต้นมา สยามซึ่งเคยเป็น <strong>“เสียมเรียบ” </strong>อันหมายถึงสยามแพ้ของขอม ถึงเริ่มมีบทบาทแทนอาณาจักรพระนคร</p>
<p> </p>
<p><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/P1020606.JPG" /><br />
</strong></p>
<p>          ในสมัยสงครามกลางเมืองทั้งสาม-สี่ฝ่ายนั้น มีการทำลายศาสนสถาน ยึด ครอบครองและขายสมบัติเก่าเหล่านี้เพื่ออาวุธและเงินตราไปเป็นจำนวนมาก ทับหลัง รูปปั้น ชิ้นส่วนปราสาท นางอัปสร บันท้ายศรีต่างๆ ล้วนถูกขนเข้าสู่ตลาดมืดเป็นว่าเล่น และสิ่งทรงคุณค่าทางศิลปกรรมประวัติศาสตร์และอารยะธรรมของมวลมนุษยชาติเหล่านั้นปัจจุบันเป็นสิ่งประดับอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของนายทุนโลก และแน่นอนว่า นายหน้าในวงการใต้ดินเหล่านี้มีอเมริกาและคนไทยไปเกี่ยวข้องด้วย ทั้งปราสาทบางแห่งถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของทหารในอดีตจึงบังเกิดความเสียหายอย่างมาก แต่ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือ เศียรของพระพุทธรูปบนปราสาทหินนครวัดถึง 2 องค์ ถูกตัดหายไปแล้วบนยอดปราสาทสูง บนปราสาทที่ต้องปีนป่ายขึ้นไปราวกับสรวงสวรรค์..</p>
<p>          อย่าได้แปลกใจเมื่อชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนถึงขั้น <strong>“ปิดเมืองปล้น” </strong>กันเลยทีเดียว  พระราชวังเก่าใจกลางสี่แยกของเมืองเสียมเรียบในอดีตก็เคยถูกทหารไม่ทราบฝ่ายปิดล้อมปล้นมาแล้วในยามดึกคืนหนึ่ง  ชาวบ้านได้ยินแต่เสียงระเบิด เสียงปืน และเช้าวันต่อมาก็ไม่มีอะไรหลงเลืออยู่ในนั้น.. </p>
<p><strong><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/130/130/images/Angkorwat/P1020488.JPG" /></strong></p>
<p>          <strong>ผมกลับจากแผ่นดินสุริยะวรมันโดยความเหว่ว้า.. เศร้าใจไปกับประวัติศาสตร์สงครามและสันติภาพที่ยังพร่ามัว สำหรับคนยากคนจนที่ขาดโอกาสแล้ว ไม่มีอะไรพัฒนาให้ดีขึ้นมากนักสำหรับพวกเขา..  </strong></p>
<p><strong>            คนยากจนจริงๆ ที่ไม่มีค่าโดยสารสำหรับรถยนต์จากพนมเปญมายังศรีโสภณนั้นจะต้องนั่งรถไฟโดยสารสถานเดียว </strong></p>
<p><strong>            และรถไฟขบวนโบราณของที่นี่นั้นจะต้องใช้เวลาถึง 2 วันกว่าจะมาถึงศรีโสภณ  เพราะมันต้องคอยจอดให้เจ้าหน้าที่ตัดไม้ตัดฟืนริมภูเขามาเป็นเชื้อเพลิงให้รถไฟ..</strong></p>
<p><font color="#ff0000">          <strong>สำหรับคนจนและชนชั้นล่างทางสังคมแล้ว.. <br />
</strong></font><font color="#ff0000"><strong>           </strong></font><font color="#ff0000"><strong>โลกของเราก็คือนรกดีๆ นี่เอง&#8230;</strong></font></p>
<p><strong><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><strong><font color="#ff0000" /></strong><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><font color="#ff0000" /></font></font><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><font color="#ff0000" /></font></font></font></font></font></strong><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"><font color="#ff0000"></p>
<p /></font></font></font></font><a href="http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha">http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha</a></p>
<p /></font></font></font></font>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2007/11/23/hiking-2/feed/</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>Young Unity Can Never be Defeated</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/12/16/young-unity-can-never-be/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/12/16/young-unity-can-never-be/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Dec 2006 17:38:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ponlanwarun</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/12/16/young-unity-can-never-be/</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีปีใหม่ 2550
เรื่องเล่าริมทะเล 
นักท่องเที่ยวคนหนึ่งกำลังเพ่งมองด้วยความสนใจไปที่ภาพฉากภูมิประเทศชายหาดอันงดงาม: มันเป็นภาพของชายคนหนึ่ง ที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าที่แสนจะธรรมดา กำลังโงกไปโงกมาในเรือตกปลาที่ถูกโยกคลอนด้วยกระแสคลื่นที่ม้วนกลิ้งเข้ามายังหาดทราย. เขากดชั๊ดเตอร์กล้องถ่ายรูปของเขาดังคลิก พลันคนตกปลาผู้นั้นก็ตื่นขึ้นมาทันที. นักท่องเที่ยวยื่นบุหรีให้คนตกปลามวนหนึ่ง และเริ่มต้นพูดคุย
“วันนี้อากาศดีนะ มีปลาชุมไปหมดเลย ทำไมคุณถึงยังอยู่ตรงนี้ล่ะ แทนที่จะออกไปจับปลาให้มากกว่านี้ ?” คนตกปลาตอบว่า ”ก็เพราะผมจับมาพอแล้วเช้านี้”. “แต่นั่นคุณคิดเอาเอง” นักท่องเที่ยวกล่าว “คุณน่าจะออกไปวันละ 3-4 เที่ยว แล้วก็เอาปลากลับไปที่บ้านถ้ามันมีมากเกินไป! คุณก็รู้ดีว่าถ้าทำเช่นนี้ทุกๆวัน อะไรจะเกิดขึ้น ?” คนตกปลาสั่นหัว.
นักท่องเที่ยวพูดต่อไปว่า “หลังจากนั้นเพียงแค่ปีเดียว คุณก็จะสามารถซื้อเรือยนต์ได้ลำหนึ่ง และหลังจากนั้นสองปีคุณก็ซื้อเรือยนต์เป็นลำที่สองได้ และหลังจากนั้นสามปีคุณก็สามารถมีเรือประมงลำหนึ่งหรือสองลำได้. คิดเข้าซิ! สักวันหนึ่งคุณอาจสามารถมีห้องเย็นสำหรับแช่ปลาขึ้นมา หรือโรงแช่แข็งขนาดใหญ่ และท้ายที่สุด คุณอาจมีเฮลิคอปเตอร์ของคุณเองเพื่อติดตามฝูงปลาและนำทางให้กับกองเรือประมงของคุณเองได้ หรือคุณอาจจะมีรถบรรทุกหลายคันขนส่งปลาไปยังเมืองหลวง, และที่อื่นๆอีกมากมายจิปาถะ…” “และอะไรต่อไปอีกล่ะ?” คนตกปลาถาม 
“และต่อจากนั้น” นักท่องเที่ยวตอบอย่างอิ่มอกอิ่มใจ, “คุณก็สามารถจะนั่งเล่นที่ชายหาดด้วยความรู้สึกสบายอกสบายใจ, พักผ่อนอย่างเต็มที่ หรือไม่ก็ม่อยหลับหรือสัปหงกไปตามเรื่องตามราวภายใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่น และมองไปยังท้องทะเลอันงดงามไงล่ะ!”
คนตกปลาจ้องมองไปที่นักท่องเที่ยวคนนั้น “แต่ นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ก่อนที่คุณมาถึงที่นี่หรอกหรือ ?” 
  
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้น  แต่ความอดกลั้นน้อยลง&#8230; เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น   เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง&#8230;
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง.. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สวัสดีปีใหม่ 2550</strong></p>
<p><strong>เรื่องเล่าริมทะเล </strong></p>
<p>นักท่องเที่ยวคนหนึ่งกำลังเพ่งมองด้วยความสนใจไปที่ภาพฉากภูมิประเทศชายหาดอันงดงาม: มันเป็นภาพของชายคนหนึ่ง ที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าที่แสนจะธรรมดา กำลังโงกไปโงกมาในเรือตกปลาที่ถูกโยกคลอนด้วยกระแสคลื่นที่ม้วนกลิ้งเข้ามายังหาดทราย. เขากดชั๊ดเตอร์กล้องถ่ายรูปของเขาดังคลิก พลันคนตกปลาผู้นั้นก็ตื่นขึ้นมาทันที. นักท่องเที่ยวยื่นบุหรีให้คนตกปลามวนหนึ่ง และเริ่มต้นพูดคุย</p>
<p>“วันนี้อากาศดีนะ มีปลาชุมไปหมดเลย ทำไมคุณถึงยังอยู่ตรงนี้ล่ะ แทนที่จะออกไปจับปลาให้มากกว่านี้ ?” คนตกปลาตอบว่า ”ก็เพราะผมจับมาพอแล้วเช้านี้”. “แต่นั่นคุณคิดเอาเอง” นักท่องเที่ยวกล่าว “คุณน่าจะออกไปวันละ 3-4 เที่ยว แล้วก็เอาปลากลับไปที่บ้านถ้ามันมีมากเกินไป! คุณก็รู้ดีว่าถ้าทำเช่นนี้ทุกๆวัน อะไรจะเกิดขึ้น ?” คนตกปลาสั่นหัว.</p>
<p>นักท่องเที่ยวพูดต่อไปว่า “หลังจากนั้นเพียงแค่ปีเดียว คุณก็จะสามารถซื้อเรือยนต์ได้ลำหนึ่ง และหลังจากนั้นสองปีคุณก็ซื้อเรือยนต์เป็นลำที่สองได้ และหลังจากนั้นสามปีคุณก็สามารถมีเรือประมงลำหนึ่งหรือสองลำได้. คิดเข้าซิ! สักวันหนึ่งคุณอาจสามารถมีห้องเย็นสำหรับแช่ปลาขึ้นมา หรือโรงแช่แข็งขนาดใหญ่ และท้ายที่สุด คุณอาจมีเฮลิคอปเตอร์ของคุณเองเพื่อติดตามฝูงปลาและนำทางให้กับกองเรือประมงของคุณเองได้ หรือคุณอาจจะมีรถบรรทุกหลายคันขนส่งปลาไปยังเมืองหลวง, และที่อื่นๆอีกมากมายจิปาถะ…” “และอะไรต่อไปอีกล่ะ?” คนตกปลาถาม </p>
<p>“และต่อจากนั้น” นักท่องเที่ยวตอบอย่างอิ่มอกอิ่มใจ, “คุณก็สามารถจะนั่งเล่นที่ชายหาดด้วยความรู้สึกสบายอกสบายใจ, พักผ่อนอย่างเต็มที่ หรือไม่ก็ม่อยหลับหรือสัปหงกไปตามเรื่องตามราวภายใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่น และมองไปยังท้องทะเลอันงดงามไงล่ะ!”</p>
<p>คนตกปลาจ้องมองไปที่นักท่องเที่ยวคนนั้น “แต่ นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ก่อนที่คุณมาถึงที่นี่หรอกหรือ ?” </p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong><img height="361" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/IMG_1881.jpg" width="514" /> </strong></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้น  แต่ความอดกลั้นน้อยลง&#8230;</font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">เรามีความรักน้อยลง </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">แต่มีความเกลียดมากขึ้น   เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง&#8230;<br />
</font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง..</font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong><img height="331" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/IMG_1980.jpg" width="511" /> </strong></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong>    </strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3" /></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong>                 </strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong>  </strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong>รักและหวัง</strong></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">  </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">                                                  </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">                                 </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">  พณ     ลานวรัญ</font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">      </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">         </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">       </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">       เราฝันร่วมกันทุกข์..   ร่วมกันสุขทุกยุคสมัย<br />
   เกาะเกี่ยวกันก้าวไป       ฝ่าผองภัยที่พบพาน<br />
       ยามพ่ายเราจะเพิ่ม    กำลังใจให้กล้าหาญ<br />
   สั่งสมอุดมการณ์          สายธารรักและศรัทธา<br />
      ..แต่โลกนั้นกว้างนัก  หากเป็นรักเพียงปักษา<br />
   บินผ่านพันธนา..         เท่ากับว่า..เห็นแก่ตัว<br />
        รักเพื่อสิ่งใดกัน      หนทางนั้นยังมืดสลัว<br />
   ความหวังคงหมองมัว     คนโฉดชั่วยังกอบโกย <br />
      แผ่นดินนี้ร้อนเดือด    ฟ้าสีเหือด  ดินสีโหย <br />
   ดวงตาแววอิดโรย         แส้ยังโบยแอกยังคา<br />
       เปิดรักที่ แคบคับ      เพื่อตื่นรับกับปัญหา<br />
   อ้อมกอดมวลประชา       นั้นสูงค่ากว่ารักใด<br />
      เกาะเกี่ยว รักและหวัง  เป็นพลังเพื่อจะใฝ่<br />
   เป็นศรัทธาจากหัวใจ      ฝ่าผองภัยทุกผองพาล<br />
     เพียงฝันร่วมกันทุกข์     มีความสุขเพียงพบผ่าน<br />
   ฝันนั้นมิยาวนาน..         เพียงรักชอบ การครอบครอง<br />
       เถิดรักเพื่อจะพ้น       ความทุกข์ทนที่หม่นหมอง<br />
   เปิดฝันเพื่อกลั่นกรอง     เสียงร่ำร้องของมวลชน<br />
       ใช่รักเพื่อกักขัง…      แต่รับฟังทุกเหตุผล<br />
   ให้พี่น้องผู้ทุกข์ทน        อยู่ในรักร่วมหนทาง…</font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><br />
      ……………..<font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3" /></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong><strong>SOUTHERN LAOS</strong> </strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong><img height="377" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/03038sa_067.jpg" width="523" /></strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong> </strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3" /></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong> </strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"> </font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">เด็กและพลบค่ำแห่งวันหนึ่ง ณ สีพันดอน, </font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">.แม่น้ำโขง ลาวตอนใต้ติดกับกัมพูชา ที่มองเห็นเป็นแผ่นดินหลังแผ่นดินเป็นสายน้ำ ไม่รู้จบสิ้น ที่นี่มีเกาะกลางแม่น้ำโขงกว่า 4 พันเกาะ ราวกับว่า ฟ้ากับน้ำ ไม่มีที่สิ้นสุด&#8230; <font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">เด็กและพลบค่ำแห่งวันหนึ่ง ณ สีพันดอน, แม่น้ำโขง ลาวตอนใต้ติดกับกัมพูชา ที่มองเห็นเป็นแผ่นดินหลังแผ่นดินเป็นสายน้ำ ไม่รู้จบสิ้น ที่นี่มีเกาะกลางแม่น้ำโขงกว่า 4 พันเกาะ ราวกับว่า ฟ้า</font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3">กับน้ำ ไม่มีที่สิ้นสุด</font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong><img height="152" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/03038sa_152.jpg" width="226" />  </strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><font face="Times New Roman" size="3"><strong><img height="152" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/03038sa_163.jpg" width="290" /></strong></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></p>
<p>น้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกกลางแม่น้ำโขงก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบเขมร เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางเรื่องเล่าของชาวเรือ เรื่องลี้ลับและมณีโคตรแผ่นดินที่ผู้คนไปแล้วไม่มีวันได้กลับมา</p>
<p></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font></font>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/12/16/young-unity-can-never-be/feed/</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>ถักทอฝันในวันฟ้าหมอง</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/trekking-2/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/trekking-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2006 10:59:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ponlanwarun</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/camping-combodia-phnom-penh/</guid>
		<description><![CDATA[
      ขอเราเป็นแสงเทียนส่องหนทาง..                             
ที่มืดมนเลือนรางไร้ความหมาย
ย่ำเหยียบความระยำให้มลาย                                            
เดินทางท่องส่องฉายเพื่อมวลชน
     ขอเราเป็นเดือนรูปเคียวเกี่ยวดาวน้อย..                     
เกี่ยวมาร้อยความฝันที่ตกหล่น
เป็นความหวังกำลังใจให้ผู้คน                                         
อุทิศตนยืนหยัดด้วยศรัทธา
     ขอเราเป็นแพรผืนในคืนหนาว..                                
ห่มคืนวันปวดร้าวให้เลือนพร่า
เคียงข้างความระทมที่ถมทา                                              
ซับน้ำตาผู้ทุกข์ทนตามรายทาง
     ขอเราเป็นกองฟืนในคืนเข็ญ..                                    
สุมเต็มแสงไฟไม่เว้นว่าง
ฟืนน้อยมอดไหม้ใกล้เลือนราง                                       
เราโถมร่างเข้าต่อเพื่อก่อไฟ
     ขอเราเป็นอะไรก็ได้..                                                    
ที่มุ่งหมายฝ่าฟันเพื่อวันใหม่
บนหนทางเลือกเดินแม้ทางใด                                        
เพียงอย่าไปไกลร้างห่างมวลชน..
 

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><font face="Times New Roman" size="3" /></p>
<p></strong>      ขอเราเป็นแสงเทียนส่องหนทาง..                             <br />
ที่มืดมนเลือนรางไร้ความหมาย<br />
ย่ำเหยียบความระยำให้มลาย                                            <br />
เดินทางท่องส่องฉายเพื่อมวลชน<br />
     ขอเราเป็นเดือนรูปเคียวเกี่ยวดาวน้อย..                     <br />
เกี่ยวมาร้อยความฝันที่ตกหล่น<br />
เป็นความหวังกำลังใจให้ผู้คน                                         <br />
อุทิศตนยืนหยัดด้วยศรัทธา<br />
     ขอเราเป็นแพรผืนในคืนหนาว..                                <br />
ห่มคืนวันปวดร้าวให้เลือนพร่า<br />
เคียงข้างความระทมที่ถมทา                                              <br />
ซับน้ำตาผู้ทุกข์ทนตามรายทาง<br />
     ขอเราเป็นกองฟืนในคืนเข็ญ..                                    <br />
สุมเต็มแสงไฟไม่เว้นว่าง<br />
ฟืนน้อยมอดไหม้ใกล้เลือนราง                                       <br />
เราโถมร่างเข้าต่อเพื่อก่อไฟ<br />
     ขอเราเป็นอะไรก็ได้..                                                    <br />
ที่มุ่งหมายฝ่าฟันเพื่อวันใหม่<br />
บนหนทางเลือกเดินแม้ทางใด                                        <br />
เพียงอย่าไปไกลร้างห่างมวลชน..<br />
 
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/trekking-2/feed/</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>Indonesia, Jarkatar</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/camping-indonesia-jarkatar/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/camping-indonesia-jarkatar/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2006 10:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ponlanwarun</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/camping-indonesia-jarkatar/</guid>
		<description><![CDATA[
ภาพแรก : อนุสาวรีย์แห่งชาติอินโดนีเซียอันสูงเทียมฟ้า ที่ระลึกวันปลดปล่อยประชาชาติจากลัทธิล่าอาณานิคม  กลางคืนจะเป็นสีต่างๆ จากแสงที่ส่องด้านใต้ ประดับราตรีแห่งเมืองหลวง จาร์กาต้า ท่ามฟ้าดาราราย  ภาพ 2 : ในห้องประชุม Young Progressive Southeast Asia ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง  
 
    ภาพ 3 : สาวเจ้าบ้านไกล สายลับจากมาเลเซีย (DEMA) ภาพ 4 : สนามบินแห่งชาติ ณ กรุง จาร์กาต้า ที่โน่นบนรถเมล์ รถบัส รถสองแถวและ 4 แยกไฟแดง จะมีชายหนุ่มถือกีต้าร์ บรรเลงเพลงขอเศษทานไปตามเบาะต่างๆ ด้วย ชาวอินโดถือความรำคาญเสมือนขอทานแทนที่วณิพกพเนจรที่ควรให้เกียรติ
 
แด่เธอ…
                                       พณ  ลานวรัญ
 เธอหนาวไหมเมื่อกอดห่มทอลมหนาว 
ยามความหวังสีขาวยังคาวขื่น
ความเปล่าดายคอยตอกย้ำทุกค่ำคืน
มิรู้หลับหรือตื่น ..รู้คืนวัน
 เธอเหนื่อยไหมเมื่อหนทางเหมือนว่างเปล่า
ย่ำเดินทางยิ่งนานยาวห่างความฝัน   
ราวความหวังฝังกลบพบทางตัน
เหมือนคืนวันฝันคว้างเดินร้างรอย
เธอหนักไหมกับภาระที่แบกรับ  
แทบพ่ายพับกับขวากหนาม ความท้อถอย
ฝันถึงความงดงามนานนับคอย
วันคืนคล้อย ขื่นเข็ญ ..เป็นความจริง
   [ถามถึงเธอที่เดินทวนสวนกระแส
 หวังเปลี่ยนแปรสังคมซึ่งจมดิ่ง
อาจปวดร้าวกล้ำกลืนฝืนประวิง
  เหมือนทุกสิ่งล้วนกลบฝังความหวังเรา]
อยากให้เธอยิ้มรับกับความทุกข์   
เพื่อปลอบปลุกหัวใจไม่ให้เหงา  
ความปวดร้าวระหว่างทางอาจบางเบา
เมื่อเทียบเท่าทุกข์โถมโหมมวลชน
 แม้คืนนี้ อาจหนาวเหน็บ เจ็บปวดร้าว
  แต่พรุ่งนี้รุ่งเช้า จักเริ่มต้น
 เป็นของขวัญนักสู้ผู้อดทน
  ทอแสงงามอร่ามล้น อุดมการณ์….

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img height="190" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0212.jpg" width="250" /><img height="190" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0191.jpg" width="250" /></p>
<p align="left"><strong>ภาพแรก :</strong> อนุสาวรีย์แห่งชาติอินโดนีเซียอันสูงเทียมฟ้า ที่ระลึกวันปลดปล่อยประชาชาติจากลัทธิล่าอาณานิคม  กลางคืนจะเป็นสีต่างๆ จากแสงที่ส่องด้านใต้ ประดับราตรีแห่งเมืองหลวง จาร์กาต้า ท่ามฟ้าดาราราย  <strong>ภาพ 2 :</strong> ในห้องประชุม Young Progressive Southeast Asia ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง<strong> </strong> </p>
<p align="center"><img height="174" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0237-1.jpg" width="250" /><img height="174" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0266.jpg" width="252" /> </p>
<p align="left">    <strong>ภาพ 3 :</strong> สาวเจ้าบ้านไกล สายลับจากมาเลเซีย (DEMA) <strong>ภาพ 4 :</strong> สนามบินแห่งชาติ ณ กรุง จาร์กาต้า ที่โน่นบนรถเมล์ รถบัส รถสองแถวและ 4 แยกไฟแดง จะมีชายหนุ่มถือกีต้าร์ บรรเลงเพลงขอเศษทานไปตามเบาะต่างๆ ด้วย ชาวอินโดถือความรำคาญเสมือนขอทานแทนที่วณิพกพเนจรที่ควรให้เกียรติ</p>
<p align="left"> </p>
<p><strong>แด่เธอ…</strong></p>
<p>                                       พณ  ลานวรัญ<br />
 เธอหนาวไหมเมื่อกอดห่มทอลมหนาว <br />
ยามความหวังสีขาวยังคาวขื่น<br />
ความเปล่าดายคอยตอกย้ำทุกค่ำคืน<br />
มิรู้หลับหรือตื่น ..รู้คืนวัน<br />
 เธอเหนื่อยไหมเมื่อหนทางเหมือนว่างเปล่า<br />
ย่ำเดินทางยิ่งนานยาวห่างความฝัน   <br />
ราวความหวังฝังกลบพบทางตัน<br />
เหมือนคืนวันฝันคว้างเดินร้างรอย<br />
เธอหนักไหมกับภาระที่แบกรับ  <br />
แทบพ่ายพับกับขวากหนาม ความท้อถอย<br />
ฝันถึงความงดงามนานนับคอย<br />
วันคืนคล้อย ขื่นเข็ญ ..เป็นความจริง<br />
   [ถามถึงเธอที่เดินทวนสวนกระแส<br />
 หวังเปลี่ยนแปรสังคมซึ่งจมดิ่ง<br />
อาจปวดร้าวกล้ำกลืนฝืนประวิง<br />
  เหมือนทุกสิ่งล้วนกลบฝังความหวังเรา]<br />
อยากให้เธอยิ้มรับกับความทุกข์   <br />
เพื่อปลอบปลุกหัวใจไม่ให้เหงา  <br />
ความปวดร้าวระหว่างทางอาจบางเบา<br />
เมื่อเทียบเท่าทุกข์โถมโหมมวลชน<br />
 แม้คืนนี้ อาจหนาวเหน็บ เจ็บปวดร้าว<br />
  แต่พรุ่งนี้รุ่งเช้า จักเริ่มต้น<br />
 เป็นของขวัญนักสู้ผู้อดทน<br />
  ทอแสงงามอร่ามล้น อุดมการณ์….
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/camping-indonesia-jarkatar/feed/</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>Philippines in the 4th time</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/philippines-in-the-4th-ti/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/philippines-in-the-4th-ti/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2006 10:31:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ponlanwarun</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/philippines-in-the-4th-ti/</guid>
		<description><![CDATA[
ภาพแรก : เวิ้งน้ำกลางทะเลสาบล้อมรอบภูเขาไฟลูกหนึ่งซึ่งเย็นตัวลงแล้ว ทางตอนใต้ห่างจากเมืองมะนิลาไปประมาณ 200 กิโลเมตร แต่ด้านในปล่องพอไปดูกลับมีควันขึ้นอยู่ทุกเวลา ว่ากันว่าใครตกลงไปในปล่องนั้น ไม่สามารถปีนขึ้นมาได้เพราะลึกมากและน้ำที่เห็นใต้ปล่องแม้นิ่งแต่ร้อนเฉียบ!!  กว่าจะไปถึงที่นั่นต้องนั่งเรือรูปทรงโบราณไปประมาณ 20 นาทีแล้วนั่งม้าขึ้นเขาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
  
ภาพ 2 : ม้าหลงเมืองกลางมะนิลา ท่ามกลางรอยน้ำตาแห่งความทุกข์เข็ญแห่งเมืองหลวง น้ำตามันไหลหยาดๆ เมื่อเจอเสียงแตรรถจากเพื่อนร่วมทางที่มันไม่รู้จักว่าตัวอะไร ภาพ 3 :ทิวทัศนืเมืองมะนิลาบนตึก Dicuvery suit  
  
 ภาพ 4 : บนภูเขาด้านล่างที่เห็นคือภาพที่ 1 ภาพ 5 : ขี่ม้าขึ้นเขากลางทะเลสาบล้อมราย

  ภาพ 6 : สาวเจ้าและสหายหนุ่มชาวเมืองมะนิลา หน้าตาเหมือนสาวไทยและหนุ่มฮ่องกง เธอเรียนกฏหมายและเป็นอดีตประธานสภานักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ (UP)

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img height="386" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0157.jpg" width="509" /></p>
<p><strong>ภาพแรก : </strong>เวิ้งน้ำกลางทะเลสาบล้อมรอบภูเขาไฟลูกหนึ่งซึ่งเย็นตัวลงแล้ว ทางตอนใต้ห่างจากเมืองมะนิลาไปประมาณ 200 กิโลเมตร แต่ด้านในปล่องพอไปดูกลับมีควันขึ้นอยู่ทุกเวลา ว่ากันว่าใครตกลงไปในปล่องนั้น ไม่สามารถปีนขึ้นมาได้เพราะลึกมากและน้ำที่เห็นใต้ปล่องแม้นิ่งแต่ร้อนเฉียบ!!  กว่าจะไปถึงที่นั่นต้องนั่งเรือรูปทรงโบราณไปประมาณ 20 นาทีแล้วนั่งม้าขึ้นเขาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง</p>
<p><img height="180" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0121.jpg" width="260" />  <img height="180" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0058.jpg" width="247" /></p>
<p><strong>ภาพ 2 :</strong> ม้าหลงเมืองกลางมะนิลา ท่ามกลางรอยน้ำตาแห่งความทุกข์เข็ญแห่งเมืองหลวง น้ำตามันไหลหยาดๆ เมื่อเจอเสียงแตรรถจากเพื่อนร่วมทางที่มันไม่รู้จักว่าตัวอะไร <strong>ภาพ 3 :</strong>ทิวทัศนืเมืองมะนิลาบนตึก Dicuvery suit  </p>
<p><img height="192" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0139.jpg" width="259" />  <img height="192" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0237.jpg" width="247" /></p>
<p> <strong>ภาพ 4 :</strong> บนภูเขาด้านล่างที่เห็นคือภาพที่ 1 <strong>ภาพ 5 : </strong>ขี่ม้าขึ้นเขากลางทะเลสาบล้อมราย</p>
<p><img height="338" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/Teabreak04.jpg" width="505" /></p>
<p>  <strong>ภาพ 6 :</strong> สาวเจ้าและสหายหนุ่มชาวเมืองมะนิลา หน้าตาเหมือนสาวไทยและหนุ่มฮ่องกง เธอเรียนกฏหมายและเป็นอดีตประธานสภานักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ (UP)
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/10/03/philippines-in-the-4th-ti/feed/</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>South Korea, Khwangju  เกาหลีใต้</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/09/18/diving-south-korea-khwangju/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/09/18/diving-south-korea-khwangju/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Sep 2006 15:26:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ponlanwarun</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/09/18/trekking-south-korea/</guid>
		<description><![CDATA[
 South Korea รูปแรก อนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม 2523 ที่เมืองกวางจู ทางตอนใต้ ทุกๆ ปี ประธานาธิบดีแห่งเกาหลีใต้ ต้องไปกล่าวไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ท่ามกลางพ่อแก่แม่เศร้าที่ซบกายกอดหลุมศพวีรชนร่ำไห้ทุกๆ ปี ราวกลับันเพิ่งเกิดเหตุการณ์..เมื่อวานนี้!!
 
 ภาพ 2,3,4 : สาวเจ้าแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หอศิลป์ แห่งเมืองกวางจู และวัดเก่าแห่งหนึ่งทางตอนใต้

  ภาพ 5 : นักเรียนมาทัศนะศึกษาดูหลุมศพที่ทอดเรียงไปสุดลูกตาในหุบเขา หลุมศพนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในรูปที่ 1 ที่เกิดการประท้วงเผด็จการของประชาชนทั้งเมืองกลางจู จนรัฐเผด็จการต้องส่งทหารจากโซลมาปราบ

 ภาพ 6 : รูปปั้นนักสู้  ภาพ 7,8,9 : หนุ่มสาวร่วมงานรำลึกและอนุชน ยืนสดุดี รางวัล Khwangju Pize for Human Rights เตรียมมอบแด่ อองซานซูจี ปี 2004
อ่านเรื่องราวที่เพื่อนร่วมทางเขียนได้ที่ http://www.onopen.com/2006/01/359
 
                เธอ&#8230;
                           พณ ลานวรัญ 
อาจเธอเป็น แสงเทียน กลางสายลม
จึงนุ่งห่มความขมขื่นทุกคืนหนาว
ในทิวาราตรีกาลนั้นนานยาว
เพราะเธอย่างเท้าก้าว อย่างร้าวราน
 เก็บความฝันไว้ทวงถามในย่ามฝัน
เก็บคืนวันไว้คิดถึงยามคืนผ่าน
ให้น้ำตาพร่างพรมอุดมการณ์
เพื่อผลิบานความหวังในสังคม
หากเธอเหน็บหนาว การก้าวย่าง
เป็นขบถบนทางที่ทับถม
เขาเดินย่ำก้าวสู่ประตูพรม
แต่ผู้คนยังลำบาก อยู่มากมาย
บนร่างน้อยอย่าทดถอย หนทางสู้
ขอเธอยืนหยัดอยู่ เถิดสหาย
เพราะความหวังของเรามิเดียวดาย
เป็นความหมายหลากล้วน ของมวลชน
เมื่อรักจักย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img height="385" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/AEY26.jpg" width="529" /></p>
<p> <strong>South Korea รูปแรก</strong> อนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม 2523 ที่เมืองกวางจู ทางตอนใต้ ทุกๆ ปี ประธานาธิบดีแห่งเกาหลีใต้ ต้องไปกล่าวไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ท่ามกลางพ่อแก่แม่เศร้าที่ซบกายกอดหลุมศพวีรชนร่ำไห้ทุกๆ ปี ราวกลับันเพิ่งเกิดเหตุการณ์..เมื่อวานนี้!!</p>
<p><img height="198" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/AEY248.jpg" width="283" /> <img height="197" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/AEY262.jpg" width="247" /><img height="329" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/AEY250.jpg" width="530" /></p>
<p> <strong>ภาพ 2,3,4 :</strong> สาวเจ้าแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หอศิลป์ แห่งเมืองกวางจู และวัดเก่าแห่งหนึ่งทางตอนใต้</p>
<p><img height="349" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/AEY35.jpg" width="530" /></p>
<p>  <strong>ภาพ 5 :</strong> นักเรียนมาทัศนะศึกษาดูหลุมศพที่ทอดเรียงไปสุดลูกตาในหุบเขา หลุมศพนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในรูปที่ 1 ที่เกิดการประท้วงเผด็จการของประชาชนทั้งเมืองกลางจู จนรัฐเผด็จการต้องส่งทหารจากโซลมาปราบ</p>
<p><img height="194" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/AEY29.jpg" width="259" /><img height="194" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/DEW293.jpg" width="272" /><img height="195" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/DEW279.jpg" width="259" /><img height="195" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/DEW313.jpg" width="271" /></p>
<p> <strong>ภาพ 6</strong> : รูปปั้นนักสู้  <strong>ภาพ 7,8,9 :</strong> หนุ่มสาวร่วมงานรำลึกและอนุชน ยืนสดุดี รางวัล Khwangju Pize for Human Rights เตรียมมอบแด่ อองซานซูจี ปี 2004</p>
<p>อ่านเรื่องราวที่เพื่อนร่วมทางเขียนได้ที่ <a href="http://www.onopen.com/2006/01/359">http://www.onopen.com/2006/01/359</a></p>
<p> </p>
<p><strong>                เธอ&#8230;</strong></p>
<p>                           พณ ลานวรัญ </p>
<p>อาจเธอเป็น แสงเทียน กลางสายลม<br />
จึงนุ่งห่มความขมขื่นทุกคืนหนาว<br />
ในทิวาราตรีกาลนั้นนานยาว<br />
เพราะเธอย่างเท้าก้าว อย่างร้าวราน<br />
 เก็บความฝันไว้ทวงถามในย่ามฝัน<br />
เก็บคืนวันไว้คิดถึงยามคืนผ่าน<br />
ให้น้ำตาพร่างพรมอุดมการณ์<br />
เพื่อผลิบานความหวังในสังคม<br />
หากเธอเหน็บหนาว การก้าวย่าง<br />
เป็นขบถบนทางที่ทับถม<br />
เขาเดินย่ำก้าวสู่ประตูพรม<br />
แต่ผู้คนยังลำบาก อยู่มากมาย<br />
บนร่างน้อยอย่าทดถอย หนทางสู้<br />
ขอเธอยืนหยัดอยู่ เถิดสหาย<br />
เพราะความหวังของเรามิเดียวดาย<br />
เป็นความหมายหลากล้วน ของมวลชน<br />
เมื่อรักจักย่าง หนทางนี้<br />
เก็บขวัญชีวีที่ร่วงหล่น<br />
ฝ่าฟันทุรยุคที่ทุกข์ทน<br />
รอฟ้าใหม่ส่องหนสิทธิ์เสรี<br />
ย่ามริ้วยับต้องลมห่มความหวัง<br />
ใส่พลังใส่น้ำตาเป็นหน้าที่<br />
เป็นเงาชีวิตเป็นมิตรที่ดี<br />
กล่อมชีวีปลอบฝัน คู่ขวัญเธอ..</p>
<p>   
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/09/18/diving-south-korea-khwangju/feed/</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>Spain-Espana, Alicante</title>
		<link>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/08/22/spainespana-alicante/</link>
		<comments>http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/08/22/spainespana-alicante/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2006 15:41:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ponlanwarun</dc:creator>
		
	<category>Blog</category>
		<guid isPermaLink="false">http://blog.trekkingthai.com/ponlanwarun/2006/08/22/trekking-espana-alicante/</guid>
		<description><![CDATA[
 Spain รูปแรก  ภาพคนหนุ่มสาว MJS แห่งฝรั่งเศสประท้วงรัฐบาล

 ภาพ 2,3 : เยาวชนเดินขบวนประท้วงสงครามอิสราเอล-เลบานอนที่ เมือง Alicante, Spain  เพื่อเรียกร้องสันติภาพในตะวันออกกลาง &#8220;the World is our Country, the Humanity is our Homland&#8221;  

 ภาพ 4 : ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เมือง Alicante แคว้นมูเวีย์และบาเลนเซีย 

 ภาพ 5 : ในพระบรมราชวังของกษัตริย์เสปนที่เมือง Madrid ภาพ 6 : ภายในงาน IUSY Festival 2006 

 ภาพ 7 : เต๊นท์ที่พักหลายพันอันในงานเป็นที่หลับพักผ่อนของหนุ่มสาวทั่วโลกกว่า 4,500 คน ภาพ 8 : ที่ปักหมุดผู้เข้าร่วมที่มาจากชาติต่างๆ ทั่วโลก

 ภาพ 9 : โบสถ์คริสตจักรอายุหลายร้อยปีข้างพระมหาราชวังกษัตริย์เสปน

   ภาพ 10,11 : ตึกรูปทรงเสปนและทิวทัศน์เมือง Madrid มหานครของ เสปน

  ภาพ 12 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img height="350" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0183.jpg" width="543" /></p>
<p> <strong>Spain รูปแรก </strong> ภาพคนหนุ่มสาว MJS แห่งฝรั่งเศสประท้วงรัฐบาล</p>
<p><img height="189" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0197.jpg" width="271" /><img height="189" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0214.jpg" width="271" /></p>
<p> <strong>ภาพ 2,3 : </strong>เยาวชนเดินขบวนประท้วงสงครามอิสราเอล-เลบานอนที่ เมือง Alicante, Spain  เพื่อเรียกร้องสันติภาพในตะวันออกกลาง <strong>&#8220;the World is our Country, the Humanity is our Homland&#8221;  </strong></p>
<p><img height="373" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/CIMG9232.jpg" width="543" /></p>
<p> <strong>ภาพ 4 :</strong> ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เมือง Alicante แคว้นมูเวีย์และบาเลนเซีย </p>
<p><img height="217" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0271.jpg" width="277" /><img height="217" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0095.jpg" width="266" /></p>
<p> <strong>ภาพ 5 : </strong>ในพระบรมราชวังของกษัตริย์เสปนที่เมือง Madrid <strong>ภาพ 6 :</strong> ภายในงาน IUSY Festival 2006 </p>
<p><img height="183" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0076.jpg" width="263" /><img height="183" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/PIC_0064.jpg" width="280" /></p>
<p> <strong>ภาพ 7 :</strong> เต๊นท์ที่พักหลายพันอันในงานเป็นที่หลับพักผ่อนของหนุ่มสาวทั่วโลกกว่า 4,500 คน <strong>ภาพ 8 :</strong> ที่ปักหมุดผู้เข้าร่วมที่มาจากชาติต่างๆ ทั่วโลก</p>
<p><img height="323" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/madrid39.jpg" width="543" /></p>
<p> <strong>ภาพ 9 :</strong> โบสถ์คริสตจักรอายุหลายร้อยปีข้างพระมหาราชวังกษัตริย์เสปน</p>
<p><img height="177" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/madrid55.jpg" width="274" /><img height="177" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/madrid23.jpg" width="269" /></p>
<p>   <strong>ภาพ 10,11 :</strong> ตึกรูปทรงเสปนและทิวทัศน์เมือง Madrid มหานครของ เสปน</p>
<p><img height="377" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/CIMG9491.jpg" width="542" /></p>
<p>  <strong>ภาพ 12 :</strong> วังโบราณของกษัตริย์อาหรับเก่าในเมือง  Alicante เป็นปราสาทบนภูเขาริมทะเลที่ซึ่งปลากประบอกปืนใหญ่หันสู่ท้องทะเลกว้าง เพื่อคอยโจมตีกองทัพเรือข้าศึก (ปืนใหญ่คล้ายนำเข้าจากอยุธยามาก)</p>
<p><img height="174" src="http://i102.photobucket.com/albums/m118/ponlanwarun/CIMG9464.jpg" width="263" /><img height="174" src="http: