เรื่องเล่า เก่าเก็บ
ปลายเดือน มีนาคม 50

กลับไปทำธุระสำคัญที่บ้าน โล่งใจไปอีกอย่างหนึ่ง พันธนาการที่ไม่ได้เป็นผู้ผูกไว้
แต่ต้องกลับมาแก้ไข …ไม่เป็นไร เราก็ลูก(ผู้)ชายคนหนึ่ง
รถเมล์บ้านนอก พาคนพลัดถิ่นกลับบ้าน บ้านที่เติบมาในช่วงวัยเยาว์
กลับบ้านแต่ละครั้งความทรงจำเก่าๆก็จะหวนกลับคืนตามมา
บางสิ่งเป็นเรื่องน่าจดจำ แต่ก็ใจหายที่บางครั้งพบความเปลี่ยนแปลง
จากหน้าต่างรถเมล์ ท้องนากว้างไกลสุดลูกตา เดี๋ยวนี้สลับฟันปลาด้วยทิวทัศน์
ของโรงงานอุตสาหกรรม นับได้ 6 บริษัท ท้องทุ่งนาบางแห่งที่เคยวิ่งเล่น กลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่
มองในแง่ดี คนในพื้นที่ได้มีโอกาส ทำงานโดยที่ไม่ต้องเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
แน่นอนส่วนหนึ่งก็เป็นเพื่อนสมัยเรียน ประถมมาด้วยกัน
ผมมีโอกาสที่ดีกว่า เพื่อนๆหลายคนที่ไม่ได้เรียนต่อ บ้างที่ทำไร่ทำนาทำสวน ยึดอาชีพเกษตรกรเหมือนบรรพบุรุษ บางคนก็ทำเอาผมใจหายที่ต้องติดตารางด้วยการค้ายา
แต่ส่วนมากเพื่อนๆทุกคนจะได้เรียนต่อและจบปริญญาตรีกันหมดแล้ว ต่างแยกย้ายไปกันคนละทิศละทาง คงเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาวเท่านั้นก็จะได้เห็นหน้ากันบ้าง
ภาพโรงงาน บดบังท้องทุ่งนาของผมหายไป บางช่วงยังมีทุ่งนาเต็มไปด้วยต้นข้าว สายตาชะงักเมื่อคนฝูงนกปากห่างอยู่ 3-4 ตัว ผมหลับตาคิดถึงภาพในครั้งก่อน
เด็กบ้านนอก 5-6คน เดินหัวเราะอยู่ริมทุ่งนาแต่ละคนจะมีหนังสติ๊กเน็บอยู่ข้างเอว มีก้อนกระสุนเป็นดินเหนียวปั้นเป็นลูกกลมๆตากแห้ง เป้าหมายของพวกเขาอยู่ที่ สวนมะม่วงริมทุ่งนา
มะม่วงอกร่องกลุ่มใหญ่ชวนลิ้มลอง ไม่มีอะไรสนุกไปกว่าทดสอบฝีมือยิงหนังสติ๊กให้ตัวขั้วของพวงมะม่วงกลุ่มนั้นลงมา เพราะบ่อยครั้งที่ยิงโดนลูกมะม่วงเต็มๆกระสุนฝังในผลมะม่วง แต่มะม่วงก็ยังไม่ตกลงมา หรือ ภาพที่เด็กๆรอคอยพวกผู้ใหญ่ วิดน้ำจากบ่อน้ำให้หมดเร็วๆเพื่อพวกเขาจะได้ลงไปจับปลาในบ่อได้สะดวก ครั้นเมื่อมีปลาไหล เลื้อยเลี้ยวไปมาในบ่อโคลน ชาวบ้านจะแตกฮือเพราะคิดว่าเป็นงู จำนวนปลาที่หาได้เยอะเกินกว่าจะกินได้หมด จึงมีการแบ่งแยกแจกจ่ายไปเพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง
ผมกลับมานั่งอยู่ริมแม่น้ำ สายน้ำที่หล่อเลี้ยงเด็กบ้านนอกอย่างผมขึ้นมา
ออกจะขำนิดหน่อยเมื่อเห็นคุณยายท่านหนึ่งอายุประมาณ 70 ปี ขึ้นไปสวมแว่นตาดำขนาดใหญ่เข้าไปซื้อของในร้านชำแห่งนั้น ท่านบอกว่าเพิ่งไปรักษาตามา ท่านยังแต่งตัวเหมือนเดิม นุ่งผ้าถุงสวมเสื้อแขนยาวแบบชาวสวนและมีงอบใบใหญ่อยู่บนหัว ยายเข้ามาซื้อไม้กวาดแล้วพายเรือกลับไป ภาพแบบอาจจะธรรมดา แต่สำหรับผมมันหายากเหลือเกิน ผู้คนสมัยก่อนแม่น้ำ ลำคลอง คือถนน ผู้คนสัญจรไปมาด้วยการพายเรือ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วที่จะมีคนพายเรือออกจากบ้านมาซื้อของแล้วพายเรือกลับ ในเมื่อมีรถยนต์เข้ามาแทนที่ และถนนลาดยางเข้ามาแทนสายน้ำ
ไม่มีแล้วแพปั้มน้ำมันที่คอยเติมน้ำมันสำหรับเรือหางยาวเจ้าความเร็วแห่งสายน้ำ
ไม่มีแล้วโรงน้ำแข็งริมแม่น้ำที่คอยขนน้ำแข็งก้อนใหญ่ลงใส่เรือ
ผมไม่ปฏิเสธความเจริญ แต่เราก็ต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง
รถเมล์สายเดิมพาผมจากบ้านเกิดเข้ามาสู่ความวุ่นวายในเมืองใหญ่อีกครั้ง
ริมหน้าต่างเห็นท้องทุ่งนา นกยางบินกลับรัง แสงแดดสุดท้ายของวันเริ่มเลือนหายไป หลังต้นตาลหลายต้นที่ยังคงตั้งตรงอยู่มาหลายสิบปี
ผมยิ้มและคิดถึงความทรงจำในวัยเยาว์
และผมมั่นใจว่า ถึงแม้อะไรหลายๆอย่างจะเปลี่ยนไป
แต่ใจของใครบางคนก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
……………………..