24/11/2008 10:48
ฟัน คือ อาการอย่างหนึ่ง เมื่อกล่าวถึงเราจะเข้าใจทันทีว่า มันคืออาการ “โก่ง” ราคาเกินจริง
ฟัน มีหลายรูปแบบ แล้วแต่ความฉลาดของผู้ฟัน และความโง่ของผู้ถูกฟัน
คราวที่ไปอินโด ‘ท่านประธาน’ ก็เคยโดนฟัน เพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ ระหว่างรอไปชมโบรโม่ที่ฟีนาจากันตอนพรุ่งนี้เช้า บ่ายวันนั้นทางเรานั้นก็ได้เดินสำรวจหมู่บ้านในแถบภูเขาไฟโบรโม่เล่นๆ เนื่องจากว่างจัดไม่มีอะไรทำ เดินไป เดินมา หน้าเหมือนลิง ก็ไปเจอชายคนหนึ่งพร้อมกับรถขายก๋วยเตี๋ยว หรือเราจะเรียกเขาว่า “ก๋วยเตี๋ยวรถ” (คู่แข่งกับก๋วยเตี๋ยวเรือบ้านเรา) ก็ย่อมได้ ท่านประธานเห็นแล้วก็เฉยๆ ผมก็เฉยๆ ไม่กล้า แต่เมียท่านประธานสั่ง “พี่ต้นนนน” (ชื่อท่านประธาน)
เรียบร้อยครับ หนึ่งชาม เป็นเย็นตาโฟ พอถาม “เห่าไหม๊?” (How much?)
เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ แต่จับใจความได้ว่า “ห้าพันรูเปี๊ยะ”
หลังจากนั้นไม่นาน ก๋วยเตี๋ยวหลายชามก็ตกมาอยู่ในกำมือเรา เราก็แด… เอ๊ย!! ทานก๋วยเตี๋ยวกันเป็นที่สนุกสนาน สักพักก็มีเด็กชาวบ้าน เดินผ่าวงเข้ามาซื้อก๋วยเตี๋ยว พี่คนขายก็ยิ้มๆ พอแกยื่นก๋วยเตี๋ยวไปให้น้องคนนั้น น้องก็ยื่นเงินกลับมา เป็นจำนวนเงินที่พวกเราเห็นกันชัดๆ ว่าแค่ “สองพันห้ารูเปี๊ยะ!!”
(ฮา!!)
20/11/2008 10:37
คราวก่อนที่ผมได้ไปเที่ยวอินโดนีเซีย ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวโบราณสถานอันขึ้นชื่อของที่นี่ด้วย สถานที่นั้นก็คือ บรมพุทธโธ หรือ Borobudur ในภาษาอังกฤษ ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ในฝันที่ผมจะต้องมาถึงให้ได้ และก็ได้ถ่ายภาพไปมากมาย
สภาพบรรยากาศนั้น สวยงามมาก
ยิ่งตอนพระอาทิตย์ขึ้นใหม่ๆ นั้นยิ่งสวยจับใจ
การที่จะได้ไปชมทัศนียภาพของบรมพุทธโธให้ได้สวยๆ นั้นก็มีเคล็ดลับนิดหน่อย คือ คุณต้องไปตั้งแต่เช้า และด้วยความที่สถานที่นี้นั้นก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวอินโดนีเซียด้วย ผมจึงต้องขอบอกไว้ว่าเมื่อสายแล้วคนจะเยอะมาก ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยนะ (ของผมไปไม่ตรง แต่เคยเห็นในรูปของคนที่ไปวันอาทิตย์มา) โดยถ้าจะมาถ่ายภาพก็ต้องตื่นกันตั้งแต่ตีห้า และขึ้นบรมพุทธโธกันตั้งแต่ประตูเปิดคือ 6 โมงเช้ากันเลย เพราะช่วงเช้านั้นเมฆหมอกจะสวยมาก และเราจะสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นใกล้ๆ กับภูเขาไฟ Merapi ที่อยู่ในบริเวณนั้นได้อีกด้วย
(Merapi ผมเรียกว่า ‘เมอ-รา-ปี้’ นะ)
แต่ผมนอนที่โรงแรม Manohara (น่าจะอ่านว่า ‘มะ-โน-หา-รา’) ซึ่งอยู่ติดกับบรมพุทธโธ และที่นี่ก็จะมีบริการเปิดประตูให้เราเข้าไปก่อนในช่วงตีห้าด้วย แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นพิเศษ 10 USD. ซึ่งถ้าไปวันธรรมดาก็คงไม่จำเป็นหรอกมั้ง
ว่าแต่ข้างบนวิวสวยจริงๆ นะ ไว้ว่างๆ จะอัพรูปให้ดู
17/12/2007 05:02
แหม ผมนี่ตั้งชื่อซะหรูเลย โรด ทู โบรโม่
เหตุมันเกิดมาจากเมื่อวานซืนครับ พอดีอยู่ดีๆ ท่านประธานก็โทร. มาหาว่า ให้ไปประชุมเรื่องที่จะไปโบรโม่ด้วย จริงๆ ผมก็ไม่น่าไปหรอก เพราะรู้เรื่องกับเขาที่ไหน แต่ไหนๆ เขาก้ชวนมาแล้ว ไปบันทึกภาพเก็บไว้สักหน่อย ว่าเราเตรียมการกันมานานมากเพียงใด?
แต่มาเล่า ท้าวความเป็นมากันเสียก่อนว่าเจ้า “โบรโม่” นั้นคืออะไร?
โบรโม่ มันคือภูเขาไฟครับ ตอนแรกผมก็ไม่ได้ไปรู้จักอะไรหรอก เพียงแต่ว่าเคยเห็นเพื่อนรุ่นลุงชาวอินโดนีเซียในมัลติพายส่งรูปภูเขาช็อคโกแลต ฮิลล์ มาให้ผมดู ทำให้ผมรู้สึกว่า เออ ชาตินี้กูต้องไปอินโดให้ได้ อะไรประมาณนั้นเลยทีเดียว (ซึ่งจริงๆ แล้วผมเข้าใจผิด ไอ้ “Chocolate hill” เนี่ย จริงๆ แล้วมันอยู่ในฟิลลิปปินส์) ทีนี้ อยู่มาวันหนึ่ง ผมต้องเดินทางไปซื้อแผ่นซีดีเปล่าที่พันธุ์ทิพย์ บังเอิ๊นเหลือเกินที่ต้องเดินผ่านหน้าสถานฑูตอินโดนีเซียที่อยู่ข้างกัน ก็เห็นรูปภุเขาไฟหน้าตาแปลกๆ ในโฆษณาของสถานฑูต ซึ่งมันประทับใจผมมาก เพราะมันสวยกว่าเจ้าจ๊อกกาแจ๊กฮิลล์ (ช็อคโกแล็ต ฮิลล์) ไม่น้อยเลยทีเดียว จนผมรู้สึกว่าชาตินี้กูต้องไปอินโด!! ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ผมก็เลยหาข้อมูลอยู่นาน จนรู้ว่ามันคือ “ภูเขาไฟโบรโม่”

แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมานะ อยู่ดีๆ เพื่อนผมก็ชวนกันเอง (เอ… เหมือนมีผีพรายไปกระซิบ) ทริปนี้ ถือว่าเป็นทริปตามรอยเวบนักเดินทางดอตคอมครับ เพราะเท่าที่คุยๆ ดู อืม… ใช่เลย แต่ผมก็โอเคนะ จริงๆ ผมอยากไปบาหลีมานานแล้ว เพราะว่าเคยเห็นงานของช่างภาพฝรั่งคนหนึ่ง หนังสือแกขายไม่ออก มาเลอยู่ที่โลตัสหัวหิน โอ้ ชีวิตคนอินโดนี่ก็แจ่มเหมือนกันนิ ชีวิตคนไทยนี่ค่อนข้างจะเติบโตอย่างสะเปะ สะปะ อย่างชาวเขาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใส่ชุดพื้นเมืองของเขาแล้ว… น่าเสียดายจังเลย เพราะฉะนั้น ชาตินี้กูต้องไปอินโดให้ได้!!
อีกอย่างผมไปเจอบุโรพุธโธของเจ๊แจ๊คกี้ แกไปเที่ยวมา (ผมไม่รู้จักเขาหรอก รู้แต่ว่าน่ารัก คิคิ)
ซึ่งพอเห็นภาพของเจ๊เค้าแล้ว ผมก็บอกกับตัวเองอีกครั้งหนึ่งว่า โอ้ มายก็อค ชาตินี้ กูต้องไปอินโด!!