:o: ลิงจ๋า ป่าละอู :o:

17/11/2008 16:33

เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวน้ำตกป่าละอู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แต่เข้าคนละทางกับทางอช. นะครับ ป่าละอูจะอยู่ห่างออกมาไกลมาก ห่างกันเป็นชม. เลย ไปก็ไม่ได้เที่ยวอะไรสักเท่าไหร่ เหมือนไปเปลี่ยนที่กินมากกว่า ในฤดูนี้ ที่ลานกางเต๊นท์นั้นไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เรียกว่ามีผมกับเพื่อนๆ เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น

แต่เราก็ไม่ได้ไปเที่ยวน้ำตกกันนะครับ เพราะว่าวันแรกกินกันจนอิ่มแปร้ (อาหารอร่อยมากๆ อิอิ)

แต่พอวันที่สอง ดันเจอฝนเสียนี่

ก็เลยไม่ได้ขึ้นไปน้ำตกกัน ก่อนจะจากลาจากป่าละอู หลังจากออกจากด่านมาได้ไม่นานที่นี่จะมีลิงมาคอยอำลาพวกเราด้วย ลิงฝูงนี้ผมเขาใจว่าเป็นลิงกลุ่มที่อยู่ริมถนนนี้ประจำ เพราะตอนมาก็เห็นนั่งรออยู่ริมถนนอยู่แล้ว ตอนขากลับเห็นรถคันที่สวนเข้าไปนั้นให้อาหารกับลิงฝูงนี้ด้วย ลิงฝูงนี้ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นพันธุ์อะไร? แต่เห็นว่าน่ารักดี ขนยาวและมีหน้าแดง ส่วนลูกๆ ของมันก็จะเป็นสีครีมไม่เหมือนตัวโตเต็มวัย ทุกๆ ตัวไม่กลัวรถ แต่กลัวคนครับ ถ้าเราเปิดหน้าต่างรถเมื่อไหร่ มันจะรีบหนีทันที

ยกเว้น… ก็เหมือนลิงทั่วไป คือ ถ้ามีอะไรให้มันกิน มันก็จะไม่กลัวเราครับ

อ้อ ฝูงนี้ไม่ดุนะ แต่สักวันอาจจะเป็นเช่นลิงเขาวัง… :P

:o: เวียดนาม ขามใจ :o:

10/11/2008 23:31
Posted by hotduckz in Blog, เวียดนาม

เป็นครั้งแรกที่ผมจะไปเวียดนาม หลังจากตะลุยไปประเทศที่ติดชายแดนมาหมดแล้ว

แถมมีบินลัดฟ้าไปถึงอินโดครั้งหนึ่ง…

ก็ตื่นเต้นสิครับ เพราะว่ามีเรื่องกังวลใจหลายอย่าง

วันนี้ก็ไปพูดคุยกับเพื่อนที่เคยไปเวียดนามมาก่อน ก็ได้ใจความหลายต่อหลายอย่าง เช่น การเตรียมตัว จริงๆ มาถึงตรงนี้แล้ว ผมอยากเปลี่ยนใจ ไปกับทัวร์จริงๆ แต่ทำไงได้หล่ะ มีไปกันอยู่แค่สองคน ไหนจะไปตั้งสิบวัน และทริปนี้มีผมคนเดียวที่เคยไปเมืองนอก เหอ เหอ เหอ

เรื่องเงินตีไปซะว่าใช้วันละพัน เผื่ออีกนิด แลกไปเป็น US ซะ 5,000 บวกที่มีอยู่แล้วอีก 100 US. แลกเป็นด่องซะ 3,000 ที่เหลือพกเป็นเงินไทยคงจะพอ ส่วนกระเป๋าคงจะเอาใบเล็กๆ แทน เสื้อผ้าใส่ซ้ำเอา ไม่ก็ลองหาที่ซัก แล้วกระเป๋ากล้อง นี่ผมยังลังเลจนปวดหัว สรุปเอาชุดใหญ่ไปเลยหล่ะ (แล้วผมจะโดนปล้ำ เอ๊ย!! โดนปล้นหรือเปล่า!?!) นี่ต้องขี่จักรยาน + มอเตอร์ไซค์ด้วย แล้วขาตั้งจะพกยังไงเนี่ย สงสัยต้องตัดขาออกไปอย่างแน่นอน T-T

ภาษาหล่ะ ผมไม่เคยพูดภาษาอังกฤษเลย ถึงจะทำงานกับฝรั่งก็จริง

แต่… กรูคุยกับมันผ่านเวบเท่านั้น - -

แล้วเห็นว่าสำเนียงอาจจะทำให้เป็นปัญหา ก็ต้องหาหนังสือที่มีภาพสถานที่ที่จะไป กับสมุดโน๊ดและปากกาติดไปด้วย แผนที่ก็ต้องหามาไว้ โน๊ตให้เรียบร้อย ถึงราคาค่าเดินทางและที่พัก ป้องกันการโดนฟันหัวแบะจนกลายเป็นตำนานที่เวียด

และสุดท้าย หวังว่าผมคงรอดกลับมา…

:o: กล้องใหม่ ชีวิตใหม่ อดไป ยี่เปง :o:

09/11/2008 08:45
Posted by hotduckz in Blog, เชียงใหม่

แหมสบายใจ…

จริงๆ แล้วอาทิตย์นี้เขามีลอยโคมยี่เปงกันที่เชียงใหม่ ตอนแรกผมก็ลุ้นว่าจะไปเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาแล้ว เจ้า D2Hs กล้องใหม่ที่ได้มาก็ยังไม่ได้เก่งอะไรสักเท่าไหร่นัก ถ้าเทียบกับ Nikon D3 ก็เลยว่าอย่าเพิ่งใจร้อนไปดีกว่า รอดูรูปของเพื่อนๆ แล้วค่อยแสล๋นไปเมื่อพร้อม แล้วผมก็ไปถ่ายงานแต่งแทน

Libation

ด้วยกล้องตัวใหม่ ผมมีความสุขมากๆ

ผมสลัดความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่ได้เป็นของตัวของผมเองออกไปจนสิ้น ส่วนมันดียังไงผมคงไม่บอกหรอก เดี๋ยวจะมีคนประสาทมาว่าผมปลุกปั่น ให้คนไปซื้อกล้องแพงๆ ซึ่งจริงๆ แล้วผมว่า คนจะซื้อกล้องแพงๆ นั้น เขาย่อมรู้ตัวของเขาดีว่ากำลังทำอะไร? (ถ้าไม่ใช่คนบ้าเสียสติอ่ะนะ) หลังจากจบงานแต่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมก็คงจะต้องทำบุญกรวดน้ำ ที่เคยได้ด่า ผีกล้องฟิล์ม ผีล้าหลัง ผีไม่เป็น ผีอ่อนหัด ผีขี้โม้ ผีหลอกเด็ก จนพวกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดไปหมดแล้ว…

แต่ขอให้ผีทุกตนจงสงบ จนกว่าผมจะตั้งตัวได้ก่อนแล้วกัน ไม่งั้นของดี “ถึงหน้าบ้านท่านแน่นอน”

ยังไม่ได้ให้อภัย คราวนี้แค่กรวดน้ำให้เฉยๆ :)

:o: เมืองที่การจราจรวุ่นวายที่สุด :o:

30/10/2008 19:47

ในเมืองไทยผมว่าเมืองเชียงใหม่ครับ

จริงๆ เอ๊า ถึงผมไปอยู่เชียงใหม่ได้แค่ไม่กี่อาทิตย์ก็ตาม (นับรวมจากที่เคยไปทั้งหมดนะ) แต่ผมก็เคยเห็นคนไปเที่ยวนั่น เที่ยวนี่มาทีละหนสองหน เขายังวิจารณ์ที่เที่ยวนั่นได้อย่างเผ็ดร้อน คนที่นั่นอ่านแล้วคงนอนไม่หลับแน่นอน แต่นี่ผมแค่เล่าให้ฟัง และสรุป (เอ… มันไม่วิจารณ์ตรงไหน?)

ปรกติแล้วผมไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ออกถนนนัก แถมล่าสุดที่เคยขี่ก็ตอนอายุแค่หลักสิบปลายๆ ตอนไปทริปมอเตอร์ไซค์ครั้งแรกในชีวิตครั้งนั้น ผมอายุสามสิบเอ็ดแล้ว รถก็ไม่เคยขับครับ แต่ตลอดสิบวันแม่ฮ่องสอน - ปางอุ๋ง - ปาย - เชียงราย - เชียงใหม่นั้นผมต้องใช้ชีวิตอยู่บนอานมอเตอร์ไซค์ตลอด เรียกว่าตอนลงจากรถนี่แทบจะเดินตัวตรงไม่เป็น ต้องงอเข่า + ยกแขนและกำมือเดิน ตอนไปเที่ยวที่อื่นๆ นั้นผมไม่เคยมีปัญหาอะไร ส่วนมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในการขับขี่นั้นผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจังหวัดที่ไปถึง ระหว่างจังหวัดใช้นั่งรถทัวร์เอา

เชียงใหม่ที่ว่าวุ่น นอกจากด้วยผังเมืองที่ดูแล้วไม่อำนวยต่อการจราจรนัก และก็เพราะช่วงเวลาหลังเลิกงานคนในเชียงใหม่นั่นเยอะมาก เรียกว่าถนนหลายสายจะเต็มไปด้วยรถ ปรกติแล้วถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนจะขับรถกันดีทุกคน (ยกเว้นรถแดงที่ยังรักษาความคงเส้นคงวาในการขับขี่; เป็นรถที่ควรระวังเมื่อขับตามหลัง) แต่ถ้าเป็นช่วงรถว่างๆ ก็ระวังกันหน่อย เพราะเขาจะขับแบบสบายๆ เคยเจอโฟล์คเต่าขับคุยมือถือ ช้าตามชื่อรถ แต่พอผมจะแซง พี่แกกลับไม่ยอมขับรถปาดหน้าซะอย่างนั้นก็มี เสียดายรถมันวิ่งเร็วไม่งั้นจะจอดถ่ายวีรกรรมพี่ไว้สักหน่อย

แต่อีกเรื่องมันก็ความผิดไอ้ผมนี่แหล่ะครับ ด้วยความที่มาถึงเชียงใหม่แล้วเห็นว่าเป็นเมืองเลยไม่ได้เลือกเอารถดีๆ มาขี่ ดันเอารถเก่าๆ มาขี่เพื่อประหยัดงบ นี่คุณคงพอเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น???

ใช่แล้วหล่ะ เวลาผมขี่มันมักจะมีปัญหาเสมอ…

เช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งหน้ากาดสวนแก้ว ผมกำลังจะขี่รถไปกินข้าวหลังมช. ครับ ไม่รู้ผมไปทำท่าไหน? วิ่งอยู่ดีๆ รถมันเข้าเกียร์ว่างเฉยเลย พลันก็มีเสียงสาบแช่งขึ้นมาจากรถคันข้างหลังทันที “ไอ้สัตว์ @#$% #^& &**()@” อ่าว เหี้ยอะไรของมันเนี่ย รถมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ กูยังไม่รู้เลย ปรากฎว่าผมก็เลยต้องจอดพัก แต่มองหน้าไอ้ไร้น้ำใจนั่น มันก็เฉย เลยปล่อยไอ้นั่นไปก่อนแบบว่าขอหยุดเสพย์ความทรงจำอันแสนประทับใจที่มีต่อคนเชียงใหม่เก็บเอาไว้สักหน่อย…

พอถึงหลังมช. ก็อึ้งย้งเล็กน้อย มอเตอร์ไซค์จอดกันเป็นแพยาว ที่เสียบรถเข้าไปแทบจะไม่มี เรียกว่าแน่นจนถ้ามีรถคันไหนล้มสักคันหนึ่ง ผมว่ามันจะต้องเกิดโดมิโน่มอเตอร์ไซค์ครั้งยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน…

อ้อ ที่หลังม. อาหารอร่อยครับ ที่ชอบๆ เลย คือ ข้าวต้มฟรีนี่แหล่ะ :)

แต่กับข้าวซื้อนะ, ทำอร่อยดีครับ

อีกครั้ง คราวนี้ผมไม่ได้โดนด่า หลังจากกลับมาจากมช. กำลังรอจะกลับรถอยู่ ในขณะที่รถวิ่งกันติดๆ ด้วยความเร็วสูงพอสมควรก็มีรถ CR-V คันหนึ่ง เจ้าของคุยโทรศัพท์มือถือมาแต่ไกลทำให้ขับช้ากว่าชาวบ้านเขาแบบเห็นๆ เลย ยิ่งถ้าคุณมารออยู่แยกนั้นได้สักระยะอย่างผมจะเห็นแบบว่าแจ่มมากๆ ว่ามันทิ้งคันหน้าเป็นสิบเมตร แต่คันอื่นเขาขับจ่อกันแทบเอาหน้าติดตูด ทันใด ไอ้กะบะคันทางขวามือผมเห็นช่องอย่างนั้นมันก็รีบเสียบเลยครับ แต่มันไม่พ้น ไม่ชน แต่ก็ตัวโก่งหล่ะครับ และแทนที่ไอ้ CR-V นั้นจะเฉยๆ เพราะมันหน่ะแหล่ะช้าเอง มันกลับเปิดหน้าต่างมาตะโกนด่า “ไอ้ควาย” ทั้งๆ ที่มือของเขาเองยังถือโทรศัพท์อยู่ แต่จริงๆ ผมว่าไอ้ CR-V นี่ผิดเต็มๆ เพราะคนขับรถกะบะนั้นเป็นผู้หญิง!! ถ้าจะด่าต้องด่าว่า “อีควาย” ต่ะหากหล่ะ :P

เรื่องนี้ผมคงจำไม่รู้ลืม เพราะเหมือนโดนด่าเอง เนื่องจากมันจอดรถด่าตรงหน้ารถผมพอดี

เสียดายกล้องวิดีโออยู่ในเป้ แต่เหตุการณ์นั้นทำให้ผมอยากได้มือถือที่บันทึกวิดีโอได้เลยทีเดียว

เพราะมันหน้าด้านดี, ฮา

พอดีกว่า ถึงอยากระบายความไร้น้ำใจของคนแค่ไหน แต่ผมก็เมื่อยมือแล้ว 555+

อ้อ มีวิดีโอทริปที่ว่าสิบวันมาฝากด้วย ความยาว 5 นาทีครับ –> คลิ๊ก!!

:o: เป็ด ป.1 จะขึ้น ป.2 :o:

06/10/2008 23:54
Posted by hotduckz in Blog

วันนี้ผมได้ไปเที่ยวหมอชิตมา กว่าจะไปถึง นั่งรถตั้งแต่บ่ายสี่โมง ถึงก็เล่นไปทุ่มนึง

ขนาดว่ารถเมล์ทางด่วนนะเนี่ย…

ไปคราวนี้ ผมไปจองตั๋วเพื่อขึ้นภูกระดึงเป็นครั้งที่…

ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย จ๊ากกก อิอิ

แต่ที่แน่ๆ ค่ารถ ป.1, ป.2 ยังคงเท่าเดิม หรือคงขึ้นนิดหน่อย แต่ค่ารถ VIP เท่าที่ได้ยิน จะอยู่ที่หกร้อยกว่าบาทแพงกว่าของเดิมแน่ๆ (แอร์เมืองเลย) คราวนี้ผมไปรถ ป.1 เหมือนกับทุกๆ ครั้ง อัตราค่าโดยสารก็อยู่ที่ 410 บาท และได้จองตั๋วไปมุกดาหารด้วย เผื่อไว้เลยเนื่องจากผมจะเดินทางไปเวียดนามครั้งแรกในวันที่ 4 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ตอนแรกจะไป VIP เหลือบไปเห็นราคา 870 บาท เล่นเอาถอยเลย ต้องมานั่งป.1 เหมือนเดิม ค่ารถก็ราวๆ คนละ 600 กว่าบาท รับได้ๆ อิอิ

เดินไป เดินมาในหมอชิต ก็เหลือบไปเห็นราคารถ ป.2 สู่เชียงคาน ถ้าจำไม่ผิดราวๆ สี่ร้อยบาท

เอาหล่ะ หาเวลาไปเชียงคานอีกดีกว่า :)

:o: ปลั๊กนั้น สำคัญไฉน? :o:

23/02/2008 03:08
Posted by hotduckz in Blog

ผมว่าคนเที่ยวต่างประเทศอยู่เป็นประจำคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในต่างประเทศนั้นปลั๊กใช้ปลั๊กที่แตกต่างกันจากบ้านเรา ปัจจุบััน ไอ้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เราจะต้องใช้งาน มันก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น ยิ่งคนถ่ายภาพด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความสำคัญอย่าลืมปลั๊กเป็นอันขาด ถึงตาย อิอิ

(ใครอย่าได้มาเถียงเรื่องงี้ใช้ฟิล์มดีกว่านะครับ กล้องบางตัวเมมกิ๊กเดียว ถ่ายได้เจ็ดร้อยกว่ารูป แต่ฟิล์มเจ็ดร้อยกว่าภาพนี่ต้องขนไปยี่สิบม้วนนะครับ น้ำหนักก็ราวๆ กิโลนึง แถมผมเชื่อว่า ไม่มีใครที่ถ่ายภาพกันแค่นั้นหรอก ยิ่งพวกถ่ายภาพมาได้สักระยะนึงด้วยนะ ไปต่างประเทศผมว่ามีร้อยม้วนก็ไม่พอ แล้วไอ้ร้อยม้วนนั่นก็ซื้อดิจิตอลคอมแพคได้ตัวนึงแล้วหล่ะ…)

ปลั๊กแบบต่างๆ ในโลกนี้มีอะไรบ้าง

Australia, New Zealand (Type I)
Belgium, France (Type E)
USA, Canada, Japan (Type A & Type B)
Denmark (Type C & Type K)
Germany, Netherlands, Sweden (Type C & Type F)
United Kingdom, Malaysia, Singapore, Taiwan (Type G)
Switzerland (Type J)
Thailand (Type A & Type C)

ถ้ายังไม่เจอก็ หาเพิ่มเติมได้ที่นี่

ดูรูปปลั๊กแบบต่างๆ ได้ที่นี่

ส่วนปลั๊กแปลงพวกนี้ ถ้าไปดูตามโลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์เราจะเจอแต่แบบที่เอาอุปกรณ์ต่างประเทศแปลงปลั๊กเพื่อเอามาเสียบที่บ้านเราเท่านั้น จะไม่ค่อยมีแบบที่เอาไปใช้ตามต่างประเทศ ต้องไปตามร้านที่ไฮโซหน่อย เช่น Home pro, Home work หรือถ้าไม่กลัวรถติด จอดรถยากที่พันธุ์ทิพย์ (ฟอร์จูน ผมไม่แน่ใจ) มีแบบที่สามารถแยกหัวปลั๊กออกมาแปลงได้ และสามารถเลือกเอาเฉพาะอันที่ใช้สำหรับเอาไปใช้ในต่างประเทศได้อีกด้วยครับ อันนี้สะดวกมากเลยแนะนำ เพราะขนาดจะเล็ก น้ำหนักพกพาก็เบา

จบข่าวครับ

:o: พ้นตรุษจีนแล้ว :o:

11/02/2008 10:42
Posted by hotduckz in Blog

ผมก็ออกมาเพ่นพ่านได้ (ผมชื่อเป็ดอ่ะนะ)

จริงๆ แล้วผมเป็นคนเกิดปีมะโรง หรือ ปีมังกร เป็นมังกรทองเสียด้วย แถมธาตุของตัวผมเองก็เป็นธาตุทอง โดยผมไม่ได้เป็นคนเชื่อโชคลางอะไรหรอก เพียงแต่ว่ามีคนทำให้ผมอยากดูดวงและเอาดวงปีนี้มาให้ผมดู ก็จำอะไรไม่ค่อยจะได้ นอกจาก คนเกิดปีมังกรนี่ เท่ห์ หล่อ ผยอง เชื่อมั่นในตนเอง อะไรงั้น

Star Field

เนื้อคู่เป็นสาวปีระกา จะส่งเสริมเรื่องเงิน ส่วนผมปีมะโรงจะส่งเสริมคนปีระกาในเรื่องความรัก ฮุฮุ

เรื่องการงานปีนี้ไม่เฮง (ท่าจะซวย โดนแย่ๆ ไปหลายงานแล้ว) ส่วนเรื่องความรักนั้นจะมีโอกาสได้ร่วมหอ ลงโลง เอ๊ย!! ลงโรง หรือมีความก้าวหน้ามากขึ้น อืม… ท่าทางหมอเดาของสำนักนี้จะไม่แม่นเสียแล้ว อิอิ

และสีที่ถูกโฉลกก็คือ สีทอง สีเหลือง และสีน้ำตาล!! สีที่ไม่ถูกโฉลกก็คือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีในลิ๊งค์ของบล็อคที่ผมทำอยู่พอดี ช่วงว่างๆ ผมเลยจัดการเปลี่ยนแปลงมันเสียยกใหญ่เลย หวังว่าทุกๆ คนจะชอบเวบหน้าตาแบบนี้นะครับ ^^

ปล. รูปดาว ถ่ายเองอ่ะครับ

:o: สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2551 :o:

14/01/2008 17:51
Posted by hotduckz in Blog

เอ่อ… แหมเขิลล์จังเลย ปีใหม่มาตั้งสิบสี่วันแล้ว เพิ่งจะนึกได้ว่าที่นี่ยังไม่ได้สวัสดีปีใหม่ แต่อย่างว่าคนขี้เกียจอย่างผมคงไม่มีใครเขาถือสาหาความอะไรนัก

ปีที่แล้วผมได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเป็นประจำ อย่างปีนี้ก็มีโครงการเพียบแล้วเหมือนกัน แต่ด้วยความขี้เกียจก็ไม่รู้ว่าจะได้พิมพ์มาให้อ่านกันหรือเปล่านะครับ ว่าแต่ไม่พูดพล่ามทำเพลงดีกว่า

Sky

สวัสดีปีใหม่ 2551 ครับ ปีใหม่ ฟ้าใหม่ เริ่มใหม่กับสิ่งที่เคยพลาดหวังไป

ขอให้ประสบความสำเร็จกันทุกๆ คนครับ

:o: ไฟนั้น สำคัญ ไฉน? :o:

20/12/2007 03:20

ไฟฉาย เป็นสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวควรจะติดตัวไว้ อย่างผมวันนี้ก็เพิ่งไปซื้อไฟฉายมาหยกๆ เพราะว่าเมื่อต้นเดือนได้มีโอกาสไปดอยอ่างขาง และระหว่างที่ผมกำลังรอพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อถ่ายรูปที่จุดชมวิว “กิ่วลม” นั่นเอง ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า อืม… ใส่เลนส์ดีกว่า แต่ตอนอยู่ในรถดันไม่ใส่ มายืนใส่นอกรถทั้งๆ ที่มันมืดๆ อย่างนั้น ก็เรียบร้อยครับ…

ครึ่ก… เสียงเลนส์ชิ้นท้ายของเลนส์มหาแพงราคา 3,500 กระแทกเข้ากับเมาท์กล้องอย่างจัง จนเป็นรอยขนาดใหญ่อย่างถาวร วันนั้นคงจะเป็นวันที่ผมต้องจดจำไปจนวันตาย…

3,500 เอง หลายคนอาจจะทักว่าทำไมเลนส์มันถูกจัง…

…คือ 3,500 หน่ะ หน่วยมันเป็น US Dollar ครับ ไม่ใช่เงินบาท…

นั่นหล่ะ วันนี้ผมถึงไปซื้อไฟฉายมา มันเป็นไฟฉายแบบคาดหัวที่ใช้ถ่าน AA แบบสองก้อน มีกลไกการออกแบบที่เรียบๆ ง่ายๆ หน่อย เพราะถ้าเป็นแบบ LED ผมเห็นแล้วว่า โดนน้ำที่ไร มันเป็นต้องเจ๊งทุกที (ถ้าเป็นคนเที่ยวแบบดุๆ แนะนำให้ใช้แบบกันน้ำได้ไปเลยครับ ไม่งั้นเดี๋ยวได้เสียเงินกันหลายรอบ) แต่แบบที่ผมซื้อมามันจะเป็นแบบหลอดไส้ธรรมดา ซึ่งมันก็มีข้อเสียที่ว่า เวลาหลอดมันจะขาด มันจะไม่มีการมาบอกกับคุณว่า “พี่ค๊าบ ผมไม่ไหวแล้ว ผมขอลานะค๊าบ” อะไรทำนองนี้ ไม่เหมือน LED หัวเดียว แรงก็แรง ไหนจะมีหลายหลอดในหัวเดียว แถมผมยังไม่เคยเห็น LED หลอดขาดสักกะที ไหนจะหรี่กำลังเพื่อประหยัดถ่านได้อีกต่างหาก… แต่เอาน่าแค่ไฟฉายคาดหัว

แล้วทำไมผมต้องซื้อแบบคาดหัวด้วยหล่ะ?

มาท้าวความกันดีกว่า ผมกับท่านประธานของแก๊งค์สีรุ้งนั้น มีความผูกพันธ์กันมานมนาน เพราะเรียนหนังสืออยู่ที่เดียวกันถึง 6 ปี เราต่างมีความฝันในวัยเรียนหลายอย่างที่ตรงกัน สิ่งหนึ่งก็คือ การท่องเที่ยวโดยเฉพาะเที่ยวธรรมชาตินี่แหล่ะ แรกๆ ผมกับประธานต้น ก็ลองผิดลองถูกกันมาเรื่อย ช่วงแรกที่เที่ยวนั้น เราต่างไม่รู้อะไรกันเลย แถๆ แบบกูอยากจะทำกันไปเรื่อย จนมาถึงจุดที่มีรถขับ ไปเที่ยวแบบซื้อเขากิน จนบ้าขนาดว่ามีเตาสนาม สามารถทำกับข้าวทานกันเองเมื่อออกมาเที่ยวไกลๆ ได้

แรกๆ ผมกับต้นใช้ไฟฉายที่เป็นกระบอกเล็กๆ เป็นพลาสติกสีๆ แรดๆ หน่อย เป็นของ Panasonic (อันที่ใช้คาดหัวอยู่ปัจจุบันก็ใช้ของ Panasonic) ซื้อเอาจากโลตัส บิ๊กซี หรือคาร์ฟูร์นี่หล่ะ ทีนี้เมื่อก่อนต้นนั้นก็ทำค่ายครูห้องเรียนธรรมชาติ ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสไปบันทึกภาพน้องๆ เขาทำกิจกรรมด้วยเหมือนกัน การออกค่ายครั้งนั้นเราต้องทำอาหารกินกันเอง แต่วันนั้นไม่รู้เป็นอะไร ไฟแถวนั้นมันไม่มี เลยต้องใช้ไฟฉายทำกับข้าวกันไม่งั้นก็คงมองอะไรไม่เห็น ด้วยความที่มีแต่ไฟฉายแบบนั้น เวลาทำกับข้าว เราก็ต้องใช้มือทั้งสองมือ ทำให้ไม่สามารถถือไฟฉายได้ และเมื่อถือไฟฉายไม่ได้ แน่นอน “ก็ต้องคาบมันไว้” ไม่งั้นหล่ะ มึดตึ๊บ

หุหุ ครับ คงไม่มีใครอมไฟฉายไว้แน่นอน ต่างคนก็ต่างคาบด้วยฟัน และทำงานไป

แต่พอทำได้สักพักนึงมันก็… ตึ๋ง

ตึ๋ง

และก็ติ๋ง เราต้องคอยปาดมันออก แถมฮาไปเรื่อย

ครับ น้ำลายมันไหลออกมาจากปากนั่นเอง กร๊ากก ตั้งแต่นั้นมา พวกเราก็ใช้ไฟฉายคาดหัวกันทุกคน :P ซึ่งอันนี้ถ้าใครไม่เชื่อว่าน้ำลายมันจะไหล ก็ลองคาบดินสอแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานดูนะ อิอิ (ห้ามอมๆ)

 

ปล. แต่จริงๆ ไฟฉายแบบคาดหัวก็ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคนหรอกนะ ถ้าไปเที่ยวเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร ผมว่าไฟฉายธรรมดาก็โอแระ

:o: Road to Bromo :o:

17/12/2007 05:02
Posted by hotduckz in Blog, Indonesia

แหม ผมนี่ตั้งชื่อซะหรูเลย โรด ทู โบรโม่

เหตุมันเกิดมาจากเมื่อวานซืนครับ พอดีอยู่ดีๆ ท่านประธานก็โทร. มาหาว่า ให้ไปประชุมเรื่องที่จะไปโบรโม่ด้วย จริงๆ ผมก็ไม่น่าไปหรอก เพราะรู้เรื่องกับเขาที่ไหน แต่ไหนๆ เขาก้ชวนมาแล้ว ไปบันทึกภาพเก็บไว้สักหน่อย ว่าเราเตรียมการกันมานานมากเพียงใด?

แต่มาเล่า ท้าวความเป็นมากันเสียก่อนว่าเจ้า “โบรโม่” นั้นคืออะไร?

โบรโม่ มันคือภูเขาไฟครับ ตอนแรกผมก็ไม่ได้ไปรู้จักอะไรหรอก เพียงแต่ว่าเคยเห็นเพื่อนรุ่นลุงชาวอินโดนีเซียในมัลติพายส่งรูปภูเขาช็อคโกแลต  ฮิลล์ มาให้ผมดู ทำให้ผมรู้สึกว่า เออ ชาตินี้กูต้องไปอินโดให้ได้ อะไรประมาณนั้นเลยทีเดียว (ซึ่งจริงๆ แล้วผมเข้าใจผิด ไอ้ “Chocolate hill” เนี่ย จริงๆ แล้วมันอยู่ในฟิลลิปปินส์) ทีนี้ อยู่มาวันหนึ่ง ผมต้องเดินทางไปซื้อแผ่นซีดีเปล่าที่พันธุ์ทิพย์ บังเอิ๊นเหลือเกินที่ต้องเดินผ่านหน้าสถานฑูตอินโดนีเซียที่อยู่ข้างกัน ก็เห็นรูปภุเขาไฟหน้าตาแปลกๆ ในโฆษณาของสถานฑูต ซึ่งมันประทับใจผมมาก เพราะมันสวยกว่าเจ้าจ๊อกกาแจ๊กฮิลล์ (ช็อคโกแล็ต ฮิลล์) ไม่น้อยเลยทีเดียว จนผมรู้สึกว่าชาตินี้กูต้องไปอินโด!! ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ผมก็เลยหาข้อมูลอยู่นาน จนรู้ว่ามันคือ “ภูเขาไฟโบรโม่”

จองตั๋วกันในร้านแมคโดนัลด์

แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมานะ อยู่ดีๆ เพื่อนผมก็ชวนกันเอง (เอ… เหมือนมีผีพรายไปกระซิบ) ทริปนี้ ถือว่าเป็นทริปตามรอยเวบนักเดินทางดอตคอมครับ เพราะเท่าที่คุยๆ ดู อืม… ใช่เลย แต่ผมก็โอเคนะ จริงๆ ผมอยากไปบาหลีมานานแล้ว เพราะว่าเคยเห็นงานของช่างภาพฝรั่งคนหนึ่ง หนังสือแกขายไม่ออก มาเลอยู่ที่โลตัสหัวหิน โอ้ ชีวิตคนอินโดนี่ก็แจ่มเหมือนกันนิ ชีวิตคนไทยนี่ค่อนข้างจะเติบโตอย่างสะเปะ สะปะ อย่างชาวเขาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใส่ชุดพื้นเมืองของเขาแล้ว… น่าเสียดายจังเลย เพราะฉะนั้น ชาตินี้กูต้องไปอินโดให้ได้!!

อีกอย่างผมไปเจอบุโรพุธโธของเจ๊แจ๊คกี้ แกไปเที่ยวมา (ผมไม่รู้จักเขาหรอก รู้แต่ว่าน่ารัก คิคิ)

ซึ่งพอเห็นภาพของเจ๊เค้าแล้ว ผมก็บอกกับตัวเองอีกครั้งหนึ่งว่า โอ้ มายก็อค ชาตินี้ กูต้องไปอินโด!!

Next Page »