30/01/2008 21:04
มันก็สืบเนื่องมาจากเมื่อปีที่แล้วที่ผมได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวปางอุ๋งโดยบังเอิญแล้วก็เกิดติดใจขึ้นมา ปีนี้ผมเลยวางแผนขึ้นไปอีก โดยเปลี่ยนไปกางเต๊นท์นอนบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ก็มีการเตรียมการบ้างเล็กน้อย โดยผมตัดสินใจแบกเต๊นท์และเปลไปเพื่อนอนที่นั่น แต่สุดท้ายเปลก็ไม่ได้ใช้เลยเพราะไม่รู้จะเอาไปกางที่ไหน? และนอกจากนี้ การเอาเต๊นท์ไปยังเป็นภาระทำให้ผมขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปไม่ได้ด้วย เนื่องจากแค่กระเป๋ากล้องกับกระเป๋าเสื้อผ้า มันก็หนักอยู่แล้ว นี่ยังจะมีเต๊นท์ เปลและถุงนอนอีก ผมเลยต้องขึ้นปางอุ๋งด้วยรถประจำทาง ค่ารถก็ถูกมากๆ แค่ 60 บาท ขึ้นจากตลาดที่แม่ฮ่องสอน ราวๆ 3 ชม. ก็ถึงปางอุ๋งแล้ว…

จริงๆ ผมก็ลองเทสต์ขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นปางอุ๋งตัวเปล่าก่อนด้วยนะ และผมก็เลือกรถค่อนข้างเก่าด้วย (Honda Dream) ก็เลยขึ้นปางอุ๋งแทบจะไม่ได้ บางที่ต้องขี่ด้วยเกียร์หนึ่งตลอดเลย ทรมานรถน่าดู แต่ผมว่าถ้าใช้รถใหม่ๆ หน่อยอย่างพวก Click, Meo และสัมภาระติดตัวแค่เท่าที่จำเป็นผมว่าขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นปางอุ๋งนั้นไม่ได้เป็นเรื่องลำบากสักเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเป็นคนชอบขี่มอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว รับรองจะสนุก
การกางเต๊นท์นอนบนปางอุ๋งนั้นจะมีจุดให้กางเต๊นท์หลายที่ตั้งแต่ที่บ้านลุงปาละ ตรงหมู่บ้านรวมไทย, ลานกางเตีนท์ของพื้นที่ทหาร และส่วนลานกางเต๊นท์ในส่วนของโครงการพระราชดำริ ผมเลือกส่วนในสุดคือส่วนโครงการพระราชดำริปางตอง (ปางอุ๋ง) เพราะว่าอยากจะถ่ายภาพตอนเช้าและตอนเย็นในบริเวณนี้ ซึ่งก็ดีครับเพราะว่าเขาไม่เก็บค่ากางเต๊นท์ ส่วนอาหารการกิน หากเราไม่อยากเดินไกลก็เดินขึ้นไปกินด้านบนโครงการก็ได้ แต่เมนูจะมีเพียงมื้อละอย่าง เช้าเป็นข้าวต้ม ส่วนกลางวันจะเป็นกระเพราหมูราดข้าว (สั่งไข่เพิ่มได้) ส่วนมื้อเย็นไม่ทราบเหมือนกัน ซึ่งข้าวต้มที่นี่ผมชอบมากๆ เลย เพราะแยกผักต่างหาก เลือกใส่เองตามความพอใจ
แต่ถ้าเราจะเดินไปทานข้าวที่หมู่บ้านรวมไทยก็ย่อมได้ ตอนนี้มีร้านขายข้าวอยู่หลายร้านทีเดียว
ส่วนภาพถ่ายอื่นๆ ของปางอุ๋งจากทริปนั้น สามารถชมเพิ่มเติมได้ที่นี่ (คลิ๊ก)
28/05/2007 22:13
…ฉันจะถ่ายภาพเธอ อิอิ
ปาย ครั้งแรกที่ผมได้ยินแล้วสะกิดหูผมนั้น ผมได้ยินครั้งแรกจากปากของ ‘น้ามือหมุน’ น้าคนนี้ผมค่อนข้างจะนับถือแกนะ แต่ก็น้าเค้าก้อชอบพูดจาแบบผู้สูงอายุอยู่บ่อยๆ ผมเลยไม่อยากคุยกับน้าเค้าสักเท่าไหร่ ประโยคที่ผมได้ยินมานั้นนั้นนี่ประมาณว่าน้าแก (จริงๆ เรียก ‘ลุง’ ก็ได้นะเนี่ย) คุยว่าแกไปปายมาตั้งแต่สมัยยูโทปายโน่น มันอย่างโน้น มันอย่างนี้นะ ทำให้ผมหมั่น… เอ๊ย!! จำคำว่า ‘ปาย’ ได้ขึ้นใจเลยทีเดียว

ภาพตัวเมืองปายจากวัดพระธาตุแม่เย็น (คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่)
ปายเป็นเมืองเล็กๆ ก็จริง แต่ถ้าจะให้มีเวลาเที่ยวให้ทั่วทุกแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ ปาย คุณอาจจะต้องใช้เวลาหลายวันหน่อย อย่างผมไปอยู่สามวันสองคืน ก็ไปเที่ยวได้สองเส้น คือ เส้นวัดน้ำฮูไปไหว้พระพี่นางสุพรรณกัลยา แล้วไปต่อที่หมู่บ้านจีนยูนาน เสียดายที่ยางแตกเสียก่อนผมเลยไม่ได้ไปต่อ ส่วนอีกวันนึงผมเลือกขี่มอเตอร์ไซค์ไปห้วยน้ำดัง (ไกลโคตร, ความสามารถเฉพาะตัวห้ามลองเลียนแบบ)
ส่วนในตัวเมืองก็ธรรมดาทั่วไป ร้านอินเตอร์เนต ร้านเหล้า ร้านของที่ระลึก ตรึม… แต่ร้านที่เด่นๆ ใครมาแล้วก็ต้องไปก็จะมี ‘ร้านมิตรไทย’ กับ ‘ร้าน All about coffee’ สองร้านนี้จะอยู่ตรงข้ามกันครับ อืม จริงๆ ยังมีร้านส้มตำหน้าอำเภอที่ผมอยากจะแนะนำ แต่… เวงหล่ะ จำชื่อไม่ได้อ่ะ - -’
บรรยากาศร้านมิตรไทยใครชอบถ่ายภาพหล่ะเพลินเลยหล่ะ…
(read more » )
18/05/2007 20:48
หลังจากนั่งรถจนหลับแล้ว หลับอีกไปหลายรอบ ผมก็เดินทางมาถึง ‘ดินแดนแห่งความฝัน’ ของผม เพียงแต่ว่าพอถึงท่ารถที่ปาย ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนตบกะโหลกอย่างแรง… “สาดดด, นี่มันข้าวสารนี่หว่า?” นี่ผมไม่ได้นึกในใจอย่างเดียวนะ แต่บ่นออกมาด้วย เพราะที่ใครๆ ว่าที่นี่นั้นเป็นที่ๆ อย่างที่ผมฝัน ประมาณว่าสัมผัสชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาตินั้นมันไม่จริงเลยสักนิดเดียว มันห่างไกลเหลือเกิน…
ใครว่าปายคือยูโทเปีย… สิบปีก่อนมั้งนั่น

แต่จริงๆ พอผมอยู่ที่นี่ได้สอง-สามวันก็ถึงจะได้รู้ว่า จริงๆ ไอ้อย่างที่ผมวาดฝันไว้ มันก็มีอยู่เหมือนกันเพียงแต่ว่ามันอยู่นอกเขตเมืองออกไป…
การเดินทางมาปายครั้งนี้ ผมเดินทางมาจากแม่ฮ่องสอน โดยอยู่ที่แม่ฮ่องสอนสองคืน ปางอุ๋งคืนนึง แล้วก็มาต่อที่ปายอีกสามคืน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเชียงใหม่อีกสามคืน นับว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก แต่การจะเดินทางมาปายนั้นจริงๆ จะมาจากเชียงใหม่ก็ได้ แต่ผมก็ไม่เคยไปปายจากเชียงใหม่เหมือนกันนะ
(read more » )
02/05/2007 00:03
วัดทั้งสามวัดนี้เป็นวัดที่อยู่ในเมืองแม่ฮ่องสอนครับ จากปางอุ๋งถ้ามีรถจริงๆ เราจะตรงไปที่ปาย หรือเชียงใหม่เลยก็ได้ แต่สำหรับผมแล้ว ผมเดินทางด้วยรถสาธารณะ จึงต้องกลับมาต่อรถที่แม่ฮ่องสอนก่อน…

บรรยากาศหน้าวัดก้ำก่อ เวลาเช้าหมอกลงที่นี่นั้นสวยงามมาก เพียงแต่ว่าผมไม่ได้เอาฟิลเตอร์แก้สีสำหรับถ่ายภาพหมอกด้วยฟิล์มสไลด์ไป (อุตส่าห์ซื้อมาตั้งแพง) ก็เลยเลือกถ่ายตอนที่อากาศดีกว่าช่วงเช้าจัดๆ ไม่ได้ สีมันจะออกมาดูแล้วช้ำเลือด ช้ำหนอง อ้อ แต่ตอนนี้มีดิจิตอลแล้วนะครับ ช่วงอากาศแบบไหนก็ไม่กลัวครับ ปีนี้อาจจะไปแก้มืออีก
 |
 |
วัดก้ำก่อ เป็นวัดเล็กๆ ถ้าเราตรงมาจากถนนสายหลักจากกรุงเทพฯ เมื่อผ่านอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชามาแล้วพักเดียวก็จะถึงวัดทั้งสามวัดนี้แล้ว โดยวัดพระนอนกับวัดม่วยต่อจะอยู่ที่เชิงเขาของวัดพระธาตุดอยกองมู (ทางด้านซ้ายมือของถนน) ส่วนวัดก้ำก่อจะอยู่อีกฝาก
วัดก้ำก่อ เป็นวัดเล็กๆ มีศิลปะกรรมแบบล้านนา และแบบทางพม่าที่สวยงามให้ชมมากมาย เสียดายผมไม่ค่อยจะมีเวลานัก |
| พระธาตุที่เห็นทางด้านขวามือ เป็นภาพที่ผมถ่ายไว้ด้วยฟิล์มอินฟราเรด เนื่องจากแสงขณะนั้นแรงมากๆ ถ่ายสไลด์มาก็คงดูไม่สวยเท่าไหร่
โดยพระธาตุนี้จะอยู่ใกล้กับทางเข้าออกของวัด เป็นพระธาตุที่มีความสวยงามน่าถ่ายภาพมากแห่งหนึ่งในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนทีเดียว แต่ก็จะใหญ่และมีชื่อเสียงสู้พระธาตุกองมู กับพระธาตุวัดจองกลางไม่ได้ แต่ถ้ามาแม่ฮ่องสอนอย่าลืมแวะมานะครับ ที่นี่ก็สวยเหมือนกัน |
|
|
 |
 |
นี่คือ สิงห์หน้าบันไดวัดพระนอน เป็นศิลปะแบบล้านนา น่าเสียดายที่ตอนนั้นผมดันถ่ายภาพมาเป็นอินฟราเรดเสียนี่ เอาเป็นว่าสิงห์นี้มีสีขาว มีนัยตาวาว สีเขียวมรกตครับ อืม พูดไป เราก็คงไม่เห็นภาพ คิดว่าเพื่อนๆ คงต้องแวะมาชมกันเองอีกที่หนึ่งแล้ว ที่วัดพระนอนนี่มาไม่ยากครับ จากหมอชิต พอนั่งรถทัวร์กรุงเทพฯ - แม่ฮ่องสอนมาก็จะลงที่หน้าวัดพระนอน-วัดม่วยต่อพอดี ส่วนวัดก้ำก่อ ก็อยู่ตรงกันข้ามกับวัดพระนอน สามวัดนี้เดินเที่ยวกลับไป กลับมาก็ได้นะครับสนุกดี อิอิ |
วัดสามวัดนี่ผมเสียดายอยู่อย่างนึง ตรงที่ผมพักอยู่ตรงหน้าวัดพอดี ทำให้ตัวเองนึกว่าจะมาถ่ายภาพวัดสามวัดนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ภาพสวยๆ เลยไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ มีแต่ภาพแบบเจาะจงเป็นจุดๆ
สุนัขตัวสีดำในรูป เป็นสุนัขรับแขกที่น่ารักมาก ผมถ่าย VDO ไว้ด้วย ฮามากขอบอก

ที่วัดพระนอนนี่ยังมีสิ่งที่ผมยังไม่ได้บันทึกภาพอีกมาก เช่น ในโบสถ์และพระประธาน เนื่องจากประมาท เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าวัดนี้อยู่ตรงข้ามบ้านพักของผมพอดี แต่ถ้าเป็นวัดม่วยต่อผมจะถ่ายภาพมาบ้าง เพราะถ้าผมจะเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยกองมูแล้วต้องผ่านทางนี้ทุกวัน แต่ก็ยังไม่ได้ภาพทิวทัศน์ (สี) แบบสวยๆ
ที่นี่ก็เป็นอีกวัดที่น่าสนใจ จริงๆ แล้วมีอะไรให้ถ่ายภาพมากเลยครับ ก็คือ วัดม่วยต่อ วัดนี้จะเชื่อมต่อกับวัดพระนอนผ่านทางประตูเล็กๆ ได้
สำหรับที่นี่ ผมต้องขออภัยที่ดันถ่ายภาพรวมๆ ของวัดม่วยต่อมาแต่แบบอินฟราเรดขาว-ดำ ไว้โอกาสหน้าครับ โอกาสนี้ ก็เอาภาพมาให้ดู เป็นการเรียกน้ำย่อย เผื่อว่าเพื่อนๆ จะได้แรงบันดาลใจในการไปเที่ยวเมืองแม่ฮ่องสอนกัน :D
26/04/2007 00:49
และแล้วก็ถึงเวลาเช้าที่รอคอย ผมอยากเห็นภาพที่ได้เคยเห็นในอีเมล์ที่ส่งมาหาผมเหลือเกิน… มันเป็นภาพหมอกจางๆ บนผิวน้ำ ถึงช่วงที่ผมมาเที่ยวเป็นช่วงต้นพฤศจิกายนซึ่งอากาศจะยังไม่หนาวสักเท่าไหร่ แต่ผมก็อดใจไม่ได้ที่จะออกไปดูว่าสายหมอกในยามนี้ จะมีความสวยงามเป็นอย่างไร…

ช่วงที่ผมไปนั้นไม่ค่อยจะมีผู้คนนัก เนื่องจากเป็นช่วงกลางสัปดาห์ จะมีคนมาเที่ยวเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ทำให้ผมมีเวลาละเมียดละไมกับการถ่ายภาพอยู่พอสมควรทีเดียว…
เช้าวันนั้นไม่ได้เป็นเช้าที่เหมาะกับการถ่ายภาพอะไรนัก แต่ก็พอที่จะทำให้ผมได้ภาพดีๆ ติดกล้องกลับมาบ้างเหมือนกัน ผมก็ถ่ายมาทั้งฟิล์มและดิจิตอลคอมแพค วันนี้ก็ตรัสรู้แระ… เอา D-SLR เลยดีก่า อิอิ
 |
 |
Tip: การถ่ายภาพทิวทัศน์นั้นมืออาชีพถือว่าช่วงเวลาเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จนถึงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นไปแล้วราวๆ 1-2 ชม. จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพทิวทัศน์ (ส่วนกลางวันๆ นั้นก็ถ่ายได้สวยเหมือนกันนะ อย่าได้ไปยึดติด) ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นนี้ ลำแสงจากดวงอาทิตย์จะส่องมาเป็นแนวเฉียง ทำให้ได้ภาพที่ดูมีทิศทาง ทำให้ภาพดูมีมิติ และนอกจากนั้นอุณภูมิของแสงที่เป็นแสงทอง หรือสีอุ่นๆ ของแสงพระอาทิตย์ยามนั้น ก็ยังน่ามองยิ่งนัก สาวๆ และหนุ่มๆ หลายคน มักจะไม่พลาดที่จะถ่ายภาพบุคคลกันในเวลานี้ เพราะแสงจะทำให้ตัวแบบดูสวยหล่อกว่าความเป็นจริงมาก อิอิ
|
ภาพช่วงพระอาทิตย์ขึ้นนั้น ถ้าเป็นในฤดูหนาว ความสวยงามของมันจะถูกเติมแต่งด้วยอากาศเย็นๆ หมอกจางๆ หรือถ้าอยู่ในที่สูงเราก็จะสามารถเห็นทะเลหมอกได้ หากเราเลือกถ่ายภาพในเวลานี้ ถึงจะต้องลำบากลุกขึ้นมาเดินทางไปถ่ายภาพตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น แต่ผมก็รู้สึกสุขใจทุกครั้งที่ได้ภาพถ่ายดีๆ ติดมือกลับไป…
(read more » )
20/04/2007 15:12
ผมไม่เข้าใจเลยว่า ‘ทำไมใครๆ ก็อยากไปปางอุ๋ง’ ส่วนตัวแล้วผมเห็นรูปในอีเมล์แล้วก็รู้สึกว่า อืม สวยดีนะ อยากไปมั่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ไขว่คว้าหาโอกาสไปนัก ตอนแรกยังนึกว่าปางอุ๋งคืออุทยานแห่งชาติเลย (จุ๊จุ๊ อย่าเอาไปบอกใครนะครับ ผมอายเขา) จนได้มีโอกาสมาแม่ฮ่องสอนและเจอกับลุงสังวาลย์คนนำเที่ยวที่มาถามผมว่า “ไปปางอุ๋งไหม๊?” ครับ ไหนๆ ก็มาแล้ว ไปเสียหน่อยก็ดี ปรากฎว่าการตัดสินใจครั้งนั้น เป็นการตัดสินใจที่ดี ที่ประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิตของผมเลย

ทางขึ้นปางอุ๋งนั้นเป็นถนนลาดยาง ค่อนข้างจะเดินทางได้ลำบากเพราะทางชัน โดยเฉพาะเมื่อเลยหมู่บ้านรักไทยมาแล้ว ถึงลุงแกจะใช้รถใหม่มาก ผมก็ยังระแวงๆ อยู่ เนื่องจากทางขึ้นปางอุ๋งนั้นคดเคี้ยวไม่แพ้ทางมาแม่ฮ่องสอนเลย ผมว่าปีนี้จะลองขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปดูก็ยังคิดแล้วคิดอีกเลย (คิดไม่ตกสักที)
แต่จริงๆ แล้วจากแม่ฮ่องสอน ที่ตลาดตอนเช้าก็มีรถสองแถวมาปางอุ๋งนะครับ ผมว่าผมอาจจะเลือกวิธีนี้ แต่ถ้าขึ้นสองแถวก็ไม่มีโอกาสได้แวะที่อื่นนะ
ก่อนถึงปางอุ๋ง เราจะต้องผ่านที่หมู่บ้านรวมไทยก่อน ที่ปากทางหมู่บ้านเราก็จะพบกับ ‘บ้านลุงปาละ’ ที่เคยเป็นผู้ใหญ่บ้านมาก่อนเป็นบ้านแรก พอเข้าไปที่บ้านลุงปุ๊บผมก็พบว่าที่นี่แหล่ะ ใช่เลย!! หลังจากปลดเป้แล้วผมก็ออกเดินทางไปเที่ยวปางอุ๋งเสียหน่อย เดินไม่ไกลหรอกครับแค่พอเรียกเหงื่อได้บ้าง
ระหว่างทางนั้นถ้าเราใช้วิธีเดินเท้าก็มีอะไรๆ ให้ชม เพลินๆ มากมาย หลังจากออกมาจากบ้านลุงปาละนี่ผมหมดฟิล์มไปเป็นม้วนๆ เลยทีเดียว เสียดายทีไม่ได้เอากระเป๋ากล้องออกไปด้วย เนื่องจากนึกว่าไม่มีอะไร

มีบริการล่องแพด้วย…

นอกจากนี้ยังมีที่พักริมน้ำอีกด้วย ซึ่งผมก็ยังไม่เคยมาพักนะ…
(read more » )
15/04/2007 22:38
อุทยานแห่งชาติแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติเล็กๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมากนัก ส่วนตัวแล้วผมไม่รู้จักที่นี่มาก่อนเลย ได้ลุงสังวาลย์เป็นคนพามาเที่ยวนี่แหล่ะครับ ก็นับว่าที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่ประทับใจผมอย่างมากแห่งหนึ่ง
ผมจำไม่ได้แล้ว ว่าผมเข้าไปยัง “น้ำตกผาเสื่อ” ยังไง (ขออภัยจริงๆ ครับ พอดีมันยังเช้าๆ อยู่ รถก็ไม่ได้ขับเอง อิอิ, อ้อ ป๋มไถ่โทษแล้วนะ ด้วยการไปหาข้อมูลจากหนังสือมา ลง แต่อยู่ในส่วนของ comment นะ) น้ำก็คิดว่าพอจะลงเล่นได้ ส่วนมุมสำหรับถ่ายภาพก็มีอยู่บ้างพอสมควร แต่ไม่ได้เป็นน้ำตกที่ใหญ่สักเท่าไหร่ ซึ่งผมคิดว่าเหมาะสำหรับแวะมาพักเหมือนกัน (เอ… แวะหรือเปล่านะ น้าชักงง) ตัวน้ำตกลงไปจากลานจอดรถแค่แว๊บเดียวครับ

ชื่อน้ำตกผาเสื่อนั้นผมก็ยังไม่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงที่มา แต่เดาๆ ได้ว่าเป็นเพราะที่ภูเขาตรงที่ทำการอุทยานจะมีผาหินปูนอยู่ด้านหน้า มีลักษณะเป็นผืนเหมือนกันกับเสื่อ คงทำให้คนเรียกที่นี่ว่าน้ำตกผาเสื่อกระมังครับ
ส่วนตัวที่ทำการอุทยานอยู่ติดถนนใหญ่ จะมีทางเดินเข้าสู่ถ้ำปลา ถ้าผมจำไม่ผิดจะอยู่เลยทางขึ้นปางอุ๋งมาไม่ไกลนัก โดยถ้ามาจากแม่ฮ่องสอน อุทยานแห่งนี้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองราวๆ 25 กิโลเมตร คิดว่าพอที่จะขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยวได้นะ ถ้าแวะมาก็น่าจะเที่ยวให้ครบทั้งถ้ำปลา และน้ำตกครับ
“ถ้ำปลา” อยู่ลึกเข้าไปจากปากทางอุทยานไม่ไกลเท่าใดนัก เดินเข้าไปใช้เวลาไม่กี่นาที หากชอบเราก็สามารถซื้ออาหารไปให้ปลาทานในระหว่างการเดินทางก็ได้ ที่นี่มีปลาเยอะมากทีเดียว ถ้าชอบให้อาหารปลาแนะนำให้ซื้อกันมาเยอะๆ ครับ เพราะแรกๆ ที่เราเดินเข้าไปเราจะพบแต่ปลาตัวเล็กๆ ไม่ใหญ่เท่าใดนัก แต่พอเดินเข้าไปสักระยะหนึ่งปลามันก็จะเริ่มใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น สุดท้ายนี่ตัวใหญ่เป็นเมตร!! นี่ผมไม่ได้พูดเล่นนะ! เอาไปเทียบกับตรงปากทางนี่มันแค่ปลาตัวกะปิ๊ดเดียวเอง
 |
 |
ก่อนจะถึงถ้ำปลาจะมีจุดหนึ่งที่ทางอุทยานจัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้และถ่ายภาพกัน ก็คือ เครื่องตำข้าวพลังน้ำ และบ้านไทใหญ่
บนบ้านไทใหญ่นั้นเราสามารถขึ้นไปชมได้ตามอัธยาศัย บอกตรงๆ ว่าข้างบนเป็นยังไงผมก็จำไม่ได้แล้วหล่ะ เพราะมัวแต่เปลี่ยนฟิล์มอยู่ แถมอยากให้อาหารปลามั่กๆ เรย อิอิ |
|
จากจุดนี้เดินไปนิดเดียวก็จะถึงถ้ำปลาแล้วหล่ะครับ…

เมื่อมาถึงสุดทางก็จะเป็นถ้ำปลา ถ้าปลาเป็นถ้ำเล็กๆ ที่มีน้ำลอดออกมาจากทางใต้ถ้ำ ภายในถ้ำจะมีรูปฤาษีอยู่ ที่น่าแปลกก็คือ พวกปลาพวกนี้นั้นมาจากไหนกัน? ผมก็สงสัยเหมือนกัน เท่าที่สอบถามดูเขาก็ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับปลาพลวงเท่าใดนัก รู้แต่ว่าเสพย์ติดตาย เอ๊ย!! กินแล้วมีพิษถึงตาย (มิน่ามันถึงได้รอดมาได้ ไม่สูญพันธุ์ไปเสียก่อน อิอิ)
จริงๆ ผมก็ลืมบอกไปนะว่า ที่ผมประทับใจ นอกจากบรรดาปลาที่น่ารักๆ ทั้งหลายแล้ว อาหารปลาที่นี่ก็ยังน่ากิน เอ๊ย!! ยังน่าสนับสนุนด้วย เพราะเป็นอาหารปลาแบบธรรมชาติจริงๆ เป็นพวกผักและผลไม้ ถึงจะไม่เป็นอาหารตามธรรมชาติของปลาก็จริง แต่ก็รู้สึกดีกว่าอาหารปลาแบบเม็ดมากๆ เลยครับ

และถ้าหากเรามาเที่ยวที่นี่เสร็จแล้วจะตรงขึ้นปางอุ๋งเลย ผมก็แนะนำว่าไปแวะทานอาหารที่หมู่บ้านรักไทยดีกว่า อร่อยมาก (แต่ระวังหลงหาไม่เจอนะ เดี๋ยวจะฮา ผมก็จำทางไม่ได้เหมือนกัน, ตอนผมไปครั้งนั้นผมทานหน้าอุทยานฯ แล้วขึ้นไปต่อขาหมูที่หมู่บ้านรักไทย เล่นเอาจุกเลย) แต่ถ้าจะไปที่อื่นต่อ ทานอาหารที่หน้าอุทยานนี่เลยก็ดีเหมือนกันครับ
14/04/2007 21:49
อิอิ ก็ลืมเรื่องแม่ฮ่องสอน - เชียงใหม่ไปเสียนาน เรามาต่อกันดีกว่า…
 |
|
หลังจากที่ลุงสังวาลย์พาผมไปเที่ยวหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว (บ้านห้วยเสือเฒ่า) ไปแล้ว เราก็เดินทางบ่ายหน้าสู่จุดมุ่งหมายที่ตอนแรกไม่ได้อยู่ในโปรแกรมมาเที่ยววงกลมแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ของผม ก็คือ ‘ปางอุ๋ง’ แต่ก่อนจะถึงปางอุ๋ง ลุงก็พาเราแวะไปเที่ยวหมู่บ้านรักไทยก่อน ตอนแรกก็ไม่อยากกินเหมือนกันนะ เพราะตอนนั้นผมปวดฟันอยู่ แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ลองสั่งขาหมูยูนานที่ขึ้นชื่อลือชามาดู โอ้โห!! มันน่ากินมากๆ ครับ ขาหมูนั้นรสชาติดีมากๆ เนื้ออาจจะเหมือนขาหมูทั่วไป แต่หนังนั้นน่ากินมากๆ เพราะว่าทานแล้วไม่รู้สึกว่ามัน หรือเลี่ยนเหมือนกับขาหมูธรรมดา เรียกว่าซัดเกือบหมด (ทั้งๆ ที่ผมปวดฟันอย่างเรง)
|
หมั่นโถวก็น่ากินครับ ขาวอวบ จะแถมฟรีมาให้กับขาหมูเลย (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ผมลองกินทั้งแบบ กินกับข้าว และกินร่วมกับหมั่นโถวก็แปลกไปอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน มื้อนี่ว่ากันไม่ถึงสองร้อย ฟรีน้ำเปล่า

ที่นี่ก็พอจะมีวิถีชีวิตที่แปลกตา น่าสนใจมาก โดยเฉพาะบ้านที่ทำจากดิน นอกจากนั้นจุดนี้ ยังเป็นจุดที่ใกล้ชายแดนพม่า ขนาดว่าสามารถมองเห็นทหารพม่าในระยะไกลๆ ได้เลยทีเดียว ใครอยากเห็นทหารพม่าหล่ะก้อ ลองซื้อกล้องส่องทางไกลจากร้านแถวนี้เพื่อส่องดูนะครับ เผื่อว่าเค้าจะเล็งปืนมาทางเรา อิอิ
และนอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีอะไรๆ ให้เราได้ชอปปิ้งกันบ้างเล็กน้อย เช่น ขนม, ชา, หรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการดื่มชา เหมาะสำหรับเป็นจุดแวะพักก่อนขึ้นปางอุ๋งอีกแห่งหนึ่ง เช่นเดียวกันกับ ‘อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา’ ซึ่งผมต้องขออภัยจริงๆ ที่ผมลืมไป จริงๆ แล้วถ้ำปลาต้องมาถึงก่อนหมู่บ้านรักไทยครับ
(read more » )
22/03/2007 22:31
ระหว่างที่ผมกำลังเปลี่ยนฟิล์มอยู่นั้นเอง (ใช้กล้องฟิล์มด้วยเหรอเนี่ย, ครับ กำลังจะหลงถูกกลับมาใช้ดิจิตอลแล้ว) ก็มีลุงคนหนึ่งแกเดินเข้ามาหา ชื่อว่าลุงสังวาลย์ โพธิ ทำอาชีพบริการนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดใกล้เคียง แกก็มาถามว่าเคยไปเที่ยวปางอุ๋งไหม? อ่ะ แน่นอนผมเพิ่งเคยมาแม่ฮ่องสอนเป็นครั้งแรกอ่ะนะ สอบถามไป สอบถามมา แกก็บอกว่า แกรับจ้างพาเที่ยวได้นะ หลังจากตกลงราคากันอยู่พักนึง ผมก็ขอเบอร์โทร. ของลุงแกมาเผื่อว่าจะได้ไปเที่ยวปางอุ๋งสักที…
| เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็เลยตัดสินใจ เอาวะ ลองเหมารถลุงแกไปเที่ยวดูสักที เพราะในโปรแกรมนั้นเยอะเหลือเกิน คือ ไปเที่ยวหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า บ้านรักไทย แล้วขึ้นปางอุ๋ง เสร็จแล้วมาต่อพระตำหนักปางตอง กับภูโคลนปิดท้าย ผมก็เลยตกลง (แต่สุดท้ายไม่ได้ไปปางตอง กับภูโคลน เพราะลุงแกวิ่งรอก เดี๋ยวจะไปรับคนต่อไม่ทัน - -’)
เช้าวันถัดมา ลุงก็มารับผมตามที่นัด และออกเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาวกันก่อน ที่นี่เป็นที่ๆ ผมอยากมานานแล้ว เพราะเคยเห็นกระเหรี่ยงคอยาวแต่ในรูป วันนี้แหล่ะจะได้เห็นกระเหรี่ยงคอยาวตัวจริง เสียงจริงอย่างที่เคยวาดฝันไว้…
ประหม่าเล็กน้อย เหมือนเล่น MSN แล้วนัดสาวมาเจอเป็นครั้งแรก ‘ผมจะได้ภาพดีๆ กลับไปบ้างหรือเปล่านะ?’ ประโยคในใจผมประโยคนี้ผมจำได้แม่นเลย ก็ผมอยากได้ภาพสวยๆ จริงๆ และแล้วความประหม่าก็เริ่มจะจางหายไปเมื่อผมเดินเข้าสู่หมู่บ้าน ออกจะเช้าไปหน่อยเพราะผมไปถึงที่นั่นราวๆ แปดโมงเช้า ยังไม่มีนักท่องเที่ยวสักคนเลย และมีเด็กมาเล่นกันอยู่ที่ลานหมู่บ้านหลายคนทีเดียว ถือว่าเป็นการเริ่มต้นวันที่ดีมาก… |
|
|
จริงๆ ผมก็ลืมบอกไปว่า กระเหรี่ยงคอยาวนั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปาดอง” ครับ
ผมก็เดินเล่นอยู่สักพักหนึ่ง บ้านห้วยเสือเฒ่านั้นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตลอดทางหมู่บ้านจะมีของที่ระลึกขายอยู่ให้เราสามารถเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย ถ้ารักจะถ่ายภาพหล่ะก็ต้องมาแต่วันนะครับ เพราะว่าพอสายหน่อยก็จะมีทัวร์ชาวต่างประเทศมาลง คราวนี้จะถ่ายภาพก็ยากแล้วหล่ะ
ภาพที่เห็นสว่างๆ นั้นเป็นภาพที่ได้จากกล้องดิจิตอล ส่วนภาพที่มืดนั้นเป็นภาพจากฟิล์มซึ่งผมนำไปพุชผิดม้วน ม้วนนี้จริงๆ แล้วต้องเอาไปพุชแต่ดันจำสลับกับอีกม้วน ช่างน่าเศร้าเสียนี่กระไร…
ฟิล์มสไลด์นะ ไม่น่าเลย ฮือๆ
พอเดินเที่ยวรอบหมู่บ้านอีกสักพักผมก็เริ่มรู้สึกว่านักท่องเที่ยวนั้นชักมากขึ้นทุกที เลยต้องออกเดินทางต่อเสียแล้ว แต่ก็ประทับใจมากครับ ต้องขอบคุณนางแบบทุกๆ คนเลยที่ทำให้ผมได้มีภาพดีๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำ ว่าผมได้ทำความฝันสำเร็จไปอีกฝันหนึ่งแล้ว…
16/01/2007 23:49
หลังจากผมได้พาไปนมัสการวัดหัวเวียง, วัดจองคำและวัดจองกลางแล้ว หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่า เอ… แล้วแม่ฮ่องสอนนี่ยังมีวัดอยู่อีกหรือเปล่าครับ มีสิครับ มีอีกหลายที่เลยทีเดียว เดี๋ยวผมจะแนะนำวัดอื่นๆ ให้รู้จักกันครับ

วัดที่ขึ้นชื่ออีกวัดก็คือวัดพระธาตุดอยกองมู (เดิมชื่อวัดปลายดอย) ซึ่งเป็นวัดที่มีจุดชมทิวทัศน์เมืองแม่ฮ่องสอนอย่างสวยงาม เพราะวัดนี้นั้นอยู่บนยอดเขา โดยสามารถขึ้นชมได้โดยเดินเท้าขึ้นไป หรือจะขับรถขึ้นไปก็ได้ครับ วัดนี้ขึ้นชื่อขนาดว่าถ้าไม่ได้มา ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองแม่ฮ่องสอนทีเดียว
เมื่อมองทิวทัศน์ของเมืองแม่ฮ่องสอนจากบนนี้ นับว่ามีจุดชมวิวที่งดงามเป็นอย่างมากหลายจุดเลย หากมาเที่ยวถ่ายภาพผมแนะนำให้ลองเดินขึ้นเดินลงดู จะได้ภาพสวยๆ หลายภาพทีเดียว ไม่ต้องกลัวเหนื่อยนะครับ เพราะถ้าเราเหนื่อยเราก็หยุด พอเราหยุดก็ถ่ายภาพไปพลางๆ สำหรับผมแล้วมันสนุกครับ แต่สำหรับคนอื่น ผมไม่ทราบนะเอ้อ…
(read more » )
—
Next Page »