25/11/2008 11:25
บอร์ดอะรูมิไร้ ใครมันช่างคิด…
เมื่อก่อนบอร์ด Thailand Wilderness Study เขาใช้ชื่อนี้แหล่ะครับ…
แต่ที่เปลี่ยนไป จริงๆ ผมก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร…
ที่แน่ๆ เปลี่ยนแหล่ะดีแล้ว…
เพราะผมเคยมีเรื่องหน้าแหกที่ภูกระดึง ซึ่งมันต่อเนื่องมาจากภูหินร่องกล้า…
วันนั้น ผมได้มีโอกาสขึ้นภูกระดึงกับเพื่อนๆ ที่เป็นช่างภาพโดยอาชีพ แต่ฝีมือสู้ผมยังไม่ได้อีกสองคน ระหว่างทางเราก็หาอะไรถ่ายกันไปเรื่อย จนกระทั่งไปเจอกับเอื้องม้าวิ่งที่ขึ้นอยู่บนที่แห้ง ลักษณะลำต้นสูงตรงเป็นก้านแข็งสีออกแดงเข้ม สูงราวๆ ฟุต ใบยาว ชี้ขึ้นฟ้า มีดอกสีบานเย็น ซึ่งตอนนั้นผมยังละอ่อนในเรื่องความรู้เกี่ยวกับกล้วยไม้ ก็เลยไม่รู้ว่ามันคืออะไร? จนไอ้เชี่ยไผ่นั้นอ้าปากบอกมาว่า…
“เฮ้ย นี่มันดอกอะรูมิไร้นี่หว่า!!!”…
…เพื่อให้เข้าใจง่าย
ผมจึงขอย้อนเวลากลับไปราวๆ ครึ่งปีก่อนที่ผมจะไปภูกระดึงในคราวนั้น…
ที่ภูหินร่องกล้า ผมได้เดินเล่นอยู่กับเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวกับเทรคกิ้งไทย ระหว่างทางก็เห็นสาวๆ กลุ่มนั้นกำลังรุมล้อมดอกไม้สีเหลืองบนก้อนหินที่มีมอสที่ชุ่มชื้นและเฟิร์นเต็มก้อนหินไปหมด ลักษณะเป็นต้นอ่อน ไม่สูงนัก ลำต้นถ้าสูงประมาณคืบจะเริ่มเอียง ใบเป็นใบอ่อน ไม่ตั้งตรง ทั้งต้นจะเป็นสีเขียวยกเว้นดอก ทันใดที่ผมถามว่าเจ้านี่นั้นคือดอกไม้อันใดเล่า สาวเจ้าก็ตอบพร้อมๆ กันว่า
มันคือ “ดอกอะรูมิไร้”…
…นั่นแหล่ะครับ
คือ ความทรงจำของผมที่ได้รับมา และย้อนกลับมาที่ภูกระดึง…
หลังจากที่เชี่ยไผ่พูดออกมา ผมจึงสวนกลับไปอย่างรวดเร็วแบบ ‘ห้ามดื่มเกินวันละสองขวด โปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง’ และเสียงดังลั่นว่า “เฮ้ย มันไม่ใช่นะ ดอกอะรูมิไร้มันจะเป็นสีเหลือง ลำต้นกับใบมันก็ไม่ใช่แบบนี้ และมันไม่ขึ้นในที่แห้งขนาดนี้ด้วย ผมเพิ่งจะไปมาเมื่อช่วงหน้าฝนนี่เอง นี่มันหน้าหนาวแล้วไม่น่าจะ… ฉอดๆๆๆ แล้วลักษณะลำต้นมันนะจะ… ฉอดๆๆๆ”
ตอนนี้เชี่ยไผ่อึ้งไปแล้ว…
แต่เชี่ยหนุ่ยเพื่อนผมถึงกับต้องนั่งเอาตูดลงพื้น พร้อมหัวเราะเสียงดังลั่นภูฯ
24/11/2008 10:48
ฟัน คือ อาการอย่างหนึ่ง เมื่อกล่าวถึงเราจะเข้าใจทันทีว่า มันคืออาการ “โก่ง” ราคาเกินจริง
ฟัน มีหลายรูปแบบ แล้วแต่ความฉลาดของผู้ฟัน และความโง่ของผู้ถูกฟัน
คราวที่ไปอินโด ‘ท่านประธาน’ ก็เคยโดนฟัน เพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ ระหว่างรอไปชมโบรโม่ที่ฟีนาจากันตอนพรุ่งนี้เช้า บ่ายวันนั้นทางเรานั้นก็ได้เดินสำรวจหมู่บ้านในแถบภูเขาไฟโบรโม่เล่นๆ เนื่องจากว่างจัดไม่มีอะไรทำ เดินไป เดินมา หน้าเหมือนลิง ก็ไปเจอชายคนหนึ่งพร้อมกับรถขายก๋วยเตี๋ยว หรือเราจะเรียกเขาว่า “ก๋วยเตี๋ยวรถ” (คู่แข่งกับก๋วยเตี๋ยวเรือบ้านเรา) ก็ย่อมได้ ท่านประธานเห็นแล้วก็เฉยๆ ผมก็เฉยๆ ไม่กล้า แต่เมียท่านประธานสั่ง “พี่ต้นนนน” (ชื่อท่านประธาน)
เรียบร้อยครับ หนึ่งชาม เป็นเย็นตาโฟ พอถาม “เห่าไหม๊?” (How much?)
เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ แต่จับใจความได้ว่า “ห้าพันรูเปี๊ยะ”
หลังจากนั้นไม่นาน ก๋วยเตี๋ยวหลายชามก็ตกมาอยู่ในกำมือเรา เราก็แด… เอ๊ย!! ทานก๋วยเตี๋ยวกันเป็นที่สนุกสนาน สักพักก็มีเด็กชาวบ้าน เดินผ่าวงเข้ามาซื้อก๋วยเตี๋ยว พี่คนขายก็ยิ้มๆ พอแกยื่นก๋วยเตี๋ยวไปให้น้องคนนั้น น้องก็ยื่นเงินกลับมา เป็นจำนวนเงินที่พวกเราเห็นกันชัดๆ ว่าแค่ “สองพันห้ารูเปี๊ยะ!!”
(ฮา!!)
20/11/2008 10:37
คราวก่อนที่ผมได้ไปเที่ยวอินโดนีเซีย ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวโบราณสถานอันขึ้นชื่อของที่นี่ด้วย สถานที่นั้นก็คือ บรมพุทธโธ หรือ Borobudur ในภาษาอังกฤษ ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ในฝันที่ผมจะต้องมาถึงให้ได้ และก็ได้ถ่ายภาพไปมากมาย
สภาพบรรยากาศนั้น สวยงามมาก
ยิ่งตอนพระอาทิตย์ขึ้นใหม่ๆ นั้นยิ่งสวยจับใจ
การที่จะได้ไปชมทัศนียภาพของบรมพุทธโธให้ได้สวยๆ นั้นก็มีเคล็ดลับนิดหน่อย คือ คุณต้องไปตั้งแต่เช้า และด้วยความที่สถานที่นี้นั้นก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวอินโดนีเซียด้วย ผมจึงต้องขอบอกไว้ว่าเมื่อสายแล้วคนจะเยอะมาก ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยนะ (ของผมไปไม่ตรง แต่เคยเห็นในรูปของคนที่ไปวันอาทิตย์มา) โดยถ้าจะมาถ่ายภาพก็ต้องตื่นกันตั้งแต่ตีห้า และขึ้นบรมพุทธโธกันตั้งแต่ประตูเปิดคือ 6 โมงเช้ากันเลย เพราะช่วงเช้านั้นเมฆหมอกจะสวยมาก และเราจะสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นใกล้ๆ กับภูเขาไฟ Merapi ที่อยู่ในบริเวณนั้นได้อีกด้วย
(Merapi ผมเรียกว่า ‘เมอ-รา-ปี้’ นะ)
แต่ผมนอนที่โรงแรม Manohara (น่าจะอ่านว่า ‘มะ-โน-หา-รา’) ซึ่งอยู่ติดกับบรมพุทธโธ และที่นี่ก็จะมีบริการเปิดประตูให้เราเข้าไปก่อนในช่วงตีห้าด้วย แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นพิเศษ 10 USD. ซึ่งถ้าไปวันธรรมดาก็คงไม่จำเป็นหรอกมั้ง
ว่าแต่ข้างบนวิวสวยจริงๆ นะ ไว้ว่างๆ จะอัพรูปให้ดู
17/11/2008 16:33
เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวน้ำตกป่าละอู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แต่เข้าคนละทางกับทางอช. นะครับ ป่าละอูจะอยู่ห่างออกมาไกลมาก ห่างกันเป็นชม. เลย ไปก็ไม่ได้เที่ยวอะไรสักเท่าไหร่ เหมือนไปเปลี่ยนที่กินมากกว่า ในฤดูนี้ ที่ลานกางเต๊นท์นั้นไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เรียกว่ามีผมกับเพื่อนๆ เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น
แต่เราก็ไม่ได้ไปเที่ยวน้ำตกกันนะครับ เพราะว่าวันแรกกินกันจนอิ่มแปร้ (อาหารอร่อยมากๆ อิอิ)
แต่พอวันที่สอง ดันเจอฝนเสียนี่
ก็เลยไม่ได้ขึ้นไปน้ำตกกัน ก่อนจะจากลาจากป่าละอู หลังจากออกจากด่านมาได้ไม่นานที่นี่จะมีลิงมาคอยอำลาพวกเราด้วย ลิงฝูงนี้ผมเขาใจว่าเป็นลิงกลุ่มที่อยู่ริมถนนนี้ประจำ เพราะตอนมาก็เห็นนั่งรออยู่ริมถนนอยู่แล้ว ตอนขากลับเห็นรถคันที่สวนเข้าไปนั้นให้อาหารกับลิงฝูงนี้ด้วย ลิงฝูงนี้ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นพันธุ์อะไร? แต่เห็นว่าน่ารักดี ขนยาวและมีหน้าแดง ส่วนลูกๆ ของมันก็จะเป็นสีครีมไม่เหมือนตัวโตเต็มวัย ทุกๆ ตัวไม่กลัวรถ แต่กลัวคนครับ ถ้าเราเปิดหน้าต่างรถเมื่อไหร่ มันจะรีบหนีทันที
ยกเว้น… ก็เหมือนลิงทั่วไป คือ ถ้ามีอะไรให้มันกิน มันก็จะไม่กลัวเราครับ
อ้อ ฝูงนี้ไม่ดุนะ แต่สักวันอาจจะเป็นเช่นลิงเขาวัง… :P
10/11/2008 23:31
เป็นครั้งแรกที่ผมจะไปเวียดนาม หลังจากตะลุยไปประเทศที่ติดชายแดนมาหมดแล้ว
แถมมีบินลัดฟ้าไปถึงอินโดครั้งหนึ่ง…
ก็ตื่นเต้นสิครับ เพราะว่ามีเรื่องกังวลใจหลายอย่าง
วันนี้ก็ไปพูดคุยกับเพื่อนที่เคยไปเวียดนามมาก่อน ก็ได้ใจความหลายต่อหลายอย่าง เช่น การเตรียมตัว จริงๆ มาถึงตรงนี้แล้ว ผมอยากเปลี่ยนใจ ไปกับทัวร์จริงๆ แต่ทำไงได้หล่ะ มีไปกันอยู่แค่สองคน ไหนจะไปตั้งสิบวัน และทริปนี้มีผมคนเดียวที่เคยไปเมืองนอก เหอ เหอ เหอ
เรื่องเงินตีไปซะว่าใช้วันละพัน เผื่ออีกนิด แลกไปเป็น US ซะ 5,000 บวกที่มีอยู่แล้วอีก 100 US. แลกเป็นด่องซะ 3,000 ที่เหลือพกเป็นเงินไทยคงจะพอ ส่วนกระเป๋าคงจะเอาใบเล็กๆ แทน เสื้อผ้าใส่ซ้ำเอา ไม่ก็ลองหาที่ซัก แล้วกระเป๋ากล้อง นี่ผมยังลังเลจนปวดหัว สรุปเอาชุดใหญ่ไปเลยหล่ะ (แล้วผมจะโดนปล้ำ เอ๊ย!! โดนปล้นหรือเปล่า!?!) นี่ต้องขี่จักรยาน + มอเตอร์ไซค์ด้วย แล้วขาตั้งจะพกยังไงเนี่ย สงสัยต้องตัดขาออกไปอย่างแน่นอน T-T
ภาษาหล่ะ ผมไม่เคยพูดภาษาอังกฤษเลย ถึงจะทำงานกับฝรั่งก็จริง
แต่… กรูคุยกับมันผ่านเวบเท่านั้น - -
แล้วเห็นว่าสำเนียงอาจจะทำให้เป็นปัญหา ก็ต้องหาหนังสือที่มีภาพสถานที่ที่จะไป กับสมุดโน๊ดและปากกาติดไปด้วย แผนที่ก็ต้องหามาไว้ โน๊ตให้เรียบร้อย ถึงราคาค่าเดินทางและที่พัก ป้องกันการโดนฟันหัวแบะจนกลายเป็นตำนานที่เวียด
และสุดท้าย หวังว่าผมคงรอดกลับมา…
09/11/2008 08:45
แหมสบายใจ…
จริงๆ แล้วอาทิตย์นี้เขามีลอยโคมยี่เปงกันที่เชียงใหม่ ตอนแรกผมก็ลุ้นว่าจะไปเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาแล้ว เจ้า D2Hs กล้องใหม่ที่ได้มาก็ยังไม่ได้เก่งอะไรสักเท่าไหร่นัก ถ้าเทียบกับ Nikon D3 ก็เลยว่าอย่าเพิ่งใจร้อนไปดีกว่า รอดูรูปของเพื่อนๆ แล้วค่อยแสล๋นไปเมื่อพร้อม แล้วผมก็ไปถ่ายงานแต่งแทน
ด้วยกล้องตัวใหม่ ผมมีความสุขมากๆ
ผมสลัดความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่ได้เป็นของตัวของผมเองออกไปจนสิ้น ส่วนมันดียังไงผมคงไม่บอกหรอก เดี๋ยวจะมีคนประสาทมาว่าผมปลุกปั่น ให้คนไปซื้อกล้องแพงๆ ซึ่งจริงๆ แล้วผมว่า คนจะซื้อกล้องแพงๆ นั้น เขาย่อมรู้ตัวของเขาดีว่ากำลังทำอะไร? (ถ้าไม่ใช่คนบ้าเสียสติอ่ะนะ) หลังจากจบงานแต่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมก็คงจะต้องทำบุญกรวดน้ำ ที่เคยได้ด่า ผีกล้องฟิล์ม ผีล้าหลัง ผีไม่เป็น ผีอ่อนหัด ผีขี้โม้ ผีหลอกเด็ก จนพวกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดไปหมดแล้ว…
แต่ขอให้ผีทุกตนจงสงบ จนกว่าผมจะตั้งตัวได้ก่อนแล้วกัน ไม่งั้นของดี “ถึงหน้าบ้านท่านแน่นอน”
ยังไม่ได้ให้อภัย คราวนี้แค่กรวดน้ำให้เฉยๆ :)