:o: ทิมโปฮอน :o:

04/03/2008 04:33

เอาหล่ะ ถึงเวลาที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงแล้ว

เราต้องออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า เพราะว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้แล้ว เราจะไปถึงกันตอนเย็น และที่สำคัญเราต้องเตรียมสัมภาระเพื่อไปนอนค้างบนนั้นด้วย เนื่องจากที่นี่สูงมาก จนเดินกันวันเดียวไม่ถึง ต้องเดินไปพักตอนเย็น และค่อยออกเดินทางต่อในตอนตีสอง

ส่วนค่าลูกหาบนั้นผมจำไม่ได้แล้ว จำได้ลางๆ ว่าแพงเอาเรื่อง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าครับ อยากให้เมืองไทยขึ้นค่าลูกหาบเหมือนกัน คนจะได้ไม่แห่กันไปช่วยทำลายธรรมชาติ โดยไม่ได้อะไรกลับคืนมา นอกจาก “กูมีความสุขว้อย” ไรเงี้ยะ :P

 
Timpohon Gate

พวกเราออกสตาร์ทกันแปดโมงเช้า มีไกด์ร่วมเดินทางด้วยสองคน คนแรกจะเป็นคนนำ ส่วนอีกคนจะคอยเดินปิดท้าย รับประกันความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง เราแต่ละคนก็มีสัมภาระติดกันไปคนละนิด ละหน่อย มีแต่ผมนี่แหล่ะครับ ที่แบกกระเป๋ากล้องหนักเกือบสิบกิโลขึ้นไป ทั้งๆ ที่กดชัตเตอร์ระหว่างทางไปแค่ราวๆ สิบกว่าภาพ เพราะฟิล์มมันแพง…

Carson's Waterfall
 
Timpohon summit trail

ตอนแรกผมเดินไป ร้องเพลงไป พลันสายหมอกก็เริ่มคืบคลานเข้ามา เมื่อบรรยากาศพาไป เจ้าน้ำตาก้อร่วง แหมะๆ เพราะเหตุอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องที่น่าจะลืมไปแล้ว เช่น การถูกผู้หญิงหลอกว่ารัก แต่ถึงเวลาเจอสิ่งที่ดีกว่า เขาก็ทิ้งเราไปเหมือนหมาตัวหนึ่ง นี่แหล่ะสันดานมนุษย์ที่ยังไม่เจริญ มีสุขร่วมเสพย์ มีทุกข์กูชิ่ง เห็นเราเป็นเปลือกท็อฟฟี่หรือแค่ขวดน้ำพลาสติก ทานเสร็จแล้วก็ขยี้ทิ้งข้างทาง… ส่วนอีกใจนึงของผมก็นึกไปว่า ‘กรูตายแน่ เพราะแค่เริ่มเดินมันก็รู้สึกว่าลำบากแล้ว’ แต่ก็ยังดีที่มีเพื่อนร่วมทาง แม้แค่เป็นเวลาสั้นๆ แต่มันก็ทำให้ผมลืมฝันร้ายในครั้งนั้นไปได้ และจากวันนั้นผมก็ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่มีความสุขนั้นเลยตลอดจนวันนี้ก็ตาม…

ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไม ใครๆ ก็บอกว่า ไปภูกระดึง ถ้ายังไม่มีแฟนก็จะได้แฟนกลับมา…

แต่ผมไม่ได้แฟนกลับมาหรอกนะ หุหุหุ

เจ๊หน่อยและ Pokdok Paka

เป็นไงภาพนี้ฟิล์มไดนามิคเร้นจ์ดีมากไหม๊???

ที่นี่ ระหว่างทางจะมีศาลาพักใจ เขาจะเรียกว่า “พอนด็อค” ในภาพที่เห็นคือ Pondok Paka อยู่สูง 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล หรือเกือบจะถึงยอดดอยอินท์แระ ว่าแต่เคยไปนอนยอดดอยอินท์กันยัง อิจฉาผมป่าว โดยตรงยอดดอยอินทนนท์นี่เขาเป็นพื้นที่ทหารนะครับ ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปนะ อิอิ

พอเดินมาถึงความสูงระดับนี้ได้ ก็เริ่มจะสบายแล้ว เพราะทางไม่ค่อยชันสักเท่าไหร่ แต่ต้องเดินไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง ที่นี่มีนกที่หาดูได้ยากในบ้านเราหลายชนิดเลย แล้วก็่ไม่ต้องเอากล้องส่องทางไกลมาให้หนักนะครับ เพราะว่าสัตว์ต่างๆ ในแถบนี้ไม่กลัวคนเลยแถมยังชอบออกมาเสนอหน้าด้วยอีกต่างหาก ถ้าเราไม่เดินแหกปากโวยวายอ่ะนะ มาอยู่ใกล้ๆ เราถึงขนาดว่าถ่ายภาพได้เต็มๆ เฟรมเลย แต่พอดีผมใช้กล้องฟิล์มเลยไม่ได้ถ่ายมา

อ้อ เวลามาปีนคินาบาลูนี่ เขาจะให้บัตรห้อยคอมาด้วย มีหมายเลขประจำกลุ่มและประจำตัว เอาไว้เช็คว่ามากันครบหรือเปล่า? และต้องนำติดตัวไปตอนขึ้นยอดด้วย เพราะจะมีการเช็คชื่อที่ด่าน Sayat Sayat ซึ่งเป็นจุดตรวจสุดท้าย ซึ่งถ้าหากใครไม่ได้เช็คชื่อที่นี่ก็จะไม่มีสิทธิ์ได้ใบประกาศจากทางอุทยานนะครับ

ปล. ขอบคุณภาพถ่ายโดยกล้อง Canon A510 ของนู๋แนน และฝีมือน้าแซคครับ ยกเว้นภาพ Pondok Paka ใช้เลนส์ Nikon AF 20 mm. f/2.8 กล้อง Nikon FM2 ฟิล์มสไลด์ Kodak E100VS