:o: Poring | Canopy walkway :o:

28/02/2008 01:22
Posted by hotduckz in Kinabalu

เอาแล้วกรู ไปมานานจัด ผมจำไม่ได้แล้วหล่ะ แต่จำได้ลางๆ ว่า Poring นี่เป็นน้ำพุร้อน แต่พวกเราก็ไม่ได้ไปเที่ยวน้ำพ้ง น้ำพุอะไรกันหรอก เราไปขึ้นคานูปปี้ (Canopy walkway) หรือทางเดินลอยฟ้า กันดีกว่า โดยจริงๆ แล้วคานูปปี้ที่พอร์์ริ่งนี่ถือว่าเป็นคานูปปี้ีที่ยาวที่สุดในโลก คือ 500 เมตร ฟังดูแล้วเหมือนจะสั้น แต่ด้วยความสูงจากผืนป่าถึง 40 เมตรแล้ว มันทำให้ผมหน้ามืด ขาสั่นเลยทีเดียวครับ

อ้อ ที่นี่เก็บค่าเดิน และค่าถ่ายภาพด้วยนะ

ข้อมูลของ Canopy walkway

วิดีโอถ่ายทำจากสถานที่จริง โดยฝรั่ง (ผมไม่ได้รู้จักเขานะ อิอิ)

:o: ปลั๊กนั้น สำคัญไฉน? :o:

23/02/2008 03:08
Posted by hotduckz in Blog

ผมว่าคนเที่ยวต่างประเทศอยู่เป็นประจำคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในต่างประเทศนั้นปลั๊กใช้ปลั๊กที่แตกต่างกันจากบ้านเรา ปัจจุบััน ไอ้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เราจะต้องใช้งาน มันก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น ยิ่งคนถ่ายภาพด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความสำคัญอย่าลืมปลั๊กเป็นอันขาด ถึงตาย อิอิ

(ใครอย่าได้มาเถียงเรื่องงี้ใช้ฟิล์มดีกว่านะครับ กล้องบางตัวเมมกิ๊กเดียว ถ่ายได้เจ็ดร้อยกว่ารูป แต่ฟิล์มเจ็ดร้อยกว่าภาพนี่ต้องขนไปยี่สิบม้วนนะครับ น้ำหนักก็ราวๆ กิโลนึง แถมผมเชื่อว่า ไม่มีใครที่ถ่ายภาพกันแค่นั้นหรอก ยิ่งพวกถ่ายภาพมาได้สักระยะนึงด้วยนะ ไปต่างประเทศผมว่ามีร้อยม้วนก็ไม่พอ แล้วไอ้ร้อยม้วนนั่นก็ซื้อดิจิตอลคอมแพคได้ตัวนึงแล้วหล่ะ…)

ปลั๊กแบบต่างๆ ในโลกนี้มีอะไรบ้าง

Australia, New Zealand (Type I)
Belgium, France (Type E)
USA, Canada, Japan (Type A & Type B)
Denmark (Type C & Type K)
Germany, Netherlands, Sweden (Type C & Type F)
United Kingdom, Malaysia, Singapore, Taiwan (Type G)
Switzerland (Type J)
Thailand (Type A & Type C)

ถ้ายังไม่เจอก็ หาเพิ่มเติมได้ที่นี่

ดูรูปปลั๊กแบบต่างๆ ได้ที่นี่

ส่วนปลั๊กแปลงพวกนี้ ถ้าไปดูตามโลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์เราจะเจอแต่แบบที่เอาอุปกรณ์ต่างประเทศแปลงปลั๊กเพื่อเอามาเสียบที่บ้านเราเท่านั้น จะไม่ค่อยมีแบบที่เอาไปใช้ตามต่างประเทศ ต้องไปตามร้านที่ไฮโซหน่อย เช่น Home pro, Home work หรือถ้าไม่กลัวรถติด จอดรถยากที่พันธุ์ทิพย์ (ฟอร์จูน ผมไม่แน่ใจ) มีแบบที่สามารถแยกหัวปลั๊กออกมาแปลงได้ และสามารถเลือกเอาเฉพาะอันที่ใช้สำหรับเอาไปใช้ในต่างประเทศได้อีกด้วยครับ อันนี้สะดวกมากเลยแนะนำ เพราะขนาดจะเล็ก น้ำหนักพกพาก็เบา

จบข่าวครับ

:o: พ้นตรุษจีนแล้ว :o:

11/02/2008 10:42
Posted by hotduckz in Blog

ผมก็ออกมาเพ่นพ่านได้ (ผมชื่อเป็ดอ่ะนะ)

จริงๆ แล้วผมเป็นคนเกิดปีมะโรง หรือ ปีมังกร เป็นมังกรทองเสียด้วย แถมธาตุของตัวผมเองก็เป็นธาตุทอง โดยผมไม่ได้เป็นคนเชื่อโชคลางอะไรหรอก เพียงแต่ว่ามีคนทำให้ผมอยากดูดวงและเอาดวงปีนี้มาให้ผมดู ก็จำอะไรไม่ค่อยจะได้ นอกจาก คนเกิดปีมังกรนี่ เท่ห์ หล่อ ผยอง เชื่อมั่นในตนเอง อะไรงั้น

Star Field

เนื้อคู่เป็นสาวปีระกา จะส่งเสริมเรื่องเงิน ส่วนผมปีมะโรงจะส่งเสริมคนปีระกาในเรื่องความรัก ฮุฮุ

เรื่องการงานปีนี้ไม่เฮง (ท่าจะซวย โดนแย่ๆ ไปหลายงานแล้ว) ส่วนเรื่องความรักนั้นจะมีโอกาสได้ร่วมหอ ลงโลง เอ๊ย!! ลงโรง หรือมีความก้าวหน้ามากขึ้น อืม… ท่าทางหมอเดาของสำนักนี้จะไม่แม่นเสียแล้ว อิอิ

และสีที่ถูกโฉลกก็คือ สีทอง สีเหลือง และสีน้ำตาล!! สีที่ไม่ถูกโฉลกก็คือ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีในลิ๊งค์ของบล็อคที่ผมทำอยู่พอดี ช่วงว่างๆ ผมเลยจัดการเปลี่ยนแปลงมันเสียยกใหญ่เลย หวังว่าทุกๆ คนจะชอบเวบหน้าตาแบบนี้นะครับ ^^

ปล. รูปดาว ถ่ายเองอ่ะครับ

:o: ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวไทย :o:

05/02/2008 19:59

ผมตั้งหัวเรื่องไว้เสียยิ่งใหญ่ทีเดียว แต่จริงๆ เป็นแค่เรื่องเล็กๆ ครับ การท่องเที่ยวแบบนี้เป็นการท่องเที่ยวแบบประหยัดอีกวิธีหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับวันพักผ่อน คือ ไม่อยากเดินแระ เมื่อยอ่ะ อะไรทำนองนั้น ผมก็แนะนำให้เปลี่ยนมาเป็นทริปที่ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ดู จริงๆ ทริปขี่มอเตอร์ไซค์มันก็มีไม่กี่ที่หรอก และที่ๆ ผมแนะนำก็คงจะมีที่ปาย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, เกาะเต่า, เกาะพงัน, เกาะสมุย ฯลฯ
มอเตอร์ไซค์ที่เปิดให้เช่านั้นส่วนมากจะเป็นรถแบบไม่มีคลัทช์ ดังนั้นถ้าใครไม่รู้จักคลัทช์ก็คงโล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง รถที่ให้เช่าปัจจุบันตามมาตราฐาน (ที่ไม่ใช่รถที่เราไปบังคับลุงหรือป้าที่ไหนให้เอารถมาให้เราเช่า) จะมีสองราคา คือ ถูกกว่าแบบหลัง 50 บาท และ แพงกว่าแบบแรก 50 บาท แค่ 50 บาทนี่ก็ให้ความแตกต่างกันมากเลยทีเดียว

รถแบบแรก ค่าตัวจะอยู่ที่ 100-150 บาท จะเป็นรถ Honda Dream หรืออะไรประมาณนั้น เป็นรถมีเกียร์ คือเราต้องเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง ถ้าไม่ได้ไปไหนไกลๆ ก็ขี่รถแบบนี้ก็ได้ เพราะช่วยประหยัดงก เอ๊ย!! ประหยัดงบไปได้ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าขี่รถหลายวัน เกียร์ที่ใช้จะเป็นระบบเกียร์วน ก้านเกียร์จะอยู่ที่เท้าซ้ายมีสองด้าน คือ ด้านหน้าและด้านหลัง กดด้านหน้าจะเป็นการปรับเกียร์ขึ้น เช่น จากเกียร์ว่าง เป็นเกียร์หนึ่ง เกียร์สอง เกียร์สาม และเกียร์มัวร์ เอ๊ย++ เกียร์สี่ตามลำดับ โดยที่เราจอดรถนิ่งดีแล้ว และเกียร์รถอยู่ที่เกียร์สี่ ถ้าเรากดเกียร์ด้านหน้าลงอีกทีหนึ่งจะเป็นการเข้าเกียร์ว่างโดยอัตโนมัติ ส่วนกดด้านหลังก็จะกลับทางกัน เป็นการลดเกียร์ลง รถมีเกียร์แบบนี้จะมีประโยชน์ตอนลงเขาเพราะสามารถใช้เบรคเครื่องยนต์ (Engine Breake) เพื่อชะลอความเร็วในการลงเขาได้ (คือ ใช้เกียร์ต่ำในการขับรถลงเขา) แต่กลับกัน ถ้าเราใช้เบรคเครื่องยนต์ไม่เป็นอาจจะได้กลิ้งลงเขาแทนการขี่มอเตอร์ไซค์ก็ได้ :P

รถแบบที่สอง… อืม เดี๋ยวนี้คงจะ 200 บาท ขึ้นไปหมดแล้วมั้ง พวกนี้จะเป็นรถแบบเกียร์อัตโนมัติคือ บิดอย่างเดียว รถจะค่อนข้างใหม่และแรงดี ทำให้ขี่ง่าย เบรคใช้เบรคมือทั้งหมด ทางขวาเบรคหน้า ทางซ้ายเบรคหลัง (แต่ถ้าเป็นรถแบบแรก เบรคหลังจะอยู่ที่เท้าขวา) อีกอย่างรถแบบนี้ขนของได้ง่ายกว่าด้วย เพราะมีพื้นที่ว่างให้วางหน้าคนขับ และไม่รู้ว่าทุกรุ่นหรือเปล่านะ คือ รถพวกนี้จะมีหม้อน้ำ ทำให้เดินทางได้ไกลกว่ารถไม่มีหม้อน้ำ ที่บางทีขี่ไกลๆ เช่น ขี่เร็วและไกลเป็นชม. โดยไม่หยุดพักนี่ผมเอาขาวางไว้ตรงที่พักไม่ได้เลย เพราะเครื่องมันร้อนจนแทบจะทนไม่ได้

อ้อ จริงๆ มันมีรถ ATV อีกนะ แต่ค่าเช่านั้นแพงมาก พอๆ กับเช่ารถ Caribbean เลยทีเดียว

มาว่าถึงเรื่องการสตาร์ทเครื่อง รถแบบแรกมักจะเป็นแบบสตาร์ทเท้า หากเป็นผู้หญิงผมแนะนำว่าอย่าไปขี่รถสตาร์ทเท้าเลย ถ้าเจอคันที่มันสตาร์ทยากๆ นี่จะเหนื่อยมาก บางคัน คันสตาร์ทมันจะดีด ล่าสุดก็ดีดใส่หน้าแข้งผมจนเป็นแผลมาแล้ว ส่วนถ้าเป็นรถรุ่นใหม่ๆ พวกที่ไม่มีเกียร์เวลาสตาร์ทเราต้องเอาขาตั้งขึ้น และบีบเบรคไว้จึงจะสตาร์ทรถได้ อันนี้ต้องท่องจำไว้เลย เพราะส่วนมากร้านจะสตาร์ทรถให้เราในตอนที่เราเอารถออกจากร้าน ทำให้เราไม่ทราบวิธีสตาร์ทที่ถูกต้อง ซึ่งถ้าเราเอารถไปเที่ยวที่ๆ ไม่มีผู้คน แล้วสตาร์ทรถไม่ติดขี้นมานี่คงสนุกน่าดูชมหล่ะ อ้อ รถแบบนี้มีคันสตาร์ทสำรองในกรณีที่สตาร์ทมือแล้วไม่ติดด้วย อยู่ตรงเครื่องรถครับ (ฝั่งซ้ายมือ ติดกับล้อหลังของรถ)

อ้อ และถ้าเป็นตอนเช้าๆ ส่วนมากรถจะสตาร์ทติดยาก ยิ่งในที่อากาศเย็นๆ แนะนำให้เปิดโช๊คน้ำมันด้วย จะเป็นก้านอยู่ทางด้านล่างของคันจับด้านซ้ายมือ เมื่อเราเปิดก้านนี้จะไปเร่งส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศให้มากขึ้นกว่าปรกติ ทำให้ไม่ต้องบิดคันเร่งช่วยในเวลาสตาร์ท ซึ่งจะมีโอกาสทำให้น้ำมันท่วมได้ หลังจากสตาร์ทแล้ว แนะนำให้รอให้เครื่องอุ่นก่อนสัก 10-15 วินาที เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ดับง่ายในเวลาขับขี่ด้วย อ้อ พอจะออกรถอย่าลืมดันโช้คเข้าที่ด้วย ไม่งั้นมันจะเปลืองน้ำมันรถ

รถที่ใช้ส่วนมากจะวิ่งกินน้ำมันเฉลี่ยตกกิโลเมตรละบาท +/- ตามสภาพรถ ถ้ารถดีๆ ร้อยบาท วิ่งได้ร้อยห้าสิบกิโลก็มี แต่ถ้ารถไม่ดีก็จะกินน้ำมันมากกว่านั้นมาก บางคันโลนึงสองสามบาทก็มี ดังนั้นดูเกจ์น้ำมันหน่อย อย่าวิ่งเพลินเดี๋ยวเรื่องสนุกจะกลายเป็นเรื่องไม่สนุกกันได้ อีกอย่างก็คือ ร้านใหญ่ๆ จะมีบริการทำประกันซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก ได้แก่ ประกันอุบัติเหตุ (ไม่ครอบคลุมถึงผู้ขับขี่) และประกันรถหาย ซึ่งจะทำ หรือไม่ทำก็ขึ้นอยู่กับผู้เช่าครับ

อีกอย่าง เรื่องค่าใช้จ่าย หมวกกันน็อคนั้นทางร้านบางร้านจะแถมให้ฟรี เอาไปปู้ยี่ ปู้ยำได้จนกว่าจะคืนรถ แต่ถ้าไม่ระวังให้ดีจะโดนตำรวจจับเพราะไม่ใส่หมวกกันน็อคได้ อันนี้ค่าใช้จ่ายเพิ่มเยอะมากๆ :P