มันก็สืบเนื่องมาจากเมื่อปีที่แล้วที่ผมได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวปางอุ๋งโดยบังเอิญแล้วก็เกิดติดใจขึ้นมา ปีนี้ผมเลยวางแผนขึ้นไปอีก โดยเปลี่ยนไปกางเต๊นท์นอนบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ก็มีการเตรียมการบ้างเล็กน้อย โดยผมตัดสินใจแบกเต๊นท์และเปลไปเพื่อนอนที่นั่น แต่สุดท้ายเปลก็ไม่ได้ใช้เลยเพราะไม่รู้จะเอาไปกางที่ไหน? และนอกจากนี้ การเอาเต๊นท์ไปยังเป็นภาระทำให้ผมขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปไม่ได้ด้วย เนื่องจากแค่กระเป๋ากล้องกับกระเป๋าเสื้อผ้า มันก็หนักอยู่แล้ว นี่ยังจะมีเต๊นท์ เปลและถุงนอนอีก ผมเลยต้องขึ้นปางอุ๋งด้วยรถประจำทาง ค่ารถก็ถูกมากๆ แค่ 60 บาท ขึ้นจากตลาดที่แม่ฮ่องสอน ราวๆ 3 ชม. ก็ถึงปางอุ๋งแล้ว…

จริงๆ ผมก็ลองเทสต์ขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นปางอุ๋งตัวเปล่าก่อนด้วยนะ และผมก็เลือกรถค่อนข้างเก่าด้วย (Honda Dream) ก็เลยขึ้นปางอุ๋งแทบจะไม่ได้ บางที่ต้องขี่ด้วยเกียร์หนึ่งตลอดเลย ทรมานรถน่าดู แต่ผมว่าถ้าใช้รถใหม่ๆ หน่อยอย่างพวก Click, Meo และสัมภาระติดตัวแค่เท่าที่จำเป็นผมว่าขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นปางอุ๋งนั้นไม่ได้เป็นเรื่องลำบากสักเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเป็นคนชอบขี่มอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว รับรองจะสนุก
การกางเต๊นท์นอนบนปางอุ๋งนั้นจะมีจุดให้กางเต๊นท์หลายที่ตั้งแต่ที่บ้านลุงปาละ ตรงหมู่บ้านรวมไทย, ลานกางเตีนท์ของพื้นที่ทหาร และส่วนลานกางเต๊นท์ในส่วนของโครงการพระราชดำริ ผมเลือกส่วนในสุดคือส่วนโครงการพระราชดำริปางตอง (ปางอุ๋ง) เพราะว่าอยากจะถ่ายภาพตอนเช้าและตอนเย็นในบริเวณนี้ ซึ่งก็ดีครับเพราะว่าเขาไม่เก็บค่ากางเต๊นท์ ส่วนอาหารการกิน หากเราไม่อยากเดินไกลก็เดินขึ้นไปกินด้านบนโครงการก็ได้ แต่เมนูจะมีเพียงมื้อละอย่าง เช้าเป็นข้าวต้ม ส่วนกลางวันจะเป็นกระเพราหมูราดข้าว (สั่งไข่เพิ่มได้) ส่วนมื้อเย็นไม่ทราบเหมือนกัน ซึ่งข้าวต้มที่นี่ผมชอบมากๆ เลย เพราะแยกผักต่างหาก เลือกใส่เองตามความพอใจ
![]() |
![]() |
![]() |
แต่ถ้าเราจะเดินไปทานข้าวที่หมู่บ้านรวมไทยก็ย่อมได้ ตอนนี้มีร้านขายข้าวอยู่หลายร้านทีเดียว
ส่วนภาพถ่ายอื่นๆ ของปางอุ๋งจากทริปนั้น สามารถชมเพิ่มเติมได้ที่นี่ (คลิ๊ก)



