29/10/2007 00:52
และแล้วเราก็เจอพี่ๆ เขาจนได้ พี่ๆ เขาโผล่มาอย่างไรผมจำไม่ได้แล้วหล่ะ แต่สุดท้ายพวกเราก็ได้ออกเดินทางกัน ก่อนจะเดินทางพี่ๆ เขาก็บอกว่าช่วงนี้ “น้ำใหญ่” ไอ้ผมฟังทีแรกก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่พอไปเห็นน้ำจริงๆ เข้านี่ โอ้… น้ำใหญ่จริงๆ ลูกใหญ่และแรงมากๆ เลย
พวกเราแบ่งลงเรือกันไปประมาณลำละสามคน เพราะเรือเป็นเรือท้องแบนลำเล็กๆ เท่านั้น เรือลำใหญ่กว่านี้ผมว่าไม่น่าจะล่องน้ำรันตีได้ ระหว่างทางเราพบกระแสน้ำที่ดูอันตรายหลายที่ น้ำก็สาดกระซานเซ็นขึ้นมาเป็นระยะๆ เสียดายที่ผมกลัวกล้องจะเปียกเลยไม่ค่อยได้ถ่ายภาพอะไรสักเท่าไหร่ แต่งานนี้ไม่มีใครไม่เปียกเลยสักคน…
พวกเราล่องเรือกันไปเรื่อยๆ ดูแล้วชักเริ่มเบื่อเหมือนกัน แต่ทันใดความเบื่อหน่ายก็จางลงนิดหน่อย เพราะพวกเราต้องขึ้นฝั่งเพื่อแบ่งคนลงไปรอก่อน เนื่องจากน้ำข้างหน้านั้นเชี่ยวมาก หากไปลำละสามคนนั้นเรืออาจจะเอาไม่อยู่ได้ แต่นั่นก็ยังไม่ระทึกใจเท่า… มีอยู่แก่งหนึ่งเป็นทางลอดเล็กๆ ระหว่างซุ้มต้นไม้ ไม่รู้ทำไมดั๊นมีไม้ไผ่มาขวางอยู่กลางทางพอดี พอเรือของเราแล่นผ่านไม้ไผ่ไปสักพัก ปรากฎว่า ‘เครื่องยนต์ดับ’ เท่านั้นแหล่ะครับ พี่คนที่เป็นคนขับเรือถึงกับวิ่งทั่วลำเรือทีเดียว เพราะว่าถ้าหากเราถูกกระแสน้ำพัดต่อไปเรื่อยๆ เรืออาจจะคว่ำได้ เพราะอีกประมาณสิบเมตรก็จะมีแก่งน้ำขวางทางเราอยู่
“จับต้นไม้ไว้ๆ” พี่คนขับเรือตะโกน น้าเป็ดกับยุ้ยรีบจับต้นไม้ไว้อย่างเร็วรี่ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพวกเราจะกลายเป็นที่จดจำของเพื่อนๆ กันไปอีกนานทีเดียว แต่… จับไปก็เท่านั้น เพราะพี่เค้าสตาร์ทเครื่องไม่ติดสักที เรือของเพื่อนๆ เราก็ผ่านไป ลำแล้ว…. ลำเล่า… ลำแล้ว… ลำเล่า… สุดท้าย เพื่อนๆ ก็ได้เห็นน้าเป็ดเกาะกิ่งไม้หนึบๆ กันหมดทุกคนเรย 
พอผ่านเหตุการณ์นั้นไปได้ พวกเราก็ไปเกยฝั่ง ขึ้นเป้ และเตรียมตัวเดินเท้าต่อ อีกประมาณห้าชม.!!
28/10/2007 01:21
หลังจากหารูปมานาน ก็ได้รูปสักที อิอิ

ภาพนี้เป็นภาพจากภาพที่น้าโป้ถ่ายให้บน Low’s peak ที่ Mount Kinabalu เมื่อพฤษภา ปีก่อน เป็นภาพเดียวเลย ที่มีคนถ่ายให้แล้วประทับใจ (จริงๆ ชอบอีกรูปกว่านะ หุหุ ที่ชี้ไปที่โลว์พี๊คหง่ะ) ที่พูดงี้ คือผมเป็นช่างภาพอ่ะ เลยชอบเรื่องมากเกี่ยวกับภาพถ่าย อิอิ
พอนึกได้ ก็รีบปรี่เอามาใส่ทันทีเพราะว่ารูปนี้คงตรงกับที่นี่ที่สุดเลย ^___^
24/10/2007 05:26
ป่งป๊ง - รันตี เป็นชื่อของทริปที่ใครเป็นคนตั้งขึ้นมาผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน มาทราบจากคนพื้นที่ว่าป่งป๊งและรันตีเป็นชื่อของสายน้ำ โดยทั้งสองชื่อนี้ภาษามอญโบราณ พี่เขาก็ไม่ทราบคำแปลเหมือนกัน
ป่งป๊งเป็นสายน้ำที่เท่าที่ผมฟังมา นักเดินทางผู้ไปบุกเบิกต้นน้ำแห่งนี้ก็คือ ‘น้าโอ๊สต์ นักเดินทาง’ ส่วนตัวผมเข้าไปก็เพราะคิดว่าตัวเองจะไปถ่ายภาพที่นั่นและได้ภาพน้ำตกป่งป๊งที่สวยที่สุดออกมา ฮี่ฮี่ฮี่ (หัวเราะแบบกองโจร)
พวกเราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ก็ช่วงราวๆ ดึกๆ สักสี่ห้าทุ่มเห็นจะได้ โดยไปกันทั้งหมดราวๆ สิบกว่าคนแบ่งเป็นรถกระบะสองคัน ระหว่างทางเราก็ขับกันไปเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่รีบ ไม่เร่งอะไรมากนัก แต่ไปถึงสังขละบุรีก็ราวๆ ตีสี่ เลยต้องแวะนอนกันที่วัด… วัด.. วัดอะไรหว่า? ว่าแล้วผมก็เอ็มไปหาท่านประธานก็ได้ความกลับมาว่าเรานอนกันที่วัดวังก์วิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตมะ จนตะวันรุ่งพวกเราจึงได้ออกไปเดินเที่ยวสะพานมอญเพื่อชมทิวทัศน์ที่แสนจะงดงามของแม่น้ำซองกาเลียในยามเช้าตรู่กับสะพานมอญอันเก่าแก่และมีมนต์ขลังกันอย่างยิ้มแย้มก่อนที่จะไปสลดที่ป่งป๊งและรันตี อิอิ
หลังจากผ่านเช้าอันแจ่มใสที่สังขละบุรีแล้ว พวกเราก็เริ่มต้นออกเดินทางกันต่อ เพื่อไปยังหมู่บ้านกองม่องทะ โดยชื่อหมู่บ้านนี้จะมาจากที่บริเวณนี้คนสมัยก่อนจะเรียกว่ากองม่อง ซึ่งจุดที่ตั้งหมู่บ้านเป็นจุดที่สายน้ำสองสายมาปะ ‘ทะ’ กันพอดี หมู่บ้านนี่จึงมีชื่อเรียกว่า “หมู่บ้านกองม่องทะ”
ระหว่างทางเราก็คุยกันไปอย่างสนุกสนานเฮฮา แต่เมื่อมาถึงก็ต้องสลดกันถ้วนหน้า เพราะว่าพี่ที่เป็นคนนำทางนั้นไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนกันบ้าง สืบได้คนเดียวว่าไม่สบายอยู่ในตัวเมืองสังขละ…
14/10/2007 21:56
เลยเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสานของประเทศไทย ผมจะพูดย่อๆ แล้วกัน แบบว่าคงได้แต่เล่าให้ฟัง ซึ่งถ้าอยากได้เนื้อหาที่ละเอียดมากกว่านี้รบกวนให้ไปอ่านใน ไทยวิกิพีเดีย นะครับเพราะว่าเรื่องพวกนี้ผมไม่ถนัด
มาเข้าประเด็นบล็อคท่องเที่ยวกัน เมืองเลย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง คือ “อุทยานแห่งชาติภูกระดึง” ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจังหวัด นี่ผมก็เพิ่งจะไปมาเดินกันขาแทบหักเลยทีเดียว เพราะว่าดันแบกกระเป๋ากล้องและขาตั้งกล้องลงมาเอง และมาเจอสภาพทางเดินที่โดนฝนจนเละเทะไปหมด ลื่นมั่กๆ แต่ก็สนุกดีนะ อิอิ
รองลงมาก็คือ “งานผีตาโขนที่อำเภอด่านซ้าย” ซึ่งอันนี้ผมยังไม่มีโอกาสไปสักที เพราะคำนวนแล้ว ถ้าใช้กล้องฟิล์มนี่เฉพาะค่าฟิล์มผมคงต้องหมดหลายพันเลยไม่กล้าไปสักที อาจจะเป็นปีหน้าเพราะมีดิจิตอลแล้ว กดชัตเตอร์กันจนมือหงิกจะเอาสักกี่หมื่นรูปค่าใช้จ่ายก็ไม่เพิ่ม อิอิ
อีกที่น่าท่องเที่ยวก็คือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง”
ส่วนที่เที่ยวแหล่งใหม่ ยังไม่ดังก็คือ “เชียงคาน” ที่ผมเพิ่งไปสัมผัสมานี่เอง ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ามาเก็บเกี่ยวความทรงจำที่ดีเอาไว้แห่งหนึ่ง
อ้อ ประวัติเมืองเลยสินะ ผมจะเล่าย่อๆ แล้วกันนะครับ เมืองเลยเป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีอายุราวๆ 9,000 ปี ในสมัยยุคประวัติศาสตร์ มีการค้นพบใบเสมาที่มีอายุเก่าแก่ในช่วงยุคทวารวดี โดยเลยมีชุมชนที่มีความเจริญอยู่หลายจุด เช่น เมืองด่านซ้าย, เชียงคาน, ท่าลี่ ส่วนเมืองเลยได้รับการยกฐานะมาจากชุมชนบ้านแช่ ในปี พ.ศ. 2356 หรือเมื่อราวๆ สองร้อยปีที่ผ่านมา
^^