:o: ไปปาย… ไปลงนารกซะเถอะที่รัก :o:

28/05/2007 22:13
Posted by hotduckz in 108-1095, ปาย

…ฉันจะถ่ายภาพเธอ อิอิ

ทุ่งนา หมายเลข 1 ป้าจิตร แสนเพลินใจ นำเสนอ
ทุ่งนา หมายเลข 2 น้าเป็ดจะนำเสนอดีไหม๊?
ทุ่งนา หมายเลข 3 ค่ายมวยสาม สอ พันจิตรนำเสนอ...

ปาย ครั้งแรกที่ผมได้ยินแล้วสะกิดหูผมนั้น ผมได้ยินครั้งแรกจากปากของ ‘น้ามือหมุน’ น้าคนนี้ผมค่อนข้างจะนับถือแกนะ แต่ก็น้าเค้าก้อชอบพูดจาแบบผู้สูงอายุอยู่บ่อยๆ ผมเลยไม่อยากคุยกับน้าเค้าสักเท่าไหร่ ประโยคที่ผมได้ยินมานั้นนั้นนี่ประมาณว่าน้าแก (จริงๆ เรียก ‘ลุง’ ก็ได้นะเนี่ย) คุยว่าแกไปปายมาตั้งแต่สมัยยูโทปายโน่น มันอย่างโน้น มันอย่างนี้นะ ทำให้ผมหมั่น… เอ๊ย!! จำคำว่า ‘ปาย’ ได้ขึ้นใจเลยทีเดียว

พาโนรามา@ปาย...
ภาพตัวเมืองปายจากวัดพระธาตุแม่เย็น (คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่)

ปายเป็นเมืองเล็กๆ ก็จริง แต่ถ้าจะให้มีเวลาเที่ยวให้ทั่วทุกแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ ปาย คุณอาจจะต้องใช้เวลาหลายวันหน่อย อย่างผมไปอยู่สามวันสองคืน ก็ไปเที่ยวได้สองเส้น คือ เส้นวัดน้ำฮูไปไหว้พระพี่นางสุพรรณกัลยา แล้วไปต่อที่หมู่บ้านจีนยูนาน เสียดายที่ยางแตกเสียก่อนผมเลยไม่ได้ไปต่อ ส่วนอีกวันนึงผมเลือกขี่มอเตอร์ไซค์ไปห้วยน้ำดัง (ไกลโคตร, ความสามารถเฉพาะตัวห้ามลองเลียนแบบ)

โลโก้ร้าน All about Coffee
มะหมาหน้าร้านฮับ
ร้านมิตรไทย ขายของที่ระลึกฮับ

ส่วนในตัวเมืองก็ธรรมดาทั่วไป ร้านอินเตอร์เนต ร้านเหล้า ร้านของที่ระลึก ตรึม… แต่ร้านที่เด่นๆ ใครมาแล้วก็ต้องไปก็จะมี ‘ร้านมิตรไทย’ กับ ‘ร้าน All about coffee’ สองร้านนี้จะอยู่ตรงข้ามกันครับ อืม จริงๆ ยังมีร้านส้มตำหน้าอำเภอที่ผมอยากจะแนะนำ แต่… เวงหล่ะ จำชื่อไม่ได้อ่ะ - -’

มีที่ให้เขียนโปสการ์ด และมีตู้ให้ส่งด้วย
ขายเสื้อ... ก็ขาย
ขายเข็มกลัด ก็ขาย...
ขายโปสการ์ด... ก็ขาย นะเอ้อ

บรรยากาศร้านมิตรไทยใครชอบถ่ายภาพหล่ะเพลินเลยหล่ะ…

(read more » )

:o: ภูกะหนุ่ย ภาค ข. :o:

27/05/2007 03:29
Posted by hotduckz in ภูกระดึง

‘การเดินขึ้นภูกระดึงในหน้าฝนนั้นช่างมีความสุขเสียจริง’ ผมคิดในใจ เพราะจากที่ได้ยินมามีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวภูกระดึงในช่วงเดียวกับผมเพียงแค่ 80 คนเท่านั้น (ปีก่อนไปก่อนปิดภูฯ ก็ราวๆ 200 คนเอง) จริงๆ ผมอยากจะเดินแบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ เฉื่อยๆ แต่ ‘ท่านหนุ่ย’ ดูเหมือนจะเร่งเหลือเกิน ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะรีบไปไหน? อยากจะถ่ายภาพตลอดทางเลยก็เห็นหนุ่ยใช้กล้องฟิล์มเลยไม่กล้าอ้าปากเรื่องถ่ายภาพสักเท่าไหร่? จนสักพักฮะหนุ่ยก็เริ่มจะทำตัวเป็นพรายกระซิบ…

กะปอมหนุ๊ยหนุ่ย ใครอยากรู้จักหนู๋มากกว่านี้ read more จ้า อิอิ

“เนี่ยอ่ะ ทากกล้วย” หนุ่ยบอก พลางชี้ไปที่พื้น

ไอ้ผมมองอยู่ตั้งนานว่า ‘ไหนของมันวะ ทากกล้วย’ แต่พอได้เห็น ผมหล่ะไม่พลาดที่จะจับมันมาถ่ายภาพทันที ตอนแรกผมจะให้หนุ่ยเป็นคนถือมัน แล้วผมเป็นคนถ่ายภาพ แต่หนุ่ยส่ายหน้าหงึกๆ ประมาณจะบอกว่า ‘กูไม่เอาเว้ย’ ทันที ทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่เพื่อนๆ แซวขึ้นมาได้ ว่าแล้วก็เสียวสันหลังขึ้นมาแว่บๆ เพราะคืนนี้เราต้องนอนเต๊นท์เดียวกัน อูย… แต่เอาวะ ผมอยากได้รูปก็เลยลืมมันไป แล้วเอาทากกล้วยขึ้นมาอยู่บนมือ พลางก็ปรับกล้องให้เรียบร้อยก่อนส่งกล้องให้หนุ่ยถ่ายภาพให้…

(read more » )

:o: สัมตำสีลมซอยเก้า :o:

23/05/2007 12:48

พักนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ (จริงๆ รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ขี้เกียจพูด เดี๋ยวพาลให้คนไม่มาอ่านบล็อค 55) ก็เลยทำให้ทำอะไรที่ต้องใช้สมาธิมากๆ ไม่ได้อีกแล้ว เครียดอย่างแรง คงต้องพักสักระยะ

เมื่อวานไปศูนย์โซนี่ที่สีลมมา เอากล้องไปทำความสะอาด CCD ไหนๆ ก็ผ่านไปแล้ว เลยต้องแวะไปกินส้มตำสักหน่อยน่า…

บรรยากาศร้าน
ลายเป็ด ยะโสฯ
ผักสด...

ร้านนี้อยู่ในซอยสีลม 9 เป็นร้านริมถนน เปิดตั้งแต่บ่าย 3 ได้มั้งครับ ช่วงที่น่าแวะไปกินก็คือช่วงบ่าย 4-6 โมง เพราะคนยังไม่เยอะสักเท่าไหร่ ทำให้ได้อาหารเร็ว ไปช่วงเยอะๆ เค้าจะรอทำพร้อมกันครับ รวมๆ แล้วสะอาดและอร่อย ราคาก็ถือว่าโอเคครับกับคุณภาพอย่างนี้ 

ส้มตำปู อร่อยมากๆ 

โย่ว… ส้มตำรสดี ข้าวเหนียวนึ่งก็นึ่งออกมาได้ถูกใจผมมากเลยเป็นเม็ด ไม่นิ่ม ไม่แข็งจนเกินไป เวลาปั้นแล้วไม่ติดมือมาก คอหมูย่างก็อร่อยครับ

เส้นหนมจีน
คอหมูย่าง
ข้าวเหนียว

ทั้งหมดคอหมูย่าง, ลาบเป็ด (ยโส), ส้มตำปู, ข้าวเหนียวสอง, หนมจีน, น้ำแข็งถัง + น้ำเปล่า 2 ทั้งหมด 170 บาทครับผ้ม…

ว่าแล้วขอตัวไปอู้งานก่อนนะครับ อิอิ

:o: ภูกะหนุ่ย ภาค ก. :o:

20/05/2007 04:27
Posted by hotduckz in ภูกระดึง

แหม… ภาค ก. ผมนี่ตั้งชื่อเสียจริงจังเชียว

ผมกับหนุ่ยออกเดินทางจากกรุงเทพฯ กันตั้งแต่ สี่ทุ่มครึ่งทั้งๆ ที่รถนั้นกำหนดออกตอนสามทุ่มครึ่ง แต่รถรอบที่ผมจะไปนั้นมาช้า… มาก กว่ารถจะมาก็เล่นไปเกือบๆ 4 ทุ่มแล้ว ไหนจะรอคนอีก สุดท้าย ก็ต้องเอาคนจากรอบอื่นมานั่งแทนคนที่ไม่มา (น้าๆ สองคนที่เป็นช่างภาพเหมือนกับผมแกมายืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้ารถ คนรถเค้าเลยเรียกขึ้นซะเลย) :P

กว่าจะถึงร้านเจ๊กิม ก็สว่างเสียแล้ว คืนนั้นรถป. 1 ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรสักเท่าไหร่ แอร์กำลังเย็นสบาย ผมมีตื่นบ้างเป็นบางทีเพราะทำผ้าปิดตาอันแสนจะตอแหลหายไปไหนก็ไม่ทราบ ม่านก็ไม่สามารถกั้นแสงสว่างจากภายนอกได้สักเท่าไหร่ พอหลังจากถึงร้านเจ๊กิมแล้ว พวกผมก็จองตั๋วกลับกันเลย เพราะวันกลับไม่อยากมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าอยู่ที่ร้านเจ๊กิม

หลังจากจองตั๋วรถเสร็จแล้ว เราสองคนก็เริ่มจ้องไปที่รถสองแถวที่มีคนยืนรออยู่ท้ายรถเต็มไปหมด เพราะเพื่อนยังมาไม่ครบ เอ… เอาไงดีวะเนี่ย พวกผมก็ไม่รีรอ รีบเดินเข้าไปจ่อท้ายทันที เผื่อฟลุ้ค ว่าแล้วก็ฟลุ้คจริงๆ ครับ พี่วิชัย (เป็นรุ่นพี่ เอ่อ… รุ่นพ่อที่รู้จักกัน) ก็เรียกขึ้นรถทันที เอาวุ้ย ผู้ใหญ่เรียกแล้ว สบาย แฮ…

เรานั่งรถสองแถวกันไปไม่นานก็ถึงอช. ภูกระดึง ก่อนขึ้นภูฯ เราก็ไม่ได้ทำอะไรมาก จัดการเรื่องที่พัก, ลูกหาบ จ่ายเงินแล้วเซ็นชื่อที่จุดตรวจหลังจากนั้นก็เดินขึ้นภูกระดึงกันเลย!!

 

แค่นี้ก่อนนะแบบว่าวันนี้เช้าแล้วอ่า เดี๋ยวต้องออกไปทำธุระข้างนอก ^^

:o: ยูโทปาย? :o:

18/05/2007 20:48
Posted by hotduckz in 108-1095, ปาย

หลังจากนั่งรถจนหลับแล้ว หลับอีกไปหลายรอบ ผมก็เดินทางมาถึง ‘ดินแดนแห่งความฝัน’ ของผม เพียงแต่ว่าพอถึงท่ารถที่ปาย ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนตบกะโหลกอย่างแรง… “สาดดด, นี่มันข้าวสารนี่หว่า?” นี่ผมไม่ได้นึกในใจอย่างเดียวนะ แต่บ่นออกมาด้วย เพราะที่ใครๆ ว่าที่นี่นั้นเป็นที่ๆ อย่างที่ผมฝัน ประมาณว่าสัมผัสชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาตินั้นมันไม่จริงเลยสักนิดเดียว มันห่างไกลเหลือเกิน…

ใครว่าปายคือยูโทเปีย… สิบปีก่อนมั้งนั่น

Too much?

แต่จริงๆ พอผมอยู่ที่นี่ได้สอง-สามวันก็ถึงจะได้รู้ว่า จริงๆ ไอ้อย่างที่ผมวาดฝันไว้ มันก็มีอยู่เหมือนกันเพียงแต่ว่ามันอยู่นอกเขตเมืองออกไป…

การเดินทางมาปายครั้งนี้ ผมเดินทางมาจากแม่ฮ่องสอน โดยอยู่ที่แม่ฮ่องสอนสองคืน ปางอุ๋งคืนนึง แล้วก็มาต่อที่ปายอีกสามคืน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเชียงใหม่อีกสามคืน นับว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก แต่การจะเดินทางมาปายนั้นจริงๆ จะมาจากเชียงใหม่ก็ได้ แต่ผมก็ไม่เคยไปปายจากเชียงใหม่เหมือนกันนะ

(read more » )

:o: การเดินทางสู่ ‘ภูกระดึง’ :o:

17/05/2007 22:24

ขอนอกเรื่องก่อน การไปภูกระดึงครั้งล่าสุดนี่ ผมได้เดินทางร่วมกับเพื่อนอีกคน เป็นช่างภาพ หล่อก็สู้ผมไม่ได้ ฝีมือก็งั้นๆ ชื่อก็ไม่เท่ห์อย่างผม (ผมชื่อจริงๆ ว่า เค จอง วอนครับ อิอิ) เขามีนามว่า ‘หนุ่ย’

หนุ่ย เป็นชายโรคจิตคนหนึ่ง ชอบไปภูกระดึง ทุกครั้งที่เขาจะไปภูกระดึง เขามักจะชวนผมไปด้วยเสมอ ซึ่งผมก็ไม่เคยพลาดหรอกครับ ผมรู้จักกับหนุ่ยมาได้หลายปีแล้ว หนุ่ยเป็นผู้ชายที่เรียบร้อย จนบางครั้งผมก็ระแวงว่า… หนุ่ยจะมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า? แต่ผมก็บอกหนุ่ยไปตรงๆ ว่า “เฮ้ย กูชอบผู้หญิงนะ” และเล่าเรื่องสารพัดกิ๊กให้หนุ่ยฟังอยู่เสมอๆ (ซึ่งไม่จริงหรอก ผมเคยมีกิ๊กที่ไหน อิอิ)

เท้าของฮะหนุ่ย หลังจากโดนทากปู้ยี่ ปู้ยำจนสาสมแก่หทัย

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วสินะ ที่ผมขึ้นภูกระดึงกับหนุ่ย ครั้งนี้หวาดเสียวสุด เพราะอะไรอ่ะเหรอ? ก็เพราะผมมากับหนุ่ยเพียงแค่สองคนเท่านั้น หลายคนก็เชียร์กันเหลือเกินว่า ระวังจะเผลอใจ (เผลอใจอะไรฟะ) หรือว่าอะไรทำนองนี้กันมากมายจนผมระแวง กลัวภูกระดึงจะกลายเป็นอย่างหนังเรื่อง brokeback mountain ไปซะ…

ก่อนไป เป็นครั้งแรกเลยที่ผมไปซื้อตั๋วรถโดยสารไปต่างจังหวัดให้คนอื่น (ธรรมดาชายไม่เคยนะฮ๊า… เพราะหากหม่อมแม่รู้เข้าจะทรงกริ้วเอาได้) ก็ตื่นเต้นไม่นิดหน่อยครับ มากเลย เล่นเอาโทร. ไปป่วนคนนั้นคนนี้ไปหมด เพื่อนหลายคนก็มีแซว พวกที่ไม่ไปก็บอกว่า “ที่เขาไม่ไปเนี่ย เพราะพวกเขาจะเปิดโอกาสให้หนุ่ย” พวกที่ไม่รู้จักหนุ่ยก็จะบอกว่า “ฮึ่ย… ไปกับผู้ชายสองคน ระวังจะเบี่ยงเบนนะเว้ย” นี่ก็เล่นเอาผมผวาไปเลย กลัวสิ่งที่เฝ้าถนุถนอมรักษาและเก็บไว้อย่างดีเป็นสิบปีจะสูญสิ้นไปภายในคืนเดียว :P

เอ๋า ไปไหนแล้วหล่ะเนี่ย อ้อ… ไปภูกระดึง!!

(read more » )

:o: ภูกระดึงหน้าฝน :o:

16/05/2007 00:41

อารัมภบท :  ฝนไม่ใช่ปัญหา จะมาเที่ยวป่า ก็ต้องมาหน้าฝนนี่แหล่ะครับ สดดี

ผมเพิ่งไปภูกระดึงช่วงหน้าฝนก็ตอนสัปดาห์ที่แล้วมานี่เอง จากหกครั้ง นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ผมไปเที่ยวภูกระดึงในช่วงหน้าฝน ครั้งแรกผมไปตอนเปิดภูฯ เมื่อสักปี 2547 ก่อนได้มั้ง ไปตั้งแต่วันที่ 1 เลย ขึ้นไปถึงยอดภูฯ เป็นคนที่สามได้ ใช้เวลาเกือบๆ สามชม. แต่เดินตัวเปล่าเลยนะครับ กล้องถ่ายภาพนี่ให้ลูกหาบแบกขึ้นไปเลย ส่วนพี่คนแรกที่ขึ้นไปถึง ใช้เวลาไม่ถึงสองชม. แต่พี่คนนี้แกนุ่งกางเกงบอลเสื้อกล้าม รองเท้าผ้าใบมาเลยนะ แล้วใครจะถึงก่อนพี่เค้าได้เล่าเนี่ย

เมเปิ้ลแดง... ภาพแรกในชีวิต
มะเฟือง ที่ร้านริมผา...
เห็ดกอใหญ่ริมเทรลน้ำตก

ตอนเปิดภูฯ นั้นผมขึ้นไปอยู่ถึง 7-8 วันได้ ที่ให้ลูกหาบแบกกล้องขึ้นไปเพราะกล้องผมที่ใช้ตอนนั้นนั้นค่อนข้างจะหนักมาก น้ำหนักรวมแล้ว 13 ก.ก. เพื่อให้มีกำลังเดินทางอยู่บนนั้นนานๆ ผมก็เลยต้องเลือกให้ลูกหาบแบกกล้องขึ้นไปให้ พอลงมา สิริรวมแล้วผมเดินไปร่วมๆ 87 กม. คือ วนไป วนมาอย่างนั้นจนกว่าจะได้รูปสวยๆ ครบทุกจุด แต่พอทำได้ถึงวันที่สามก็เริ่มจะรู้ว่า ภูกระดึงนั้นต้องมาทุกฤดู เพราะว่าที่เที่ยวบางจุดนั้นจะสวยงามมากก็ต่อเมื่อถึงฤดูกาลของมันเท่านั้น

น้ำตกวังกวาง
น้ำตกถ้ำใหญ่
น้ำตกธารสวรรค์

อย่างเช่นในรูป จะเห็นว่าช่วงเดือนตุลาคม ถึงจะเป็นช่วงปลายฝนก็จริง

แต่น้ำตกนั้นก็ไหลเชี่ยว… …เหมือนเยี่ยวเด็ก 

(read more » )

:o: BAK KUT TEH :o:

14/05/2007 22:39

อารัมภบท :  บักกุ๊ตเต๋นี่ไม่ได้เป็นฮ่องเต้ หรือไม่ได้เป็นศิลปิน K-pop มาก่อนนะครับ แต่เป็นอาหารจีนชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในประเภทซุป นิยมเสิร์ฟทานพร้อมข้าว เป็นอาหารที่พบเห็นได้มากในสิงค์โปร์และมาเลเซีย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมนึกขึ้นทีไรเป็นต้องน้ำลายไหลทุกที ถึงแม้ว่าของเก่าผมจะไม่เคยเขียนถึงบักกุตเต๋เจ้านี้มาก่อนเลยก็ตาม แต่เห็นรูปร้านนี้ทีไร ไม่ไหวแว้วว น้ำลายไหลทุกที อิอิ เลยต้องแยกออกมาเขียนเป็นตอนเดี่ยวๆ โดยเฉพาะให้เค้าเลย เพราะอร่อยจริงๆ!!

หลังจากที่ล้อเครื่องบินแตะสนามบิน Malaysian Airport ของสายการบิน Air Asia เป็นที่เรียบร้อย พวกเราก็ไม่ต้องทำอะไรมาก นู๋แนนบอกว่าเดี๋ยวมีป๋า เอ๊ย!! มีรถมารับเป็นรถโค๊ทขนาดใหญ่ ก็แบบรถทัวร์บ้านเรานี่แหล่ะ มารับถึงสนามบินเลย เพื่อไปส่งเรายังที่พักก็คือ Borneo Backpackers ระหว่างทางไกด์ก็ชวนคุยไปเรื่องเปื่อย แต่คุยก็สนุกมากๆ ครับ ทำให้ลืมความหิวไปเสียสนิทเลย แต่พอมาถึงที่พักนี่สิ ท้องของพวกเราก็เริ่มจะป่วนทุกๆ คนแล้ว หิวมาก งานนี้น้าโป้ก็เลยต้องออกเดินทางเพื่อให้พวกเราหาอะไรรองท้องกัน

พอเดินออกมาหน้า B.B. น้าโป้ก็นำพวกเราตรงไปทางถนนสู่ทะเล แต่พอเดินผ่านแยกไปสองแยก เราก็เดินเลี้ยวขวา บริเวณนั้นมีร้านขายอาหารอยู่เจ้าสองเจ้า พวกเราก็เลือกกันอยู่พักนึง จนทนไม่ได้เอาร้านไหนก็ได้ นี่แหล่ะ ร้านนี้แหล่ะ

‘Kedai Kopi Kwong Tung Chai Kolombong’ อ่านว่าอะไรเนี่ย ชักสยอง แต่ตอนนั้นผมยังไม่เห็นคำว่า ‘BAH KUT TEH’ (ซึ่งจริงๆ ผมว่าร้านเค้าเขียนผิดนะ)

ร้านบักกุ๊ตเต๋ที่ผมไม่กล้าอ่านชื่อเป็นภาษาไทย

ตอนแรกพอนั่งพรึ่บลงไปแล้วผมเครียดมากเลย มื้อแรกในต่างประเทศวุ้ย เอาไงดีวะ โชคดีที่มากันเยอะนะเนี่ย ไม่งั้นคงต้องจรไปกิน KFC แน่ๆ แต่สักพักเมนูก็มา แค่แว๊บเดียวก็ได้ยินเสียงใครสักคนพูดขึ้นมาว่า ‘บักกุ๊ตเต๋’ ทำให้ผมถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาเลย เพราะเคยมีประสบการณ์กินบักกุ๊ตเต๋ที่อุทัยธานีมาครั้งนึง ตอนนั้นไปงานแต่งงานของเพื่อน และในงานก็มีบักกุ๊ตเต๋มาเสิร์ฟด้วย แต่รสชาตินั้นผมบอกตรงๆ ว่า “เข็ด”

หึ… สิบคนสั่งมาสองหม้อ ไอ้เราก็ได้แต่บ่นในใจว่า ‘สั่งมาทำไมตั้งเยอะตั้งแยะฟะ แล้วมันจะหมดไหม๊เนี่ย!!’ แต่ด้วยความหิว และมันเลือกไม่ได้แล้ว เอาก็เอาวะ ซึ่งพอเค้าเสิร์ฟมาที่โต๊ะเท่านั้นแหล่ะ…

โอ๊วส์พระเจ้า!! ต้นตำรับมันเจ๋งอย่างนี้นี่เอง…

ว่าแล้วถ้าจำไม่ผิด รู้สึกวันนั้นจะโดนไปสี่หม้อ และพวกเราก็วนมากินร้านนี้กันอีกตั้งสามครั้งเห็นจะได้ นอกจากบักกุ๊ตเต๋จะอร่อยแล้วอาหารร้านนี้ก็อร่อยไปเสียหมดทุกอย่าง ราคาอาหารก็ไม่แพงเสียด้วยครับ อร่อยขนาดว่าถึงระหว่างทานพวกเราจะแซวกันว่าบักกุ๊ตเต๋ที่กินอยู่นั้นทำมาจากเนื้อหมา (เพราะเราไม่ค่อยเห็นหมาเดินในโกตาเลย น้อยมากๆ) หรือว่าทำจากเนื้อของสัตว์ประหลาดคินาบาลู (เป็นทากชนิดหนึ่งขนาดใหญ่มาก ยาวประมาณ 10 นิ้ว ลำตัวกลวงเหมือนลำไส้ แต่มีลักษณะเป็นปล้องๆ ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินไส้เดือนขนาดยักษ์บนคินาบาลูที่มีขนาดพอๆ กันเป็นอาหาร, ผมยังไม่มีรูปของมันเลย เห็นว่าพบได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ผมไปเที่ยวช่วงพฤษภาคม) ก็ยังไม่มีใครหยุดกินอ่ะ คิดดู

บรรายากาศมื้อสุดท้าย เริ่มจะคุ้นกับเจ๊ที่ร้านแล้ว...

‘บักกุ๊ตเต๋’ เท่าที่ผมศึกษามาจะมีหลายอย่าง แต่อย่างที่ผมไปกินนั้น จะใส่น้ำ ลูกชิ้น (อร่อยมาก ไม่เหมือนบ้านเรา) เนื้อเข้าใจว่าจะเป็นเนื้อหมู กับเครื่องในต่างๆ ผักนี่รู้สึกจะไม่มี มีแต่ใส่เห็ดเท่านั้น (ถ้าจำไม่ผิด เอ… หรือผมแย่งเขากินไม่ทันกันหว่า??) แต่ในรูปตามอินเตอร์เนตหรือตามแหล่งอื่นๆ ก็เห็นว่ามีใส่ผักด้วยแฮะ รสชาติก็ถือว่าแปลกสำหรับคนบ้านเรา คือ บางๆ ไม่จัด แต่อร่อย

(read more » )

:o: FLY ME TO K.K. :o:

13/05/2007 16:07

อารัมภบท :  จริงๆ เรื่องนี้ผมเขียนไว้นานแล้ว ในบล็อคที่อื่น แต่บล็อคนั้นจัดแต่งอะไรให้ออกมาถูกใจผมไม่ได้เลย ผมเลยมีความคิดที่จะย้ายไปไว้บล็อคอื่นหลายที จนมาเจอแล้วทำความคุ้นกับบล็อคของ TKT สักระยะ เลยรู้สึกว่าย้ายมาที่นี่จะดีกว่า เพราะที่นี่ถูกใจผมมากๆ แถมมีอยู่ครั้งนึง บล็อคเก่าเหมือนแกแอบลบบล็อคผมด้วย ตอนนี้เลยย้ายรูปไปไว้โฮสต์ต่างประเทศแระ ส่วนเรื่องก็เอามาเก็บไว้ที่นี่แทน ปรับปรุงใหม่ด้วย เพราะยิ่งทำ ยิ่งอารมณ์ดี (มันไม่รู้สึกกดดันอ่ะ)

เรื่องนี้เป็นเรื่องตอนที่ผมได้ไปเที่ยว Kinabalu มา ก็ตั้งแต่ปีที่แล้วโน่น ข้อมูลก็คงไม่มีอะไรมากนัก เพราะผมเพิ่งพาเพื่อนๆ ในแก๊งค์ฯ ให้เป็นคนจัดการให้หมดเลย โดยการเตรียมไปเที่ยวครั้งนี้พวกเราได้เตรียมการกันนานมาก (ถ้าผมจำไม่ผิดนี่เป็นปีเลยมั้ง) เป็นการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของพวกเรา (หรืออาจจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย กระซิกๆ เพราะพักนี้เราไม่ค่อยได้ไปเที่ยวด้วยกัน ถ้าเป็นแฟนคงเลิกกันไปแระ อิอิ)

หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าแก๊งค์สีรุ้งคืออะไร? แก๊งค์กระเทยถึกหรือเปล่า? ถึงได้ตั้งชื่อว่าแก๊งค์สีรุ้ง ไม่ใช่ครับ ‘แก๊งค์สีรุ้ง’ ก็คือ ‘พวกเรา’ หลายคน ต่างคนก็ต่างมีที่มาที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกันในบางเรื่อง หรือบางคนก็หลายเรื่อง อิอิ เปรียบได้ว่าพวกเรานั้นเป็นสีคนละสีกัน แต่แม้จะเป็นคนละสีกันแต่ก็เข้ากันได้เพื่อจุดหมายเดียวกัน คือ ‘ท่องเที่ยวด้วยกัน ด้วยมิตรภาพและความจริงใจ’ พวกเราท่องเที่ยวมากันแล้วหลายที่ เพียงติดที่ว่าตอนที่ผมเดินทางร่วมกับแก๊งค์สีรุ้งช่วงนั้นผมใช้กล้องฟิล์มแต่เพียงอย่างเดียวก็เลยไม่ค่อยจะมีโอกาสในการเล่าเรื่องราวผ่านภาพให้ได้เห็นกันเพราะมันทำอะไรก็ช้า… ไปหมด เปลืองก็เปลือง คิดดูสองปีหมดไปเกือบสองแสนเอง… (โดนบรรดา ‘มืออาชีพ’ ทั้งหลายเค้าหลอกให้ใช้กล้องฟิล์ม, โฮ้ย เรื่องนี้ผมเล่นไม่เลิกหรอกนะ 555)

รูปหมู เอ๊ย!! รูปหมู่ ฝีมือไกด์ชาวมาเลเซีย ถ่ายภาพด้วยกล้องคอมแพค อิอิ

คินาบาลูนั้นเป็นเมืองหนึ่งในเกาะบอร์เนียว ซึ่งในเกาะนี้จะแบ่งออกเป็นพื้นที่ของประเทศ 3 ประเทศ ก็คือ มาเลเซีย, บรูไน และอินโดนีเซีย โดยคินาบาลูนั้นจะอยู่ในเขตรัฐซาบาห์ (Sabah) ของประเทศมาเลเซีย เรื่องลึกกว่านี้ลองหาอ่านได้ใน Wikipedia ครับ (คือ พอดีผมเป็นช่างภาพอ่ะครับ ไม่ใช่นักเขียน, ขอหลอกหลอนนักวิจารณ์ที่ชอบแนะนำอะไรที่ไม่เข้าเรื่องหน่อย อิอิ, กุ๊กกู๋)

ถ้าพูดถึงคินาบาลูนั้น ผมจะนึกถึง Mount Kinabalu ที่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นมาทันที วัดที่ยอดสูงสุดคือ Low’s Peak สูง 4,095 เมตร จากระดับน้ำทะเล นั่นเพียงแต่ว่าไม่มีเที่ยวบินไหน บินตรงไปถึง Low’s Peak โดยตรง เราต้องนั่งเครื่องมาลงที่ Kota Kinabalu ที่เป็นเมืองท่าเสียก่อนที่จะเดินทางไปยัง Mount Kinabalu

เราเริ่มเดินทางกันวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2549 ที่สนามบินดอนเมือง โดยเครื่องบินมีกำหนดออกตอนประมาณ 4 โมงได้ ถ้าผมจำไม่ผิดนะ ไปถึง Kota Kinabalu ก็ราวๆ ทุ่มนึง อ้อ เวลาที่นั่นเร็วกว่าที่บ้านเราประมาณ 1 ชม. แต่อ่านมาถึงนี่หลายท่านอาจจะไม่ทราบอะไรบางอย่าง ซึ่งผมจะบอกให้ว่าครั้งนี้เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกของผม หุหุ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าผมตื่นเต้นขนาดไหน ตอนแรกกะว่าจะเอาฟิล์มมาถ่ายสนามบินดอนเมืองเก็บไว้สักม้วน เพราะเห็นว่าอีกหน่อยดอนเมืองจะเปิดให้เครื่องที่บินภายในประเทศเท่านั้น ต่างประเทศต้องไปขึ้นที่สุวรรณภูมิ แต่เอาเข้าจริงๆ ผมก็เขิลล์เหมือนกัน เลยได้รูปสนามบินดอนเมืองมาเพียงรูปเดียว ขณะเครื่องกำลังขึ้น ปู๊น ปู๋นนนน

อ๊าย อาย เลยถ่ายได้แค่นี้ 'ดอนเมืองรำลึก' อิอิ

อืม ผมว่ามันอาจจะดูติงต๊อง แต่นี่มันครั้งแรกของผมเลยนะ ก็กลัวและตื่นเต้นเล็กน้อย จิตใจก็พลอยคิดไปยังเรื่องแปลกๆ ต่างนานา (เช่น แอร์โฮสเตสจะแอบกิ๊กเราหรือเปล่าน๊า ฯลฯ) ดีที่ได้แซคมาคอยช่วยปลอบประโลม เอ๊ย!! มาคอยเป็นเพื่อนคุย ไม่งั้นผมคงแย่ - -”

บรรยากาศภายในเครื่อง ง๊า แบบว่าครั้งแรกอ่ะ
โว๋ๆๆๆ แม่น้าม คับ แม่น้ามมม
ท่านประธานและภริยา กำลังมีความสุขกัน หุหุหุ

หลังจากผ่านความสูงไปได้ระดับนึง นอกหน้าต่างเริ่มจะไม่มีอะไรที่เป็นที่น่าสนใจสำหรับผมอีก บรรยากาศของเครื่อง Air Asia ก็ชักจะเป็นไปด้วยดี พอว่างผมก็ทำหน้าอยากมีกิจกรรมอะไรสักอย่างบนเครื่องบินขึ้นมาแล้วสิ ฮี่ฮี่ฮี่ ครั้งนี้นอกจากจะเป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นเครื่องบิน ก็ยังเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบนเครื่องบินด้วย อันนี้ต้องขอขอบคุณ ‘ท่านประธาน’ เป็นอย่างยิ่งที่ออกความคิด แต่… ที่ให้ไปสองดอลล่าร์กรุณาทอนด้วย เหิบเหิบ…

ในภาพด้านบนผมถ่ายมาเพราะเห็นความเห่อของคนกินบะหมี่ ด้านหน้าจะเห็น ‘ท่านประธาน’ กำลังเห่อกับการกินบะหมี่บนเครื่อง เช่นเดียวกับเจ๊หน่อยและนู๋แนนที่อยู่แถวถัดไปทางด้านหลัง (ที่บ่นเพราะไม่เห็นมีใครถ่ายภาพผมโจ้คัพนู๊ดเดิ้ลบ้างเลย, ก็ดันใช้กล้องฟิล์มนี่หว่า :P)

บรรยากาศก่อนถึงสนามบินที่ Kota Kinabalu

ว่าแล้วก็มาถึง K.K. อย่างสวัสดิภาพ (เอ๊ะ เร็วจัง, อื่นๆ ก็เหมือนนั่งบขส. อ่ะ)

Malaysian Airport

ว่าแต่เสียดายจังที่ไม่ได้วางระเบิดบนเครื่องบินหง่ะ

 

ปล. อ้อ ผมวางระเบิดบนห้องน้ำที่สูงที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มาแล้วนะ ถ้าหากใครอยากทราบว่ามันเป็นยังไง? อย่าลืมติดตามอ่านกันหล่ะ เพราะถ้าพลาดไปแล้วจะเสียใจ อิอิ

Protected: :o: กาลครั้งหนึ่งที่บอร์เนียว :o:

11/05/2007 02:52

This post is password protected. To view it please enter your password below:

Next Page »