ภูกระดึง หรือ ชื่อเต็มๆ ว่า ‘อุทยานแห่งชาติภูกระดึง’ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่สามที่ผมรู้จัก อันแรกเขาใหญ่ แล้วก็มาสามร้อยยอด ซึ่งจริงๆ คั่นด้วยป่าหินงามก่อน แต่ผมไม่รู้ว่าที่นั่นเป็นอุทยานแห่งชาติ (จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็ไปมาหลายอุทยานนะ แต่ไม่เคยจะใส่ใจเลยว่าที่ที่ไปนั่นคืออุทยานแห่งชาติ อืม… ผมก็คนอย่างนี้แหล่ะ อย่าไปถือสาเลย) สิ่งที่ทำให้ผมรู้จักภูกระดึงก็เป็นเพราะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วนานเสียจนผมจำแทบไม่ได้ ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ซึ่งก่อนจะเข้าไปยังเขตฯ นั้น จะมีถนนเลียบเขาที่มีทิวทัศนของทิวเขา… เขาอะไรน้า… อืม… แต่มีภูเขาอยู่ลูกหนึ่งที่สูงตระหง่านขึ้นมา จนผมอดสงสัยไม่ได้ ผมก็เลยลองถามพี่ๆ ดูปรากฎว่าได้คำตอบมาว่า “ภูกระดึงมั้ง” ตั้งแต่นั้นมา ไอ้เจ้าภูกระดึงนี่ก็เป็นอะไรที่ติดหูผมตลอดมา เอาเป็นว่าได้ยินเป็นไม่ได้อ่ะนะ

จนมาวันหนึ่งผมก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวภูกระดึงจนได้ นั่นแหล่ะ ผมถึงได้รู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของมัน เพราะครั้งแรกผมนั้นแบกของหนักถึง 27 กิโลกรัมเพื่อเดินขึ้นภูกระดึง ก็ไม่ถึงตายหรอกครับ ไม่งั้นจะมานั่งโม้อยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร? แค่กลับมาเดินไม่ได้ไปสามวัน เห็นบันไดนี่ไม่ได้เลย ‘เกรงใจ’ ไม่กล้าขึ้น แต่ก่อนกลับมาจากครั้งนั้น ผมก็ได้เห็นโปสการ์ดชุดหนึ่่ง ที่คนขายกำลังขายอย่างเมามันส์ เพราะคนแย่งซื้อกันเยอะมาก ผมก็เลยอยากจะถ่ายภาพให้ได้อย่างเขาขึ้นมา (เรื่องนี้น่าจะราวๆ 4 ปีก่อนเห็นจะได้) ซึ่งต่อมา ผมก็ได้ทราบว่าโปสการ์ดนั้นเป็นผลงานของ ‘ครูเกริ่น เขียนชื่น’ หน่ะเอง ครับ โปสการ์ดนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำในสิ่งที่ถ้าเป็นผมในวันนั้น คงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ก็คือการมีภาพภูกระดึงสวยๆ เก็บไว้เป็นของตัวเอง

มาถึงตรงนี้ หลายๆ ท่านก็คงอยากจะไปเที่ยวภูกระดึงกันบ้างแล้ว ไปภูกระดึงนั้นไม่ยากครับ แต่ผมคงไม่พูดถึงมากนัก เพราะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทราบดี และสามารถค้นหากันในเวบก็ได้ ในเทคกิ้งก็มีที่ผมได้ยินบ่อยๆ ก็ ‘อาจาร์ยบัณฑิต’ ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภูกระดึง แต่ที่หนักหนาจริงๆ อยากจะให้ระวังกันก็คือ เรื่องสุขภาพ การเดินขึ้นภูกระดึงนั้นค่อนข้างจะใช้แรงงานสักหน่อย ผู้ที่ไม่เคยออกกำลัง หรือห่างหายไปนาน ผมว่าไม่ควรจัดสัมภาระไปเองควรเตรียมเงินไว้ให้ลูกหาบแบกของขึ้นไปให้จะดีกว่า เชื่อผมเถอะ แล้วดีเอง ทุกวันนี้ถึงผมจะเชี่ยวชาญเรื่องการเดินขึ้นที่สูงในระดับมัธยมแล้ว ก็ยังจำกัดพิกัดน้ำหนักที่จะแบกขึ้นไปเองไว้ที่ 10 กิโลกรัมเลย (กล้องและขาตั้ง) เนื่องจากอยากไปเที่ยวแล้วมีความสุขมากกว่าที่จะไปแล้วต้องนอนเฝ้าเต๊นท์เนื่องจากใ้ช้พลังในการเดินทางไปจนหมด อดเที่ยว แฮ่…

เสน่ห์อย่างหนึ่งของภูกระดึงที่ไม่เหมือนที่อื่นๆ จนมีใครน๊อ… ผมจำไม่ได้แล้ว พูดเอาไว้ว่า “ภูกระดึง คือ ปฐมบทของนักเดินทาง” (แต่บ้างก็ว่า ‘ภูกระดึง เด็กๆ เค้าเที่ยวกัน’ ก็จริงของมัน บางทีไปเจอพวกปัญญาอ่อนเข้าไปก็เล่นเอาปวดกระบาลเหมือนกัน เช่น ระรานคนอื่นนี่เจอบ่อยเลย สงสัยเป็นวัฒนธรรมประจำชาติเรานะ 555) ตอนแรกผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำไม? แต่หลังจากได้ไปแล้ว ก็ซึ้ง ถึงกับประทับใจว่าสถานที่เที่ยวที่หลากหลาย และความสะดวกสบายบนภูกระดึงนั้นช่างเหมาะสมกับคนที่ยัง ‘ท่องเที่ยวแบบเดินป่า’ ไม่เป็นมากๆ หากไปภูกระดึงแล้วกลับลงมาได้อย่างสบายๆ ก็ไม่มีที่ไหนทำให้คุณลำบากกับการเดินได้อีกแล้วครับ (เอ๊ะยังไง?) และการหากินนั้นก็ง่าย เนื่องจากมีร้านค้ามากมายบนภูกระดึงแต่ราคาก็แพงขึ้นตามความสูงครับ แต่ยังไงก็สบายกว่าแบกขึ้นไปทำเองเยอะ

บนภูกระดึงนี่ผมมีเรื่องราวมากมายที่อยากเล่าให้กับทุกๆ คนฟังไม่จบไม่สิ้น แต่ครั้งนี้คงต้องขอติดไว้ก่อน เนื่องจากผมขี้เกียจพิมพ์แระหล่ะ ไว้วันหลังมาต่อ ส่วนใครเกิดอารมณ์อยากคุยเรื่องภูกระดึงขึ้นมาแล้วหล่ะก้อ นอกจากจะฝากข้อความไว้ ก็ลองไปดูที่เวบต่างๆ ได้ครับ โดยเฉพาะเวบถ่ายภาพของผมที่มีรวบรวมรูปถ่ายจากภูกระดึงไว้เยอะเลยทีเีดียว…
http://hotduckz.multiply.com/photos/album/61
http://hotduckz.multiply.com/photos/album/59
http://hotduckz.multiply.com/photos/album/58
เวบบอร์ดของ trekkingthai.com ก็มีเกี่ยวกับภูกระดึง (ผมว่าน่าดูกว่าภูกระดึงดอตคอมนะ อิอิ)
