:o: ทิวไผ่ :o:

09/04/2009 14:26
Posted by hotduckz in ทะเล, ติดเกาะ

สีชังอีกแล้ว จะเรียกว่าสิ้นคิดก็ว่าได้ เพราะตอนแรกกะว่าจะไปหลวงพระบาง สุดท้ายติดอะไรหลายอย่างก็เลยทำให้พลาดการไปหลวงพระบางจริงๆ ครั้งแรกไป แต่ช่างเถอะ ชีวิตยังอีกยาวไกล…

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสจองที่พักผ่านทางโทรศัพท์ เพราะกลัวว่าที่พักจะเต็ม เนื่องจากปีที่แล้วก็ไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้วก็เจอปัญหาที่พักเต็ม แต่ปีที่แล้วผมเตรียมเต๊นท์ไปนอนเต๊นท์ที่ช่องเขาขาด แต่ก็นอนได้คืนเดียว เพราะว่ามีคนนไปตกปลาหมึกตลอดคืน ไหนจะเจอวัยรุ่นกวนประสาทอีกต่างหาก สุดท้ายก็เลยหาบ้านพัก แล้วก็ไปได้ที่ทิวไผ่ที่มีคนจองแล้วไม่มา ซึ่งเป็นบ้านพักแบบบังกะโลว์แต่ไม่ติดทะเล ปีนี้พอผมจะไปผมเลยนึกถึงที่นี่ได้เป็นที่แรก

พอโทร. ไปก็จอห้องเป็นที่เรียบร้อย ทางนั้นมีการให้โอนเงินเข้าไปมัดจำก่อน 700 บาทเป็นค่าห้องแอร์สำหรับ 1 คืน ก็ไม่ถูก ไม่แพงอะไรนักสำหรับการติดเกาะครั้งนี้ เช่ามอเตอร์ไซค์อีกวันละ 300 บาทก็ตกค่ามีชีวิตอย่างต่ำวันละพันบาท ว่าแล้ว กลับมาจะเอาภาพมาโพสต์ให้ดู

:o: แนวเชือก :o:

07/04/2009 05:47
Posted by hotduckz in Kinabalu

จริงๆ มันมีจุดหวาดเสียวหลายที่ แต่เวลาเราเดินขึ้น จะขึ้นตอนกลางคืน ทำให้ไม่เห็นจุดหวาดเสียวต่างๆ เหล่านั้นเลย ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลไป แล้วถ้าคุณเดินแบบทอดน่อง พุงป่องท้องสองเดือน ขากลับก็จะเจอเมฆหมอก ที่ทำให้คุณไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง

นั่นแหล่ะครับ จะทำให้คุณเดินได้อย่างสบายๆ คินาบาลูนั้นไม่มีอะไรลำบาก นอกจากคนที่เป็น attitude sickness (อย่างที่ผมเป็น) ก็เท่านั้นแหล่ะ ^^

ปล. บล็อคนี้เห็นไม่ได้โพสต์นานเลยมาอัพสักหน่อยนึง

:o: ปรี่ :o:

18/02/2009 08:56
Posted by hotduckz in Kinabalu

ที่ยอดคินาบาลูนี้ผมได้รับคำแนะนำว่าเมื่อถึงเวลา 8-9 โมงก็ให้รีบลงได้แล้ว ซึ่งก็จริงครับ เพราะพอสายๆ เมฆมันก็จะออกมาปกคลุมยอดเขาทำให้มองไม่เห็นอะไรและอาจจะเป็นปัญหากับการเดินทางได้ พวกเราก็ไม่ได้รีบลงกันนัก เพราะว่ายังค้างกันที่นี่อีกคืนหนึ่งครับ

เมื่อหมอกเริ่มปกคลุม St’ John peak ก็จะเป็นดังภาพ

ทางเดินก็จะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทาง เพราะว่าที่นี่นั้นมีเชือกคอยนำทางอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราอย่าเดินออกไปนอกเส้นทางนักเท่านั้น หมอกนี้จะหนาตรงช่วงยอดไปจนถึงด่านซายัด ซายัด ที่ถ้าลงช้าเจ้าหน้าที่เขาก็จะเผ่นกันหมดแล้วหล่ะ

ดังนั้นถ้าเป็นอะไร ก็ต้องหวังเพิ่งพี่ไกด์ที่คอยเดินติดตามเราเท่านั้นครับ

:o: Mr. Low :o:

15/02/2009 04:46

ยอดสูงสุดที่เราต้องไปถึงก็คือ Low’s peak ที่ Mr. Huge Low นักสำรวจชาวอังกฤษซึ่งเป็นผู้ขึ้นไปถึงยอดนี้เป็นคนแรกของโลก ในปี 1895 ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจิ๊บๆ นะครับ ขนาดว่าผมมาตอนที่ปัจจุบันนี้ถือว่าเจริญมากแล้วยังต้องใช้ความอดทนทางด้านร่างกายอยู่พอสมควร แต่ต้องยอมรับว่าที่นี่สวยมากๆ

ตอนผมเห็นยอด Low’s peak ถึงกับร้องเลยว่า “นี่กูต้องไปให้ถึงให้ได้”

แต่สักพักด้วยความที่หนูแนนเริ่มจะเดินไม่ไหวแล้ว ประกอบกับผมปวดท้องคลี่อย่างรุนแรง จึงทำให้ผมทิ้งหนูแนนไว้แล้วรีบเดินขึ้นยอดอย่างไม่รั้งรอ (แมนมากกรู) ขึ้นไปถึงก็พบกับน้าโป้นั่งยิ้มรออยู่บนยอดแล้ว…

นี่เป็นการขึ้นมาถึงยอดที่ผมบอกตรงๆ ว่าไม่ประทับใจสักเท่าไหร่…

ขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองนั้นทำอะไรผิดพลาดไป…

อย่างหนึ่ง…

และกลับแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว…

นี่เป็นบทเรียนอีกหนึ่งบทในชีวิตของผม…

เพราะสุดท้าย ทุกคนก็ขึ้นมาถึงยอดเหมือนกัน รวมทั้งแนนด้วย…

:o: South peak :o:

14/02/2009 05:49

หลังจากผ่านด่านสุดท้ายมาได้ระยะหนึ่ง พระอาทิตย์ก็เริ่มจะขึ้นมาจากขอบฟ้าแล้ว แต่ระยะทางก็ยังอีกไกลกว่าจะถึงจุดสูงสุดของคินาบาลู แต่จุดแรกที่เขานิยมถ่ายภาพกันก่อนจะเดินไปสู่ยอดก็คือ South peak มาถึงตรงนี้ เจ๊หน่อยที่อ๊วกแตกตั้งแต่เริ่มเดินก็บอกว่าไม่ไหว ขอตัวลงแล้ว

แต่ก่อนจะแยกทาง เราสามคน เจ๊หน่อยก็มีปัญหาคาใจที่ต้องกล่าวออกมา

“หนูแนน เอาธงชาติมาหรือเปล่า?” เจ๊หน่อยถาม

“เอามาสิ” แนนตอบ

พอเห็นธงนี่เล่นเอาผมอึ้งเล็กน้อย, โอ้ว อันเบ้อเร้อ อิอิ

ไม่เป็นไร, คนน่ารัก ทำอะไรก็รับได้ :)

หลังจากตรงนี้ ผมกับแนนก็ต้องเดินไปกันเพียงสองคนแล้ว เพราะว่าหน่อยไปไม่ไหว ซึ่งตอนนี้เพื่อนๆ ผมก็เดินกลับมาจาก Low’s peak จุดสูงสุดกันแล้ว ถามได้ใจความว่า จาก South peak ก็อีกราวๆ หนึ่งชม.!!

ฟังแล้วมันช่างน่าท้อใจ เพราะผมกำลังปวดคลี่อย่างแรง แถมยังแพ้ความสูงอีกด้วย ซึ่งพอเราแพ้ความสูงก็จะทำให้เรามีอาการปั่นป่วนในร่างกายมากมาย เช่น ปวดหัว, ปวดท้อง, คลื่นไส้ ทำให้รีบเดินไม่ได้ แต่ใจผมก็อยากรีบเดินให้มันถึงๆ สักที เพราะว่าผมปวดท้องเต็มที่ และถวิลหาห้องน้ำอย่างแรงแล้ว…

นั่นมันทำให้เกิดวลีเด็ดประจำทริปนี้ คือ

“เดินเร็วก็ปวดหัว เดินช้าก็ปวดขี้”

ว่าแล้ว ผมกับแนนก็เริ่มเดินกระดึ๊บกันต่อไป…

ปล. คิดถึงหนูแนนจัง, อยากย้อนเวลาได้จังเลย…

:o: Sayat Sayat :o:

12/02/2009 02:24

ตอนตีสองที่ Gunting นี่วุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง มีแต่คนเชื่อสายจีนพูดกันโหวกเหวก โวยวาย กันอยู่นั่น จนผมต้องลุกตื่นขึ้นมาจนได้ (แต่ถ้าไม่ตื่นตอนนี้ก็ไม่ต้องขึ้นยอดกันหล่ะ) ยังเพลียๆ อยู่เลย แต่ตอนนี้เพื่อนๆ ผมที่ผมคิดว่าเพี้ยนไปแล้ว ลุกมาทำอาหารการกินกันเรียบร้อยแล้ว ผมซัดมาม่าเข้าไปสองคำ เล่นเอาแทบอ๊วก กระเดือกไม่ลง คิดว่าเป็นเพราะเพลียและแพ้ความสูงด้วย (Attitude sickness) พอเร่งมากๆ เข้า ก่อนจะขึ้น ผมต้องยัดขนมปังเข้าไปชิ้นนึง ถึงกับวิ่งไปจะอ๊วกที่ห้องน้ำ

ประมาณตีสามได้ เราเริ่มออกเดินทาง เพราะว่าไม่อยากขึ้นไปชนกับพวกที่ขึ้นไปก่อนหน้า ซึ่งคนเยอะมาก อาจจะทำให้ไม่ได้รูปสวยๆ ได้ เราเดินขึ้นไประหว่างทางก็เห็นทางช้างเผือกทอดตัวยาวบนท้องฟ้า พูดแล้วยังเสียดายไม่หายเพราะว่าผมไม่ได้เอาขาตั้งขึ้นไป ระหว่างทางป้าหน่อยเพื่อนร่วมทางก็อ๊วกแตกเสียแล้ว โอ๊กกกก โอ๊กกกก เสียงช้างน้ำ ระหว่างที่ผมนั่งชมทางช้างเผือกไปพลางมันช่างน่าประทับใจอะไรเช่นนี้ (ข่าวแว่วมาว่าทริปนี้พวกเราอ๊วกแตกกันไปสาม) ส่วนผมนั้นเริ่มจะปวดหัวอย่างแรงแล้วเหตุก็เพราะแพ้ความสูง และเริ่มรู้สึกปวดคลี่เป็นระยะๆ เสียด้วย

เดินไปจนถึงด่านสุดท้าย คือ Sayat Sayat ที่นี่จะมีที่บ้าน เมื่อก่อนเปิดให้นอนพักด้วย แต่ปัจจุบันปิดไป และมีห้องน้ำซึ่งผมคิดว่าเป็นห้องน้ำที่อยู่สูงที่สูดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย ผมก็เริ่มเล็งไว้แล้วแหล่ะ แต่ตอนนี้ท่าจะไม่ไหว เดินขึ้นยอดก่อนดีกว่า

อ้อ ที่ซายัด ซายัดนั้นจะมีให้นักเดินทางเช็คชื่อด้วยนะครับว่าใครผ่านมาบ้าง เพื่อที่จะได้ให้ใบประกาศกับนักเดินทางได้อย่างถูกต้องว่าคุณสามารถพิชิตยอดคินาบาลูได้ รวมทั้งเป็นการตรวจเช็คเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย เพราะที่นี่นั้นถือว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก หากหลงออกนอกเส้นทาง หรือว่าติดอยู่ข้างบน คุณอาจจะเสียชีวิตได้

ว่าแล้วก็เดินต่อ ‘สองกิโลครึ่งทำไมมันไกลอย่างนี้’ ผมคิดในใจ เมื่อเดินทางผ่านจุดตรวจ Sayat Sayat ไปแล้ว แต่ก็ยังอดทนเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ฟ้าก็เริ่มสาง ตอนนี้กล้องฟิล์มบุโรทั่งของผมเริ่มจะถ่ายภาพได้แล้ว เนื่องจากมีแสงสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ และผมก็เอาเลนส์ 2.8 ไป แต่หันไปดูข้างๆ แกกดกล้องดิจิตอลกันฉับๆ ตั้งแต่ผมวัดแสงได้ที่ 2.8 หนึ่งวินาที ช่างน่าอิจฉาเสียจริง หุหุ

ทะเลหมอกที่นี่สวยกว่าที่ไหน ที่เคยไปมาเลย…

แต่นี่ยังอีกไกลกว่าจะถึงยอด…

:o: นอนบน Kinabalu :o:

11/02/2009 04:41
Posted by hotduckz in Kinabalu

หนาวครับ ที่นี่นั้นหนาวมาก เพราะว่าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3000 เมตรแล้ว ช่วงกลางคืนนี้จะหนาวจัด เลขตัวเดียว หรือว่าติดลบ ดังนั้น คุณควรจะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี อย่างผมก็ใส่กางเกงสองชั้น เสื้อหนาวขนเป็ด เอาถุงนอนสวมทับ และใช้ผ้าห่มของที่นั่นคลุมอีกที ยังไม่รู้สึกว่ามันอุ่นขึ้นเลย…

นอนที่นั่นไม่ยากครับ ตอนผมไป ผมเหนื่อยมาก แป๊บเดียวก็หลับแล้ว

บรรยากาศยามเย็นที่นั่นก็ดีมากๆ…

อ้อ ช่วงตีสอง เมื่อตื่นขึ้นมา โอกาสที่คุณจะหาอะไรรองท้องนั้นค่อนข้างจะยาก เพราะว่าคนบนนั้นจะเยอะมาก ดังนั้น คุณควรจะติดอะไรสำหรับกินรองท้องง่ายๆ ไปด้วย อย่างผมก็พกน้ำผึ้งแบบหลอดไปทานระหว่างเดินขึ้น ซึ่งโชคดีมากๆ เนื่องจากผมแพ้ความสูง (Attitude sickness) ทำให้กินอะไรไม่ได้เลย แค่ขนมปังคำเดียวก็เล่นเอาผมต้องวิ่งโร่ไปหาคอห่านเสียแล้ว…

:o: ที่พักบน Kinabalu :o:

10/02/2009 10:41
Posted by hotduckz in Kinabalu

หลังจากเดินกันมาตั้งแต่เช้า คุณก็จะมาถึงที่พักในเวลาบ่ายๆ ซึ่งเราจะยังไม่สามารถเดินขึ้นถึงยอดในช่วงนี้ได้ เพราะว่ากว่าจะไปถึงมันใช้เวลาอีกราวๆ 4 ชม. คงจะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกไปแล้ว อากาศบนที่สูงขนาดนั้นคงจะไม่เหมาะกับ ‘สิ่งมีชีวิต’ อย่างแน่นอน

ช่วงนี้คุณจะต้องไปนอนพักผ่อนก่อนจะออกเดินทางในช่วงตีสอง

ครับ ตีสอง


หน้าตาของ Laban Rata

ที่พักบนนี้ จะเป็นห้องพ้กเล็กๆ มีพื้นที่ให้นิดหน่อย มีเตียงแบบขนาดพอดีคน สองชั้น ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว โดยตอนที่ผมไปจะมีทั้งหมด 4 หลัง คือ Labanrata, Gunting, Warus ส่วนอีกหลังนึงผมจำไม่ได้แล้ว โดยแต่ละหลังจะมีครัวและห้องน้ำให้เรียบร้อย ห้องน้ำก็ไม่ต้องกลัวครับ มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ ก็ที่นี่มันหนาวมากๆ อุณหภูมิกลางวันต่ำกว่า 20 องศา

เรื่องอาหารการกินนั้น เราจะเดินมาสั่งทานได้ที่ Labanrata ซึ่งอยู่ห่างออกมาจากบ้านหลังอื่นๆ พอสมควร

เรื่องราคานี่ก็ไม่ต้องพูดถึง ‘แพง’

:o: ฮอยอัน ฉันรักเธอ :o:

11/01/2009 01:35
Posted by hotduckz in เวียดนาม

ไม่เกี่ยวอะไรกับหนังเรื่องนี้หรอก แต่พอดีผมไปฮอยอันมาเมื่อปีก่อน ก็รู้สึกประทับใจที่นี่มาก ทำให้ชื่อของหนังเรื่องนี้นั้นหลอนขึ้นมาในหัวผม แม้ผมจะไม่เคยไปดูเลย ก็ยังจำชื่อได้ เพราะมันเป็นหนังที่ค่อนข้างจะดัง

ภาพที่เห็นเป็นหนุ่มสาวชาวเวียดนามมาถ่ายภาพแต่งงานกัน

ผมไปอยู่ในฮอยอันราวๆ สี่วันเห็นจะได้ ที่นี่เป็นเมืองที่น่าประทับใจ ผู้คนนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่เป็นเมืองที่ผมกล้ายกกล้องถ่ายภาพถ่ายคนแปลกหน้าได้อย่างที่ไม่ขวยเขิน ไม่มีใครดุร้ายใส่ผมเหมือนกับเมืองไทย อย่างแม่ค้าบ้านเรานั้นจะดุมาก ประโยคที่แม่ค้าบ้านเราพูดกับผมแบบที่ลืมไม่ลงก็ “จะถ่ายทำเหี้ยอะไร?” แต่ที่ฮอยอันนี่ไม่มีครับ

ฮึดฮัดใส่ยังไม่มีเลย

ฮอยอัน สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจก็คือ “เมืองเก่า” ถ้าชอบถ่ายภาพแล้วผมว่าอยู่ได้ทั้งวัน แถมหลายวันเสียด้วย อย่างผมไปตั้งสี่วันยังไม่รู้สึกว่าจะเบื่อเลย แถมถ้าผมมีกล้องใหม่ หรือต้องเทสต์กล้องฮอยอันก็จะเป็นตัวเลือกแรกๆ เสียด้วย เนื่องจากเมืองนี้นั้นสวยจริงๆ สมกับที่ได้เป็นมรดกโลก

เรื่องที่พักก็ราคาไม่แพงนักห้องพัก 2 คนราคาราวๆ 10 กว่า US. (ยกเว้นที่พักในเขตเมืองเก่าจะแพงมาก) ที่พักที่ผมไปก็ไม่มีที่ไหนประทับใจเท่าโรงแรมอันฮอย (An-Hoi) ที่นี่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับฮอยอันโดยมีแม่น้ำคั่นกลาง ราคาก็ไม่แพงสำหรับห้องชั้นล่าง แต่ชั้นบนจะแพงหน่อย ถ้ามาเที่ยวฮอยอัน อย่าลืมพักที่นี่ วิวฝั่งอันฮอย เวลามองไปยังฮอยอันนั้นสวย และแสดงให้เห็นถึงความเป็นฮอยอันจริงๆ ครับ นอกจากนี้การพักที่นี่จะใกล้เมืองเก่าส่วนที่เป็นริมน้ำ ซึ่งมีอะไรน่าสนใจมากๆ เช่น ชีวิตแม่ค้าที่ตลาดที่เป็นมิตรสุดๆ ไม่แฮ่ใส่เหมือนเหมียว, ร้านอาหารริมน้ำ (แนะนำ Blue Dragon)

ฮอยอัน ฉันรักเธอครับ (แม้บางทีจะเจอตื้อให้ซื้อของ หรือโก่งราคาบ้างก็ตาม อิอิ)

:o: Tour or Backpack :o:

18/12/2008 10:26

จากประสบการณ์ของผม ผมชอบไปกับทัวร์มากกว่า เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรสักเท่าไหร่ เตรียมตัวไปให้พร้อมอย่างเดียว สิ่งที่ต้องระวังเมื่อไปกับทัวร์ก็คือเรื่องของเราเองเท่านั้น สิ่งที่แย่ๆ ที่อาจจะเจอเมื่อไปกับทัวร์ ก็เห็นว่ามีเพียงแค่เรื่องคน เช่น การไปเจอบริการที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ (อันนี้พูดยาก เพราะความเข้าใจของคนเรานั้นต่างกัน) หรือกลุ่มคนที่ร่วมทางด้วยนั้นเป็นบุคคลที่เข้ากับเราไม่ได้ ซึ่งปรกติแล้วเราต้องเจอกันประจำ เหมือนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยง นอกนั้นการไปกับทัวร์แล้วผมไม่มีอะไรที่ติดใจ ราคาอาจจะสูงกว่าไปเอง แต่แน่นอน นั่นเราจ่ายไปเป็นค่าบริการ

เวลาเราจะแบกเป้ไปเที่ยว

เราจะต้องหาข้อมูล และเตรียมตัว ซึ่งบางคนก็ว่า เป็นเสน่ห์และความท้าทายอย่างหนึ่ง

แต่แน่นอน คนพวกนั้นเขาอาจจะยังไม่เคยเจอปัญหาระหว่างการท่องเที่ยว เลยคิดว่ามันสนุก (หรืออาจะพูดหาผลประโยชน์เข้าตัว เช่น เขาเขียนหนังสือแบกเป้เที่ยวอยู่, ฮา!!) แต่การมีปัญหาระหว่างการท่องเที่ยวนั้น คนที่มีประสบการณ์ย่อมช่วยแก้ไขปัญหาให้คุณได้ ยกเว้นจะโชคไม่ดี ไปกับคนไม่เป็นพอดี (ฮา)

และการไปกับทัวร์นั้น คุณไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย บางทีเขาไปกันมา 5 ปี 10 ปีแล้ว ดังนั้น เรื่องจะไปแล้วผิดหวังนั้นตัดไปได้เลย บางครั้งผมเห็นคนมาส่งไม่ได้เตรียมอะไรติดตัวมาด้วย แต่พอดีที่นั่งไม่เต็มก็ติดรถไปกับเขาวันนั้นเลยก็มี เสื้อผ้าไปซื้อเอาข้างหน้า ส่วนของใช้อื่นๆ ทัวร์มีมาให้หมดแล้ว เอาเงินมาก็พอ (แต่ถ้าเที่ยวแบบกางเต๊นท์คงต้องหา แปรงสีฟ้น สบู่ แชมพู ผ้าขนหนูเองนะ)

ที่เหลือ ‘จัดให้’

Next Page »