28/09/2006 01:50
Posted by
doctordum in
Blog
ใครมั่นใจได้ว่าตัวเองเป็นคนที่สามารถเข้าใจอะไรได้ถ่องแท้ทุกอย่าง ถ้าหากมีจริงๆ เป็นไปได้ทางเดียวที่จะเป็นจริงได้คือคนนี้โกหก ชีวิตมันมีแง่มุมมากมายเหลือเกิน แม้ว่าเราจะพยายามใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็จะต้องมีเรื่องที่เรามั่นใจว่ารู้จริง แต่ก็ต้องมีบางเรื่องที่เกิดขึ้นนอกเหนือความคาดหมาย การที่ชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไป ทำให้เราต้องก้าวไปในทางสีเทาอันนั้น ในบางครั้งเราก็ต้องคิดเอง คิดถูกบ้างผิดบ้างขึ้นกับประสบการณ์และภูมิหลังของแต่ละคน ไอ้รู้จริงกับไอ้ไม่รู้เลยอันนี้ไม่เป็นปัญหาสามารถพัฒนาได้ แต่ไอ้ที่รู้ครึ่งๆ กลางๆ นี่สิ….. บางทีก็คิดไปเองจนเละเทะและอันนี้ก็เป็นอันที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดขึ้น บางเรื่องการที่เราเข้าใจผิดเราก็ไม่รู้หรอกนะ
จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนที่อ้างว่าตนเองเข้าใจในเรื่องที่เราเข้าใจอยู่มาบอกเราว่ามันไม่ใช่ คิดว่าใครๆ ที่ได้ยินแบบนี้คงต้องอึ้งไปสักระยะหนึ่งแน่นอน เมื่อตั้งตัวได้แล้วประสบการณ์ในอดีตที่เคยมี รวมกับประสบการณ์ที่ได้มาจากท่านที่อ้างว่าเป็นผู้รู้ก็จะมาผสมกัน คนที่มีต้นทุนเดิมอยู่น้อยก็ต้องเชื่อเขาไว้ก่อนเนื่องจากว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมไม่ชอบทำอะไรที่ทำคนเดียวเนื่องจากว่าเกรงจะถูกตำหนิจากสังคมว่าไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่มีอะไรมายืนยันร้อยเปอร์เซนต์ ว่าผู้ที่อ้างว่าตนเองรู้นั้นอาจจะเข้าใจผิดโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว มาโน้มน้าวให้เราเข้าใจผิดตามเขาเนื่องจากเขากลัวการโดดเดี่ยวเช่นกัน
ส่วนไอ้คนที่มีภูมิหลังแน่นๆ อิทธิพลจากภายนอกจะมามีผลน้อย แต่ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอนมากบ้างน้อยบ้าง แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่น่ากลัวคือพวกที่ยึดมั่นถื่อมั่นมากในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ไม่กล้าเปิดใจรับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นอันนี้ก็อาจมีผลกระทบในอนาคต
ผมคิดว่าคนที่กล้ายอมรับว่าตนเองเข้าใจผิดอยู่เป็นคนที่น่านับถือเนื่องจากว่าคนนั้นจะสามารถพัฒนาตนเองได้ให้กลายเป็นบุคคลที่เข้าใจถูกต้อง ในการเปลี่ยนความคิดนี้จะต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้พินิจพิเคราะห์นำเหตุผลต่างมาคิดประกอบการตัดสินใจ การที่มนุษย์ฝึกคิดจะทำให้สมองเรามีการพัฒนา ทำให้เราสามารถนำเรื่องราวต่างๆ มาคิดวิเคราะห์ทำให้ชีวิตได้คนพบการเข้าใจถูกมากขึ้นไปอีก นับว่ามีประโยชน์ต่อตนเองและมวลมนุษยชาติมากในการนำความเข้าใจถูกต้องที่ตัวเองมีมาอธิบายในแนวคิดว่าตัวเองเข้าใจให้ผู้อื่นเข้าใจ และเมื่อผู้ฟังนำความคิดของตนเองไปคิดต่อและยังค้นพบสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เมื่อมีเหตุผลสมควรคนต้องคิดก็จะเข้าใจและยอมรับได้ว่าตนเองคิดผิด
เป็นหัวข้อที่ซับซ้อนมากนะครับ อ่านแล้วคงจะงง เพราะเขียนเองก็งงเองเหมือนกัน แต่ต้องฝึกคิดตามนะครับจะได้เป็นผู้ที่เข้าใจถูกอีกคนหนึ่งนะครับ
22/09/2006 23:47
Posted by
doctordum in
Blog
เมื่อวานผมได้ดูรายการโทรทัศน์ทางทีวีช่องหนึ่ง เป็นรายการเกี่ยวกับการนำเสนอชีวิตที่ทุกข์ยากต้องการความช่วยเหลื่อจากสังคม ในรายการมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเป็น guest เด็กผู้หญิงได้เล่าถึงแนวคิดในการสู้ชีวิต เด็กคนนั้นบอกว่าอุปสรรคทั้งหลายเปรียบเสมือนก้อนหิน เมือเดินสะดุดก็จะต้องทรงตัวขี้นมาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถเดินต่อไปได้ หากเรามัวแต่ท้อว่าว่าเดินสะดุดก้อนหิน มัวแต่จะเจ็บปวด แล้วชีวิตมันจะก้าวต่อไปได้อย่างไร
เห็นไหมว่าความคิดของเด็กคนนั้นลึกซึ้งแค่ไหน ผมประทับใจแนวคิดของเด็กคนนี้มาก คิดได้อย่างไรตัวเท่านั้น การเดินต่อไปก็ต้องไปสะดุดก้อนหินอยู่เรื่อย เราก็ต้องรีบทรงตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะทรงตัวขึ้นมากับการสะดุดก้อนหินก้อนใหม่ที่เราไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไรเราก็ต้องลุกมาให้ได้ อย่างให้ก้อนหินก้อนเล็กๆ มาขัดขวางเราได้
ผมได้แต่หวังว่าชีวิตของเด็กคนนั้นคงจะประสบความสำเร็จและความสมหวังสักวันหนึ่ง
16/09/2006 11:00
Posted by
doctordum in
Blog
- ผมชอบเดินทางเนื่องจากการเดินทางจะทำให้เราได้พบกับสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลาเป็นการทดสอบตนเองในการเผชิญกับความกลัว เป็นฝึกจิตอย่างหนึ่ง คิดว่าหลายๆ ชอบเดินทางเหมือนกัน ไปเป็นกลุ่มก็สนุกดี แต่หากไปกับกลุ่มที่ไม่ถูกคอกันอันนี้เซ็งเป็นบ้าเลย หลายครั้งผมเลือกเดินทางคนเดียวเนื่องจากมันง่ายในการตัดสินใจ เมื่อถึงทางแยก ผมค่อนข้างจะหมกมุ่นกับทางแยกมากไปหน่อยนะ เพราะผมคิดว่าทุกวินาทีจะต้องเจอทางแยกไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วๆ เช่นเช้านี้จะเลือกกินอะไรดีกาแฟ หรือน้ำส้ม เมื่อเราตัดสินใจแล้วผลลัพธ์ที่ออกมาแน่นอนว่าจะต้องออกมาต่างกัน การเดินทางเลือกเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาก็ให้ผลที่ต่างกัน และส่งผลถึงอนาคต
- ใครจะเลือกทางไหนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง บางคนไม่มีเหตุผล อุ๊……..ต้องใช้คำเก๋ๆ ว่าหัวใจสั่งมา หรือบางคนมีเป้าหมายทีชัดเจนอยู่แล้ว อันนี้ก็ดำเนินกันต่อไป ปลายทางที่รออยู่อาจเป็นจุดที่ได้วางเอาไว้ หรือไม่ใช่ก็ได้ ดังนั้นต้องพร้อมเสมอในการรับผลที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่ผมใช้เตือนใจตัวเองอยู่เสมอ
- หากเรากังวลมากกับการเลือกทางเดิน การปรึกษาผู้ที่เคยมีประสบการณ์ก็สามารถช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็นั่นแหละครับชีวิตแต่ละชีวิตมีรายละเอียดไม่เหมือนกันการเดินทางใครคนใดคนหนึ่งที่เคยประสบความสำเร็จก็ใช่ว่าเราจะสำเร็จตามเขาไปด้วย อย่ายึดมั่นถือมั่นเป็นสรณะ การพิจารณาตรึกตรองเอาแนวคิดของคนอื่นมาใช้ เราจะต้องประเมินตนเองก่อนเป็นอันดับแรกแล้วค่อยเอาของคนอื่นเข้ามา แต่ได้การประเมินตนเองนี่แหละที่ยากที่สุดเนื่องจากเรามี ego เป็นคำที่น่ากลัวมากเพราะว่าเรามักคิดว่าตนเองพร้อม หรือมักคิดว่าไม่มีอะไรเลย น้อยคนมากที่สามารถมองเห็นตนเองในความจริงได้ หากใครค้นพบได้นั่และสุดยอดแล้ว และคิดว่าเขาคงมีชีวิตที่เป็นสุข จะเลือเดินซ้ายหรือขวาก็เป็นสุขได้
15/09/2006 00:55
Posted by
doctordum in
Blog
ใครเคยมีประสบการณ์ในการทำงานที่อาจเกิดเหตุฉุกเฉินตลอดเวลาหรือไม่ มันเป็นงานที่เครียดน่าดูเลยนะครับเพราะผมก็อยู่ในกลุ่มนั้นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไร และไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดรูปแบบไหน แต่เมื่อมานั่งคิดไปมาก็พบว่าชีวิตของเราก็มีจุดที่เป็น emergency crisis ที่พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ทุกเวลาทุกวินาทีพร้อมจะ crisis คุณว่าไหม
การใช้ชีวิตบนความไม่ประมาทสามารถนำมาใช้ได้ดีในทุกๆ กรณี และการคลองสติให้มั่นก็เป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญที่จะสามารถกอบกู้วิกฤตการณ์ต่างๆ ได้
12/09/2006 18:55
Posted by
doctordum in
Blog
มีใครเคยคิดหรือไม่ว่าเสียงอะไรไพเราะที่สุด สำหรับหลายคยนคงคิดถึงคีตกวีชื่อก้องโลก เพลง rock jazz pop หรือ hip hop ที่ตัวเองโปรดปราน แต่สำหรับผมแล้วความเงียบเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุด ความเงียบทำให้เราได้ยินความคิดของตนเอง มันนำมาซึ่งความสุขใจประทับใจกับเสียงต่าง ๆ ที่เราเคยได้รับ remind เข้ามาและมีภาพความประทับใจเหล่านั้นเข้ามา บางครั้งก็ทำให้เราเจ็บปวดจนน้ำตาไหล บางครั้งก็เกิดอาการหงุดหงิดถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ผมคิดว่าคนเราคงกลัวความเงียบและความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจนมีหลายคนได้ทำลายสิ่งสวยงามเหล่านี้ และตั้งชื่อมันว่าดนตรี ฟังดูเหมือนผมเป็นคนต่อด้านดนตรีเลยนะ แต่ไม่ทั้งหมดหรอกผมก็ชอบร้องเพลงของศิลปินชื่อดังที่ประทับใจเหมื่อนหลายๆ คนชอบ ผมประทับใจในความสามารถในการดึงข้อความเป็นล้านๆๆๆๆ คำมาเรียงกัน แต่สุดท้ายผมก็ประทับใจความเงียบมากที่สุดอยู่ดี