(สรุปไว้อ่านตามที่เข้าใจ เรียบเรียงใหม่ไว้กันลืม)

(ภาพจาก IAU)
นี่ไม่ใช่รายการ reality show รายการดัง แต่เป็นการตัดสินสถานะของดวงดาวดวงที่ 9 ที่เป็น 1 ในระบบสุริยะจักรวาลของเรา ดาวน้องน้อยขนาดเล็กสุด และไกลจากดวงอาทิตย์ศูนย์กลางระบบสุริยะมากที่สุด “พลูโต”
ก่อนจะไปโหวตเขาออก
“พลูโต” ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2473 โดย ไคลด์ ทอมบอกจ์ (Clyde Tombaugh) แห่งหอดูดาวโลเวล รัฐอริโซนา (Lowell Observatory in Flagstaff, Arizona) และวงการดาราศาสตร์ได้ตั้งชื่อให้กับสมาชิกใหม่ของระบบสุริยะด้วยชื่อดังกล่าว ซึ่งมีความหมายว่า “เทพแห่งความตาย” ตามชื่อเทพของชาวโรมัน ขณะที่ชื่อในภาษาไทยคือ “ดาวยม” แต่เราไม่สามารถมองสมาชิกใหม่นี้ได้ด้วยตาเปล่า
พลูโตมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2,300 กิโลเมตร มีมวลประมาณ 0.002 เท่าของโลก และมีความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของผิวดาว 6.7 % ของความเร่งที่ผิวโลก วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ของพลูโตเป็น “วงรี” และต้องใช้เวลา 248 ปีจึงจะโคจรได้ครบ 1 รอบ โดยระยะห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 5,900 ล้านกิโลเมตร ซึ่งระยะห่างที่ใกล้ที่สุดประมาณ 4,437 ล้านกิโลเมตร ขณะที่ระยะห่างที่ไกลสุดคือ 7,376 ล้านกิโลเมตร ทั้งนี้แสงต้องใช้เวลา 4.5 ชั่วโมงเดินทางจากดวงอาทิตย์ไปถึงดาวพลูโต ระนาบโคจรของพลูโตเอียงทำมุม 17.15 องศากับระนาบโคจรของดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบ
ข้อมูลอุณหภูมิบนผิวพลูโตที่มีในปัจจุบันบ่งชี้ว่าพลูโตเป็นดาวที่เย็นจัด โดยมีอุณหภูมิที่ผิวอยู่ในช่วง -240 องศาเซลเซียส ถึง - 210 องศาเซลเซียส และดวงจันทร์ของพลูโตมี 3 ดวงคือ 1.ชารอน (Charon) ค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ที่ชื่อ เจมส์ คริสตี้ (James Christy) ซึ่งชื่อของดวงจันทร์ดวงนี้เป็นชื่อของคนพายเรือนำวิญญาณคนตายข้ามแม่น้ำสู่นรกตามเทพนิยาย 2. เอส 2005 พี 1 (S/2005 P1) และ 3.เอส 2005 พี 2 (S/2005 P2)

ดาวเคราะห์ทั้ง 8 (จากบนลงล่าง) ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลกและดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน (ภาพจาก NASA)
สืบเนื่องจากประชุมสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union : IAU) ที่จัดขึ้นทุกๆ 3 ปี และในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 26 ซึ่งมีนักดาราศาสตร์กว่า 3,000 คน จาก 75 ประเทศ (รวมถึงประเทศไทย ที่มีผู้แทนเข้าร่วม 4 คน) เข้าร่วมประชุม ณ กรุงปราก สาธารณะรัฐเชก
ซึ่งประเด็นหลักในการประชุมที่นอกเนือจากข้อมูลทางวิชาการที่นำมาเสนอกันแล้ว ยังมีการให้คำนิยามของและจัดประเภทวัตถุบนท้องฟ้าเสียใหม่ และร่วมกันตัดสินว่าสถานภาพของดาวพลูโตจะอยู่หรือไปในระบบสุริยะ
โดยตลอดหนึ่งสัปดาห์แห่งการประชุม ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่14 ส.ค. จนถึงวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างหนักและมีมติออกมาว่า ให้ถอด “พลูโต” ออกจากสถานภาพ “ดาวเคราะห์” แห่งระบบสุริยะ เนื่องจากมีวงโคจรเป็นวงรีที่ทับซ้อนกับดาวเนปจูน และจัดชั้นให้เป็น “ดาวเคราะห์แคระ” แทน ทั้งนี้จากผู้เข้าประชุมที่ร่วมกันโหวต 2500 คน
ร่วมนิยามความหมายใหม่

ระบบสุริยะแบบใหม่ที่เหลือดาวเคราะห์เพียง 8 ดวง โดยดาวเคราะห์ชั้นในด้านล่างของภาพ เรียงจากใกล้ดวงอาทิตย์ออกมาคือ พุธ, ศุกร์, โลก (พร้อมดวงจันทร์) และอังคาร ส่วนดาวเคราะห์ชั้นอกมีเพียง 4 ดวงจากเดิม 5 ดวง จากใกล้ดวงอาทิตย์สุดได้แก่ พฤหัส, เสารฺ์, ยูเรนัส และเนปจูน นอกจากนี้ยังมีวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นดาวหาง และแนวอุกกาบาตระหว่างดาวเคราะห์ชั้นในและนอก (ภาพจากผู้จัดการออนไลน์)
ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการร่วมกันนิยามความหมายของวัตถุบนท้องฟ้ากันใหม่ให้ชัดเจน โดยได้ข้อสรุปว่า
“ดาวเคราะห์” (planet) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1.เป็นวัตถุบนท้องฟ้าที่โคจรรอบดาวฤกษ์ แต่ตัวเองต้องไม่ใช่ดาวฤกษ์
2. มีมวลมากพอที่จะมีแรงโน้มถ่วงดึงดูดตัวเองให้อยู่ในสภาวะสมดุลอุทกสถิต (hydrostatic equilibrium) หรือรูปร่างใกล้เคียงกับทรงกลม
และ 3. มีวงโคจรที่ชัดเจนและสอดคล้องกับดาวข้างเคียง
“ดาวเคราะห์แคระ” (dwarf planets)
มีลักษณะคล้ายกับดาวเคราะห์และดาวเคราะห์น้อย (minor planets) บางดวง มีคุณสมบัติคือ
1. โคจรรอบดวงอาทิตย์
2. มีมวลมากพอที่จะมีแรงโน้มถ่วงดึงดูดตัวเองให้อยู่ในสภาวะสมดุลอุทกสถิต (hydrostatic equilibrium) หรือรูปร่างใกล้เคียงกับทรงกลม
3. มีวงโคจรไม่สอดคล้องและทับซ้อนกับดาวเคราะห์ใกล้เคียง
และ 4.ไม่ใช่จันทร์บริวารของดาวดวงใด
สมาชิกกลุ่มแรกของดาวเคราะห์แคระได้แก่ พลูโต ที่ถูกลดชั้นมาจากดาวเคราะห์, ซีเรส (Ceres) จากดาวเคราะห์น้อยที่หลายๆ คนเคยอยากจะยกให้เป็นดาวเคราะห์ แต่ที่สุดก็กลายเป็นดาวเคราะห์แคระ, และ 2003 UB313 (หรือซีนา)
“วัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ” (Small Solar System Bodies)
หมายถึงวัตถุบนท้องฟ้าอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่าย 2 ประเภทแรก และไม่ใช่วัตถุที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งในชั้นนี้หมายรวมถึงดาวเคราะห์น้อย (asteroids), ดาวหาง (comets), วัตถุขนาดใหญ่นอกวงโคจรของดาวเนปจูน (Trans-Neptunian Objects-TNO) และวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ
จากนิยามใหม่นี้ ดาวพลูโต จึงเป็นได้เพียงดาวเคราะห์แคระ ที่มีวงโคจรเป็นวงรี และทับซ้อนกับวงโครจรของดาวเนปจูน ส่วนดาวเคราะห์ที่เหลืออีก 8 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ยังได้ถูกระบุให้เป็น “ดาวเคราะห์ชั้นเอก” (classical planet) อีกด้วย
เอ…แล้วอย่างนี้ท่านอาจารย์โหราศาสตร์ หมอฟันธงทั้งหลาย จะต้องอัพเดท ลดดวงดาวในการทำนายลงไปหรือเปล่าเนี่ย…
ที่มา
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9490000103934
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9490000108212
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9490000108407
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9490000108517
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9490000108773
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.aspx?NewsID=9490000108792
August 28th, 2006 @ 11:19 pm
..
..Header สวย..ชอบๆ
ได้ความรู้..ดาราศาสตร์..พร้อมความสงสัยเพิ่มอีกมากมาย..
August 29th, 2006 @ 12:35 am
เย้ๆๆๆๆมีคนพาดูดาวแย้ว
August 31st, 2006 @ 9:35 am
มนุษย์ตัวเล็กๆ ใยมีอำนาจแบ่งฟ้า ท้าแผ่นดิน
August 31st, 2006 @ 1:14 pm
..
ดีนะที่ 3000 ท่านจาก 75 ประเทศ ไม่จัดประเภท ย่อยยิบ..จน ดาวพลูโต ลดฐานะลงเป็น “วัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยจักรวาล” และยังคงให้โลก ดำรงฐานะเป็น “ดาวเคราะห์ชั้นเอก”
อยากรู้จัง..Clyde Tombugh..จะรู้สึกยังไง..หรือตายไปแล้วไม่สน..
August 31st, 2006 @ 8:52 pm
จักรวาล..ดวงดาว..ระบบสุริยะ..ทางช้างเผือก…มีมาพร้อมๆกับโลก..ตั้งแต่ยังไม่มีมนุษย์เกิดขึ้นมาด้วยซ้ำ..มันก็อยู่ของมันไปตามวิถีของดวงดาว….
ถึงมนุษย์จะแยกมันไปอยู่กลุ่มไหน..พวกอะไร..มันก็วน..แล้วก้อ..เวียน..ของมันอย่างเดิมเป็นปกติ..เป็นเรื่องของการจัดกลุ่มเพื่อการศึกษาของคนมากกว่าครับ
September 1st, 2006 @ 9:23 am
พี่ คน..ชอบดูดาว
ถ..ถู .. ถูกต้องนะคร๊าบบบบบ
September 1st, 2006 @ 10:15 am
คน..ชอบดูดาว เขียนได้ตรงใจมากเลยค่ะ
September 14th, 2006 @ 9:41 am
..

Ch.Minivet อ่านบทความของคุณ นิธิ ในมติชนสุดสัปดาห์ เรื่องโหราศาสตร์และการครอบงำ..ก็พอสรุปได้คร่าวๆว่าที่หลายคนสงสัยว่าจะกระทบโหราศาสตร์อย่างไร..และหลายคนห่วงว่าที่เด็กท่องจำเอาไว้จะใช้ไม่ได้ จนถึงกับต้องแก้ไขตำราเรียน..
เค้าให้ความเห็นว่า..นักดาราศาสตร์ ทำให้พวกเราเห็นถึงความจริงของวิทยาศาสตร์และตั้ง นิยาม ขึ้นมา ที่ผิดแผกไปจากเดิม เพื่อชี้ให้เห็นว่า “ความจริงที่วิทยาศาสตร์เสนอให้เรานั้น เกิดขึ้นจากนิยาม ซึ่งหามีอยู่ในธรรมชาติไม่..หากเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สร้างขึ้นเอง..”
และเห็นได้ชัดในกรณี..ตัดดาวพลูโต ออกไป เพราะ “นิยาม” ใหม่..จะมาจากการโหวตได้อย่างไร..
และตบท้ายว่า..
หากการปล่อยคือจุดมุ่งหมายของการศึกษา หนึ่งในสิ่งที่ต้องปลดปล่อย ก็ตือพันธนาการของ “ศาสตร์” ทั้งหลาย ที่รัดรึง ให้ผู้เรียนเป็นเหยื่อของการครอบงำและเป็นเครื่องมือของการครอบงำไปพร้อมๆกัน..
..มีอีกบทความ เดี๋ยวมาเขียนใหม่..ได้ป่ะ..
September 14th, 2006 @ 12:50 pm
..

ต่างประเทศ จากมติชนรายสัปดาห์ เช่นกัน..
เค้าว่า เคราะห์ของ “พลูโต” หรือเคราะห์ของ “สาวกพลูโต”
ข้อเท็จจริงเมื่อปี 1930 การค้นพบพลูโตนี้ วิทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้า แต่ปัจจุบันพบว่า พลูโตมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์ การนิยามหมวดหมู่ดาวเคราะห์ จึงเป็นความพยายามแก้ไขความผิดพลาดในอดีต และใช้วิทยาศาสตร์มาเป็นตัวกำหนดชี้ขาด
ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ เป็นเรื่องของการ “นิยาม”
December 5th, 2008 @ 3:36 pm
อยากไปในอวกาศ